เที่ยวดอยอินทนนท์ ชมโครงการหลวง พระมหาธาตุ สูงสุดแดนสยาม

เชียงใหม่ / เที่ยวดอยอินทนนท์ ชมโครงการหลวง พระมหาธาตุ สูงสุดแดนสยาม

ช่วงปลาย ฝนต้นหนาวในเดือนตุลาคมนี้เรามีทริปไป เที่ยวเชียงใหม่ ครับ เป็นทริป 3 วัน 2 คืน ไปกันแบบครอบครัว ทริปนี้เน้นไปที่ ดอยอินทนนท์ ดอยที่สูงที่สุดในประเทศไทย และเดินเล่นถนนคนเดินวัวลาย ขึ้นดอยสุเทพ ดอยปุย พระตำหนักภูพิงคราชนิเวศน์

วันที่ 1 : เดินทางไปเชียงใหม่

การเดินทางในครั้งนี้เราใช้บริการ Air Asia จองโปรโมชั่น 0 บาท เสียแต่ภาษีสนามบินเท่านั้น เลือกที่นั่ง และโหลดกระเป๋าเราไม่เอาครับ รวมค่าเครื่องบินดอนเมือง – เชียงใหม่ 428 บาท หรือตกขาละ 107 บาทเท่านั้น

ครั้งนี้เป็นครั้งที่ 2 ครับที่มาบินที่สนามบินดอนเมือง รู้สึกว่าคนเยอะขึ้น การจัดการดูเข้าที่เข้าทางมากขึ้น เนื่องจากว่าเราได้ทำ Web check in มาจากที่บ้านแล้ว เราจึงไม่ต้องไปที่ Counter Air Asia เดินไปขึ้นเครื่องที่ Gate ภายในประเทศได้เลย

สำหรับทางไปอาคารผู้โดยสารขาออกภายในประเทศ เมื่อลงรถที่อาคาร 1 แล้วให้เดินไปทางขวา แล้วมองหาร้าน Mapas หรือ 108 Shop

ทางเข้าผู้โดยสารขาออกภายในประเทศจะอยู่ติดกับ 108 Shop

สำหรับท่านที่ต้องการซื้อของใช้ ขนม เครื่องดื่มที่ร้านนี้ ผมไปสำรวจราคามาให้แล้ว ขอยกตัวอย่างเป็นกาแฟกระป๋อง Birdy สินค้าอื่นก็แพงในอัตราส่วนที่เท่าๆ กัน กาแฟ Birdy ที่ร้าน 108 Shop กระป๋องละ 25 บาท ส่วนที่ 7-eleven ด้านในอาคารผู้โดยสารขาออกภายในประเทศขายกระป๋องละ 15 บาท ส่วนราคาท้องตลาดอยู่ที่ 13-14 บาท

มันฝรั่งเลย์ที่ซองพิมพ์ 20 บาท ร้าน 108 Shop ขาย 35 บาท

ดังนั้นไปซื้อที่ 7-eleven ในอาคารผู้โดยสารขาออกภายในประเทศจะราคาถูกกว่าครับ

ที่ทางเข้าอาคารผู้โดยสารขาออกภายในประเทศจะมีพนักงานตรวจ Boarding Pass ต้องใช้ Boarding Pass เพื่อผ่านเข้าไปด้านใน

จากนั้นก็จะเจอกับ Security check ตรวจสแกนกระเป๋า อาวุธ ของเหลว ปริมาณของเหลวที่ให้ขึ้นเครื่องได้จะต้องมีปริมาณไม่เกิน 100 ml ต่อ 1 ชิ้นและรวมทุกชิ้นแล้วต้องไม่เกิน 1,000 ml ผ่านตรงนี้ออกมาได้ก็จะเห็นงวงช้างของ Gate ต่างๆ มีเครื่องบินจอดอยู่ ถ้าใครชอบดูเครื่องบินก็น่าจะถูกใจ สนามบินดอนเมืองมองเห็นเครื่องบินได้ชัดเต็มลำ ดีกว่าสนามบินสุวรรณภูมิมาก ในรูปด้านล่างเป็นเครื่องบินของสายการบิน Nok Air กำลังโหลดกระเป๋าขึ้นเครื่อง ตรวจเช็คความเรียบร้อยก่อนบิน

โซนขึ้นเครื่องภายในประเทศจะมีร้านอาหาร ของกิน ไม่กี่ร้านครับ หลักๆ ก็มี Burger King, Dunkin Donuts, 7-eleven

7-eleven ในนี้แหล่ะครับ ที่ผมแนะนำให้มาซื้อของ ราคาแพงกว่าปกติ 1-2 บาท เท่านั้น น้ำดื่มก็ขวดละ 10 บาท 7-eleven สาขานี้ไม่เข้าร่วมโปรโมชั่นสแตมป์นะครับ ไม่รับจ่าย Counter service ด้วย

ระหว่างทางเดินไปขึ้นเครื่องที่ Gate เจอมุมสวยๆ มองเห็นเครื่อง Air Asia ได้ชัด 2 ลำเต็มๆ เลยต้องถ่ายรูปมาฝาก

เที่ยวบินขาไปของเรา FD 3242 ตามกำหนดเวลาต้องออกเดินทางเวลา 14.40 น. แต่ทาง Air Asia แจ้งมาว่า Flight Delay ไปอีก 1 ชั่วโมงเวลาใหม่เป็น 15.40 น. เที่ยวบินดอนเมือง <–> เชียงใหม่ ช่วงนี้ Delay กันหลาย Flight มาก ก่อนเดินทางเช็คเวลากันดีๆ นะครับ จะได้ไม่ต้องไปเสียเวลารอที่สนามบินนาน

ขึ้นเครื่องที่ Gate 41 ระยะทางไป Gate ของสนามบินดอนเมืองผมว่าใกล้กว่าสนามบินสุวรรณภูมิแต่ว่าสนามบินสุวรรณภูมิมีทางเลื่อนครับ และยังมีร้านขายของเยอะแยะเลยเดินเพลินเหมือนไม่ไกล เที่ยวบินนี้มีคุณป๊อป อารียาอดีตนางสาวไทยบินไปด้วยครับ คุณป๊อปตัวจริงไม่ค่อยแต่งหน้าครับ ดูติดดินเหมือนคนทั่วไป

ได้เวลาขึ้นเครื่องแล้วครับ ผมได้ที่นั่งแถว 17 ระบบ Random ให้มานั่งแถวนี้ เป็นที่นั่งแถวกลางในรูปด้านล่างนะครับ ตำแหน่งหน้าต่างจะคร่อมอยู่นิดนึงส่วนวิวมองออกไปเจอปีกครับ

ประมาณ 1 ชั่วโมงนิดๆ เครื่องก็มาลงจอดที่สนามบินนานาชาติเชียงใหม่ เราก็เดินตัวปลิวออกไปได้เลยไม่ต้องรอรับกระเป๋า

สนามบินเชียงใหม่ เป็นสนามบินที่อยู่ในตัวเมือง ค่ารถเข้าเมืองไม่แพงครับ 20-30 บาท / คน หรือถ้าอยากจะแวะเข้าห้างเซ็นทรัล แอร์พอร์ทก่อนเข้าโรงแรมก็สามารถเดินไปได้ครับระยะทางประมาณ 1 กิโลเมตร เนื่องจากว่าผมนัดแม่กับน้องเจอที่มากันคนละ Flight เจอกันที่ห้างครับ เลยต้องไปห้างก่อน

แผนที่จากสนามบินเชียงใหม่ ไป เซ็นทรัล แอร์พอร์ต

วิธิเดินไปเซ็นทรัล แอร์พอร์ท เชียงใหม่

1. ออกจากอาคารผู้โดยสารแล้วเดินไปทางซ้าย ออกนอกสนามบิน

2. เมื่อถึงถนนใหญ่ด้านหน้าสนามบิน (ถ.มหิดล) ให้เดินไปทางขวา ตรงไปจนเจอ 4 แยก จุดสังเกตจะมีสะพานข้ามแยก ห้างเซ็นทรัล แอร์พอร์ทจะอยู่ทางขวา รวมระยะทางประมาณ 1กิโลเมตร

สำหรับคนที่ของเยอะ หรือขี้เกียจเดินนั่งรถแดงจากสนามบินไปก็ 20 บาทครับ

เจอกับแม่เสร็จก็นั่งรถแดงไปโรงแรมเชียงใหม่เกต (Chiangmai Gate) สำหรับคนที่ไม่ค่อยได้มาเชียงใหม่ หรือไม่คุ้นเคยกับการนั่งรถแดง ผมขอแนะนำวิธีนั่งรถแดงดังนี้ครับ

นั่งรถแดงในเชียงใหม่

1. รถแดงในเชียงใหม่ ไม่มีเส้นทางประจำ สามารถโบกไปไหนก็ได้ รถคันนึงนั่งได้ประมาณ 10-12 คน เป็นการนั่ง Share กับคนอื่น คนขับสามารถรับคนเพิ่มได้เรื่อยๆ ในเส้นทางเดียวกัน

2. วิ่งไปไหนในเมืองราคา 20 บาท / คน (ยกเว้นนั่งมาจากสถานีรถไฟ, สถานีขนส่ง, อาเขต) ถ้าคนขับเรียกค่าโดยสารมากกว่านี้ไม่ต้องไปครับ เรียกคันใหม่ไป รถแดงในเชียงใหม่มีเยอะไม่ต้องกลัว

3. ถ้าเราบอกสถานที่ไปแล้ว คนขับพยักหน้าไป ไม่ต้องถามราคาเป็นที่รู้กันว่า 20 บาท ลงจากรถจ่าย 20 บาทไปได้เลย

เราโบกรถแดงข้างเซ็นทรัล แอร์พอร์ท ไป โรงแรมเชียงใหม่เกต ไปกัน 5 คน รถแดงคันแรกเรียก 150 บาท ระยะทาง 2.6 กิโลเมตร กับ 150 บาทผมว่าแพงไปหน่อยครับ เรียกคันที่ 2 คนละ 20 บาท ก็เลยเอาเลยครับ

โรงแรมเชียงใหม่เกต เป็นโรงแรมใหญ่ ขนาด 120 ห้อง ทำเลดีอยู่ใกล้ประตูเมืองเชียงใหม่ และถนนคนเดินวัวลาย (ถนนคนเดินวันเสาร์)

Link เช็คราคา จองโรงแรมเชียงใหม่เกต , รีวิวโรงแรมเชียงใหม่เกต

เราจองโรงแรมผ่านทาง Agoda 2 ห้อง ห้องแรกราคาคืนละ 750 บาท / ห้อง ส่วนอีกห้องนึงเพิ่มเตียงเสริมด้วยราคา 750 + 500 บาท ราคานี้มีอาหารเช้า และทำเลที่ใกล้ถนนคนเดินวัวลาย เป็นราคาที่ไม่แพง

ด้านหน้าโรงแรมมีที่จอดรถกะด้วยสายตา น่าจะจอดได้มากสุด 30 คัน ถ้าที่จอดตรงนี้เต็ม มีลานจอดรถฝั่งตรงข้ามอีกลาน ดูแล้วก็น่าจะเพียงพอกับจำนวนห้อง

สระว่ายน้ำโรงแรม

การเช็คอิน ใช้เพียง Hotel voucher กับบัตรประชาชนเท่านั้น ไม่มีมัดจำ Mini bar

ห้องพักที่นี่มีตึกเก่า และ ตึกใหม่ ตึกเก่าจะอยู่ด้านหน้า ส่วนตึกใหม่จะอยู่ติดสระว่ายน้ำ โรงแรมจัดให้เราอยู่ตึกเก่า ผมเข้าใจว่าเรามีเตียงเสริมด้วย ห้องตึกเก่าจะกว้างกว่าตึกใหม่ ช่วงที่ไปโรงแรมกำลัง renovate กัน บางส่วนก็ยังไม่เรียบร้อย มีเสียงดังบ้างเวลากลางวัน ทางโรงแรมติดประกาศว่าจะทำเสร็จภายในเดือนตุลาคม 55 ใครที่มาหลังจากนี้ก็ไม่มีปัญหาแล้วครับ

ห้องพักแบบ Connecting room มีประตูเปิดทะลุถึงกันได้ ภายในห้องกว้างมาก พื้นปูพรม ตามสไตล์โรงแรมที่สร้างมานานแล้ว

เตียงนอนขนาด 6 ฟุต มีชุดโซฟา ทีวี ตู้เย็น Minibar น้ำดื่มวันละ 2 ขวด ในตู้เสื้อผ้ามีตู้เซฟ

ห้องน้ำเป็นมีอ่างอาบน้ำ แต่ไม่มีที่ปิดรูระบายน้ำ เลยแช่อ่างไม่ได้ ต้องยืนอาบฝักบัว

ห้องน้ำเก่าไปนิดครับ ความสะอาดอยู่ในขั้นพอใช้

พนักงานของโรงแรมบอกเราว่าโรงแรมมีรถพาไปไนท์ บาซาร์ ฟรี ตอน 20.30 น. แต่เราขี้เกียจรอครับ เลยนั่งรถแดงไปคนละ 20 บาท

เชียงใหม่ ไนท์ บาซาร์ มีเสื้อผ้า ของฝากจากเชียงใหม่ค่อนข้างเยอะครับ กลุ่มเป้าหมายของไนท์ บาซาร์จะเป็นชาวต่างชาติ ของที่ขายจะมีราคาแพงกว่าถนนคนเดินวัวลาย, ท่าแพ

ดนตรีเปิดหมวกเพื่อการกุศลโดย ด.ต สิมานนท์ โพธิสุวรรณ ตำรวจจราจรภูธรเชียงใหม่ ผมจำได้ว่าเคยเจอตำรวจท่านนี้ที่ อ.ปาย จ.แม่ฮ่องสอน แต่วันนี้มาร้องเพลงที่เชียงใหม่ ไนท์ บาซาร์

ภาพเขียนสีน้ำมัน gallery มาขายเอง ใครที่ต้องการซื้อภาพวาดกลับไปเค้าจะแกะเอาแต่ผ้าใบ แล้วม้วนๆ เหลือนิดเดียวขนกลับไม่ลำบาก

เสร็จจากไนท์ บาซาร์ เรากลับไปนอนเอาแรง พรุ่งนี้ตื่นไปขึ้นดอยอินทนนท์กันแต่เช้าครับ

การเดินทางไปดอยอินทนนท์ สำหรับคนที่ไม่ได้ขับรถไป สามารถไปได้ 3 วิธีครับ

1. เช่ารถวันละประมาณ 1,000 – 1,500 บาท / วัน ราคานี้จะเป็นรถ Toyota Vios, Honda City, Brio, Nissan March หรือ จะเช่ามอเตอร์ไซค์ก็ประมาณวันละ 200 – 300 บาท / วัน

2. เหมารถแดงจากตัวเมืองเชียงใหม่ไป วันละ 2,000 บาท ราคานี้รวมน้ำมันแล้วนะครับ

3. นั่งรถสองแถวเชียงใหม่ – จอมทอง คนละ 34 บาท ที่หน้าประตูเชียงใหม่ไปลงที่ อ.จอมทอง (พระธาตุจอมทอง) แล้วเหมา หรือ แชร์กับนักท่องเที่ยวคนอื่น ราคาเหมาอยู่ที่ 1,100 – 1,300 บาท / คัน ถ้าไปในช่วง Low season จะไม่กำหนดระยะเวลา แต่ถ้าเป็นช่วง High season จะจำกัดเวลา

สำหรับคนที่กำลังคิดว่ารถหว่างเช่ารถขับไปเอง กับเหมารถแดงอย่างไหนถูกกว่ากัน ค่าน้ำมันรถเชียงใหม่ – ดอยอินทนนท์ ระยะทาง 250 กิโลเมตร (ไป – กลับ) ประมาณ 800 บาท ถ้าค่าเช่ารถแพงกว่าวันละ 1,200 บาท เช่ารถจะแพงกว่าเหมารถแดงครับ ส่วนเรื่องความสะดวกเช่ารถขับไปเองก็สะดวกกว่าอยู่แล้ว

ทริปนี้ผมเหมารถแดงเหมาขึ้นดอยอินทนนท์ เบอร์รถแดงได้มาจากเวบ pantip คนขับชื่อลุงธวัชชัย อายุประมาณ 45-50 ได้ ลุงแกใจเย็น ขับรถดี ปลอดภัย อยากแวะตรงไหนได้หมด ไม่มีบ่น ราคาเหมาจากตัวเมืองเชียงใหม่ไปดอยอินทนนท์ ไปกัน 5 คน ลุงธวัชชัยคิด 2,000 บาท ตามราคามาตราฐาน

รูปด้านล่างเป็นรถลุงครับ Izusu Dmax รถใหม่ ถ้าสนใจใช้บริการติดต่อลุงธวัชชัย ได้ที่ 084 611 1667

วันที่ 2 : เที่ยวดอยอินทนนท์

เรานัดกับคุณลุงไว้ว่าให้มารับที่โรงแรมตอน 6 โมงเช้า ถ้าไปดอยอินทนนท์ไม่ควรออกสายกว่านี้ครับ หรือจะออกตั้งแต่ตี 5 เลยยิ่งดี ไปแต่เช้าไปสูดอากาศหนาวๆ ดูทะเลหมอก ส่วนข้าวเช้าให้ทางโรงแรมจัดอาหารเช้าใส่กล่องไปกินบนรถ

โปรแกรมเที่ยวดอยอินทนนท์ใน 1 วัน เราเที่ยวได้ดังนี้ครับ

  • นาข้าวเป็นขั้นบันไดสั้นๆ อยู่หลังจากด่านเก็บเงินเข้าอุทยานฯ
  • พระธาตุนภเมทนีดล และ พระธาตุนภพลภูมิสิริ
  • จุดสูงสุดแดนสยาม เส้นทางเดินศึกษาธรรมชาติอ่างกา
  • ซื้อของฝาก ตลาดชาวเขา
  • สถานีเกษตรหลวงอินทนนท์
  • น้ำตกวชิรธาร

ใครจะเพิ่มลดจากนี้ก็ได้ครับ แต่แนะนำให้ไปสถานีเกษตรหลวงอินทนนท์ ตอนช่วงเที่ยงจะได้ไปทานข้าวที่นั่น

จากตัวเมืองเชียงใหม่ใช้เส้นทาง อ.หางดง อ.สันป่าตอง อ.จอมทอง ขึ้นไปยังด่านอุทยานแห่งชาติดอยอินทนนท์ รวมใช้เวลาประมาณ 1.30 ชั่วโมง

ตอนนี้ (ตุลาคม 55) ค่าธรรมเนียมเข้าอุทยานฯ ยังไม่ปรับขึ้นราคาครับ

  • ผู้ใหญ่ 40 บาท, เด็ก 20 บาท, รถยนต์ 30 บาท, มอเตอร์ไซค์ 20 บาท
  • ชาวต่างชาติผู้ใหญ่ 200 บาท, เด็ก 100 บาท

คนขับรถรับจ้างไม่ต้องเสียค่าธรรมเนียมนะครับ

เสียตังค์ค่าธรรมเนียมเสร็จก็เข้ามาในพื้นที่ของอุทยานฯ ถนนบนดอยอินทนนท์ทางดีมากครับ โค้งเยอะแต่ไม่ค่อยชัน รถเก๋งรุ่นเล็กๆ ก็ขับขึ้นดอนอินทนนท์ได้สบายครับ เช่น Nissan March, Honda Brio, City, Toyota Vios ขอเพียงอย่าประมาท เวลาจะแซงต้องเอาให้ชัวร์จริงๆ ส่วนมากที่เป็นปัญหากัน ก็จะเป็นช่วงลงดอย ถ้าแตะเบรคอย่างเดียวเบรคจะร้อนจนไหม้ และจะเบรคไม่อยู่ ให้ใช้เกียร์ต่ำตอนลงเขาจะดีกว่า ใช้กำลังเครื่องยนต์ฉุดเอาไว้ไม่ให้ลงเร็วเกินไป และหาจุดพักรถเป็นระยะ เมื่อรู้สึกว่ารถทำงานหนัก เวลาจอดพักรถก็ให้ติดเครื่องไว้ด้วยนะครับ ระบบระบายความร้อน หม้อน้ำจะได้ทำงานได้

ถนนบนดอยอินทนนท์

บางจุดก็กำลังซ่อมทางกันอยู่

จุดแรกที่เราแวะชมคือ พระมหาธาตุนภเมทนีดล และ พระมหาธาตุนภพลภูมิสิริ อยู่ที่หลักกิโลเมตรที่ 41.5 หรือเกือบถึงยอดดอยอินทนนท์ มีค่าบูรณะรักษาสถานที่พระมหาธาตุเจดีย์ คนละ 40 บาท ภายในมีที่จอดรถไม่เยอะถ้ามาช่วงเทศกาลต้องจอดรถที่ลานเฮลิคอปเตอร์แล้วนั่งสองแถวฟรี เข้ามา

พระมหาธาตุฯ 2 องค์นี้สร้างขึ้นโดยกองทัพอากาศ โดยได้สร้าง พระมหาธาตุนภเมทนีดล ขึ้นก่อนในปี พ.ศ. 2530 เพื่อสร้างถวายพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดช เนื่องในวโรกาสทรงเจริญพระชนมพรรษาครบ 5 รอบ

ต่อมาในปี พ.ศ. 2535 ได้สร้าง พระมหาธาตุนภพลภูมิสิริ เพื่อถวายสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ ในวโรกาสทรงเจริญพระชนมพรรษาครบ 5 รอบ

พระธาตุ 2 องค์นี้เป็นเหมือนพระธาตุคู่แฝด มีลักษณะที่คล้ายกัน อยู่ข้างๆ กัน ฐานพระธาตุเป็นรูป 12 เหลี่ยม มีระเบียงแก้วโดยรอบเป็น 2 ระดับ ยอดปลีขององค์เป็นที่ประดิษฐานพระบรมสารีริกธาตุและพระพุทธรูปบูชา

พระมหาธาตุเปิดถึง 5 โมงเย็นนะครับ ถ้าจะแวะขากลับลงจากดอยอินทนนท์ก็คำนวนเวลาดีๆ

ผมเคยไปพระมหาธาตุฯ ครั้งล่าสุดก็เกือบ 10 ปีแล้วครับ มาครั้งนี้เห็นการเปลี่ยนแปลงตรงที่มีบันไดเลื่อนขึ้นไปด้านบน ผู้สูงอายุและคนพิการขึ้นได้สะดวกครับ

บันไดเลื่อนขึ้นไปพระมหาธาตุฯ

ข้างๆ พระมหาธาตุฯ มีสวนดอกไม้เมืองหนาว และจุดชมวิว

ดอกไม้เพิ่งจะลงปลูกได้ไม่นาน ผมคิดว่าเค้าตั้งใจให้โต ออกดอกในช่วงเดือนธันวาคม ช่วงที่คนมาเที่ยวเยอะที่สุด

วันนี้ฟ้าใส แดดดีมากครับ แต่อากาศไม่หนาวเท่าไหร่

จุดชมวิว วันที่ไปมีทะเลหมอกในตอนเช้า พอสายๆ หน่อยหมอกก็เริ่มจางลง เห็นเป็นวิวภูเขาแทน

ชมสวนเสร็จเดินขึ้นไปบนพระมหาธาตุฯ

พระพุทธรูปในพระมหาธาตุนภพลภูมิสิริ

มองไปที่ฝั่งตรงข้ามจะเป็นพระมหาธาตุนภเมทนีดล

พระพุทธรูปที่อยู่บนพระมหาธาตุนภเมทนีดล จะเป็นปางที่แตกต่างกับ พระพุทธรูปบนพระมหาธาตุนภพลภูมิสิริ

ในรูปด้านล่างเป็นที่จอดรถ และร้านอาหาร ของฝาก

เราใช้เวลาที่พระมหาธาตุฯ ประมาณชั่วโมงกว่าๆ จากนั้นก็นั่งรถไปไปอีก 10 นาที ก็จะถึงยอดดอยอินทนนท์

ยอดดอยอินทนนท์ เป็นยอดดอยที่สูงที่สุดในประเทศไทย มีความสูงถึง 2,599 เมตร จากระดับน้ำทะเล บริเวณยอดดอยมีอากาศหนาวเย็น-ชื้นตลอดทั้งปีถ้าดูจากแผนที่โลกจะเห็นว่าดอยอินทนนท์เป็นส่วนหนึ่งของเทือกเขาหิมาลัยที่พาดยาวมาตั้งแต่ประเทศเนปาล ภูฐาน พม่า และมาสิ้นสุดที่ดอยอินทนนท์

บริเวณยอดดอยเป็นที่ตั้งสถานีเรดาร์ของกองทัพอากาศไทยและเป็นที่ประดิษฐานสถูปเจ้าอินทวิชยานนท์ เจ้าเมืองเชียงใหม่องค์สุดท้าย โดยปกติแล้วบริเวณพื้นที่ของสถานีเรดาร์กองทัพอากาศไทยจะห้ามถ่ายรูป และห้ามเข้าไปด้านใน คงเป็นเหตุผลเรื่องความมั่นคง

ศาลานภานนท์ เป็นศาลาที่อยู่ด้านหน้าสถานีเรดาร์ของกองทัพอากาศไทย ในนี้ขายอาหาร เครื่องดื่ม ของที่ระลึก เมื่อตอนเด็กๆ ผมจำได้ว่าเคยเจอแม่คะนิ้งที่บริเวณนี้ด้วยครับ

อากาศบนนี้หนาวเย็นและชื้นมาก ต้นไม้และทางเดินถูกปกคลุมไปด้วยมอส

ระหว่างทางเจอนกตัวเล็กๆ สีสวยๆ หลายตัวครับ ที่นี่เป็นสถานที่ดูนกหายากแห่งหนึ่งในประเทศไทย

ต้นไม้ที่ถูกปกคลุมไปด้วยมอส

สูงสุดแดนสยาม ป้ายนี้ใครมาดอยอินทนนท์ ก็ต้องแวะมาถ่ายรูป

สถูปเจ้าอินทวิชยานนท์ เจ้าเมืองเชียงใหม่องค์สุดท้าย ขึ้นครองนครเชียงใหม่ พ.ศ. 2416 – พ.ศ. 2440

หมุดหลักฐานจุดสูงสุดแดนสยาม

ทางเดินบนนี้เป็นสะพานไม้ สามารถใช้ศึกษาธรรมชาติ ดูพันธุ์ไม้รอบๆ ได้

หน่วยพิทักษ์ยอดดอยอินทนนท์

ใครที่ชอบชมธรรมชาติ บนนี้มี เส้นทางเดินศึกษาธรรมชาติอ่างกาหลวง , ศาลเจ้ากรมเกียรติ เส้นทางนี้เดินเป็นวงกลม ระยะทาง 1.8 กิโลเมตร ออกแบบเส้นทางเดินโดย คุณไมเคิล แมคมิลแลน วอลซ์ นักสัตววิทยาและอาสาสมัครชาวแคนาดาประจำอุทยานแห่งชาติดอยอินทนนท์

ในเส้นทางนี้มีข้าวตอกฤาษี ซึ่งเป็นมอสที่ใหญ่ที่สุดในประเทศไทย และมีนกป่าสีสวยๆ ให้ชมกันครับ

สองแถวสีเหลืองจอมทอง – ดอยอินทนนท์ ใครที่นั่งรถโดยสารมาถึงจอมทองก็เหมาสองแถวเหลืองขึ้นดอยได้ ทั้งวัน 1,300 บาท หรือถ้าใครขับรถมาแต่กลัวขับขึ้นดอยไม่ไหวก็ไปจอดตรงทางขึ้นหน้าวัดน้ำตกแม่กลางแล้วเหมาสองแถวเหลือง

สมัยก่อนที่ผมเป็นนักศึกษาใช้วิธีโบกรถขึ้นดอยครับ แต่เดี๋ยวนี้ไม่ค่อยมีใครอยากรับแล้วมิจฉาชีพเยอะ

บนยอดดอยอินทนนท์ เราใช้เวลาไปประมาณครึ่งชั่วโมง เดี๋ยวเราจะลงไปสถานีเกษตรหลวงดอยอินทนนท์

ระหว่างทางคุณลุงขับรถ แวะให้เราซื้อของที่ตลาดม้ง ดอยอินทนนท์ ของที่ขายส่วนมากจะเป็นพวก พืช ผักเมืองหนาว ทั้งปลูกเองบนดอยและนำเข้ามาจากจีน

ของที่ผมว่าน่าสนใจก็มีลูกพลับ ลูกใหญ่กว่าที่ขายในกรุงเทพฯ แม่ค้าชาวเขาบอกว่าเป็นลูกพลับจากประเทศจีน ถุงในรูปด้านล่างขายถุงละ 100 บาท ถ้าแบบปอกเปลือกพร้อมทาน ถุงเล็ก 20 บาท ราคาสินค้าโดยรวมผมว่ากาดหลวง (ตลาดวโรรส) ถูกกว่า

เราชอปปิ้งกันนิดๆ หน่อยๆ พอได้กระจายรายได้สู่ชาวเขา แล้วก็ไปต่อผ่านที่ทำการอุทยานแห่งชาติดอยอินทนนท์, สถานีอนามัย จนมาถึงสถานีเกษตรหลวงอินทนนท์ หรือ ที่เรียกกันสั้นๆ ว่าโครงการหลวง

ที่ทำการอุทยานแห่งชาติดอยอินทนนท์

สถานีเกษตรหลวงอินทนนท์ มีค่าบำรุงสถานที่คนละ 20 บาท ภายในมีแปลงดอกไม้ พืชผัก เมืองหนาว ร้านกาแฟดอยคำ สโมสรอินทนนท์ และมีบ้านพักอยู่ในนี้ด้วยครับ ราคาไม่แพงแต่ต้องจองล่วงหน้านาน

แผนที่ในสถานีเกษตรหลวงอินทนนท์

หงษ์ดำในสระนี้ พี่เบิร์ด ธงไชย แมคอินไตย์ มอบให้มูลนิธิโครงการหลวง หงษ์ดำหน้าตาแบบนี้ครับ

ส่วนหงษ์ขาว พ.ญ. กุหลาบ และผิวดีคลีนิค มอบให้มูลนิธิโครงการหลวง

สวน 80 พรรษา โครงการหลวงดอยอินทนนท์

เดี๋ยวเราจะไปทานข้าวกันที่สโมสรอินทนนท์ กันก่อนนะครับ แล้วค่อยเดินชมในโครงการหลวงกันต่อ

อาคารสีเหลืองนี่แหล่ะครับสโมสรอินทนนท์ อาหารที่นี่ขึ้นชื่อเรื่องความสด อร่อย ใช้พืช ผักในโครงการหลวง ปลอดยาฆ่าแมลง สารเคมี

บรรยากาศรอบๆ สโมสรอินทนนท์

พนักงานในนี้ส่วนมากเป็นชาวเขาครับ เป็นไปตามวัตถุประสงค์ของโครงการหลวง เพื่อช่วยส่งเสริมอาชีพให้กับชาวไทยภูเขาในพื้นที่

สำหรับเมนูแนะนำในร้านอาหารสโมสรอินทนนท์จะเป็นเมนูที่มี ปลาเรนโบว์เทราต์ อยู่ด้วยไม่ว่าจะเป็น ปลาเรนโบว์เทราต์ทอดกระเทียม, ปลาเรนโบว์เทราต์รมควัน, ปลาเรนโบว์เทราต์ทอดสมุนไพร

ทำไมต้องเป็นปลาเรนโบว์เทราต์ สงสัยกันไหมครับ เนื่องจากว่าปลาเรนโบว์เทราต์ เป็นปลาเมืองหนาวจัดอยู่ตระกูลเดียวกับปลาแซลมอน จะต้องอยู่ในอากาศเย็น อุณหภูมิน้ำต่ำ ซึ่งปกติแล้วบ้านเราเลี้ยงไม่ได้แน่นอนเพราะบ้านเราเป็นเมืองร้อน แต่ทางกรมประมง ทำการศึกษาวิจัยและได้ทดลองเลี้ยงปลาเรนโบว์เทราต์ โดยใช้น้ำจากลำธาร ซึ่งไหลมาจากน้ำตกสิริภูมิ แหล่งต้นน้ำบนดอยอินทนนท์ เป็นน้ำที่อุณหภูมิต่ำ ผลปรากฏว่าปลาเรนโบว์เทราต์ เติบโตได้อย่างรวดเร็ว จึงเป็นที่มาว่าทำไมต้องสั่งปลาเรนโบว์เทราต์มาทาน

จานนี้ปลาเรนโบว์เทราต์ทอดกระเทียม ราคา 250 บาท เนื้อปลาแน่น สด ก้างน้อยครับ ทานคู่กับน้ำจิ้ม อร่อยมาก

เมนูอื่นๆ ที่สั่งมาทาน ต้มยำไก่, ไก่ผัดเม็ดมะม่วงหิมพานต์, น้ำพริกอ่อง, ยำเห็ด

อาหารทุกอย่าง อร่อยมากๆ ครับ ผัดสด เช็คบิลมาราคา 760 บาทเท่านั้น ไปกัน 5 คน เฉลี่ยคนละ 152 บาทเท่านั้น ถูกมาก

ทานข้าวเสร็จเดินย่อยในโครงการหลวงต่อ ที่เห็นในรูปด้านบนเป็นแปลงผัก แปลงดอกไม้กระจายกันไปครับ หลังคามุงพลาสติก

บนเนินนี้เป็นบ้านรับรอง, บ้านสิริภูมิ ทรงคล้ายๆ กับบ้านในยุโรป

โรงเรือนรวบรวมและจัดแสดงพันธุ์ไม้ ถ้าใครเคยไปที่สถานีเกษตรหลวงอ่างขางมาแล้ว ที่นี่ก็จะคล้ายๆ กันครับ มีต้นไม้ให้ชมเยอะ เดินดูกันเพลินๆ อากาศในโรงเรือนไม่ร้อน

ไม้ดอก ไม้ใบที่นี่งามมาก ดอกใหญ่ สีสวย

พันธุ์ไม้ ผมไม่ค่อยรู้จักเท่าไหร่ครับ เห็นว่าสวยดี ขอใช้รูปแทนการอธิบายนะครับ

ต้นเฟิร์น

มุมกระบองเพชร

สัปปะรดสี

สวนเฟิร์น ที่นี่เฟิร์นงามมากเพราะอากาศชื้นด้วย

ออกจากโครงการหลวง นั่งรถไปไม่เกิน 5 นาทีก็ถึง สวนหลวงสิริภูมิ

เข้าไปชมในสวนเสียค่าบำรุงรักษาสิ่งแวดล้อมอีกคนละ 20 บาท

สวนหลวงสิริภูมิ เป็นธารน้ำของน้ำตกสิริภูมิ ภายในจัดเป็นสวนกึ่งธรรมชาติมีต้นไม้ใหญ่ เฟิร์น แต่ไม่มีที่ให้เล่นน้ำนะครับ

มองขึ้นไปด้านบนเป็นน้ำตกสิริภูมิ เป็นน้ำตกขนาดใหญ่ไหลลงมาจากที่สูง

ธารน้ำในสวนหลวงสิริภูมิ

สถานที่สุดท้ายที่เราจะไปกันก่อนที่จะกลับเข้าตัวเมืองเชียงใหม่คือน้ำตกวชิรธาร จากสวนหลวงสิริภูมิไปน้ำตกวชิรธาร ก็ประมาณ 20 นาที

น้ำตกวชิรธาร เป็นน้ำตกขนาดใหญ่แห่งหนึ่งบนดอยอินทนนท์ เป็นน้ำตกที่มาสะดวกสุด จอดรถปุ๊ปมองเห็นน้ำตกเลย

ละอองน้ำลอยมาไกลมาก ขนาดว่ายืนอยู่ห่างจากน้ำตกหลายสิบเมตรละอองน้ำยังมาถึง

น้ำตกวชิรธาร ห้ามเล่นน้ำนะครับ น้ำไหลแรงมาก

ป้ายน้ำตกอยู่ไกลขนาดนี้ยังเปียกไปหมด

ละอองน้ำกระทบกับแสงแดดกลายเป็นรุ้งกินน้ำที่บริเวณน้ำตก

ที่จอดรถน้ำตกวชิรธาร

ออกจากน้ำตกนี้เราก็กลับเข้าตัวเมืองเชียงใหม่แล้วครับ ขากลับใช้เวลา 2 ชั่วโมง ถึงโรงแรม 16.30 น. One day trip ดอยอินทนนท์ก็ขอจบแต่เพียงเท่านี้ ไว้มีโอกาสจะมาค้างที่ดอยอินทนนท์น่าจะดี ตอนต่อไปผมจะพาไปเดินเล่นที่ถนนคนเดินวัวลาย (ถนนคนเดินวันเสาร์) ติดตามชมกันนะครับ

Post Views 24134

ชอบบทความนี้ กด +1 ให้กำลังใจเราด้วยครับ

admin

นักเขียนประจำ emagtravel.com

14 thoughts on “เที่ยวดอยอินทนนท์ ชมโครงการหลวง พระมหาธาตุ สูงสุดแดนสยาม

  • November 23, 2012 at 10:19 pm
    Permalink

    Great information, THank you!

  • May 4, 2013 at 8:54 am
    Permalink

    ขอบคุณมากๆเลยค่ะ
    เป็นประโยชน์มากๆเลย
    เพราะได้ไป one day trip
    ตามนี้เปี๊ยบเลย
    ขอบคุณจริงๆค่ะ

  • November 1, 2013 at 9:50 am
    Permalink

    เราจะเหมารถแดงยังไงค่ะ โบกรถแดงต่อรองราคากันเลยหรอค่ะ

  • November 1, 2013 at 9:53 am
    Permalink

    ตอบคุณ miw

    ของผมได้เบอร์มาจากคนใน pantip นะครับ เค้าเคยใช้บริการแล้วว่าดี ก็เลยโทรนัดเอาเลย แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นเราควรหาราคากลางๆ ให้เรียบร้อยซะก่อนจะได้ต่อรองราคาได้ถูกต้อง

  • November 1, 2013 at 9:56 am
    Permalink

    ขอเบอร์ได้ไหมค่ะ

  • November 1, 2013 at 9:59 am
    Permalink

    ตอบคุณ miw

    ลุงธวัชชัย 084 611 1667 รูปรถและราคาดูได้ที่ในรีวิวครับ

  • November 18, 2013 at 11:08 am
    Permalink

    ตอบคุณ admin
    ขอบคุณค่ะ ได้รถตู้แล้ว 1700/วัน + ค่าน้ำมัน ค่ะ

    มีคัยอยาก share เดินทางร่วมกันไหมค่ะ วันที่ 21 ธันวาคม 2556 นี้ เดินทางจากตัวเมืองเชียงใหม่ ออกตัวตั้งแต่เช้ามืดค่ะ ไปดอยอินฯ แวะเที่ยวระหว่างทางได้ตามใจชอบ และพี่คนขับเป็นไกด์ให้ด้วย หมิวติดต่อรถไว้เรียบร้อยแล้ว ทริปนี้หมิวเดินทางไปกับเพื่อน 1 คนค่ะ หากมีเพื่อนๆ คนไหนสนใจไปด้วยกัน (แชร์ๆ กันนะคะ) ติดต่อมาได้เลย ที่ miw_ebiz(at)hotmail.com ค่ะ หากพักในตัวเมืองเชียงใหม่เหมือนกันรถตู้สามารถไปรับ-ส่งถึงที่พักได้ค่ะ

  • January 17, 2014 at 12:59 am
    Permalink

    ขอบคุณครับ ได้ท้ังความรู้และภาพ เหมือนกับได้ไปด้วยเลย ขอบคุณมากๆครับ

  • October 16, 2014 at 12:48 pm
    Permalink

    ขอบคุณมากกกครับ
    กำลังจะเดินทางไปเที่ยวพอดี ประมาณเดือนสิบสองนี้
    เพิ่มเติมข้อมูลให้กับสมาชิกของเราครับ

  • October 18, 2014 at 1:25 am
    Permalink

    ขอบคุณมากค่ะ กำลังจะกลับเมืองไทยและไปเชียงใหม่กับปายค่ะ ให้ความรู้ละเอียดทุกมุมเลย ดีจัง

  • October 22, 2014 at 8:25 pm
    Permalink

    ภาพภาคเหนือสวยมากเลยครับ 🙂 ชอบการเขียนเล่าเรื่องการเดินทางละเอียดมีประโยชน์มากเลย ใครได้อ่านรับประกันต้องตามรอยของผู้เขียนแน่นอน 🙂

  • October 22, 2014 at 8:35 pm
    Permalink

    เห็นแล้ว อยากเดินทางทำ review มากเลย,, อยากมีเวลาเดินทางกับภรรยา หรือ เดินทางเล่นกับเพื่อน 555 แค่คิดก้อการันตี ความสุขละ เห้อ… เพ้อ กลับทำงานต่อ.

  • November 24, 2016 at 9:56 am
    Permalink

    ขอบพระคุณกับข้อมูลครับ ผมไปคนเดียวครับ

  • January 9, 2017 at 9:31 pm
    Permalink

    รถแดงที่รับส่ง รอบละ 20 บาท มีถึงกี่ทุ่มคะ

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *