เที่ยวฮาโกเนะ ชมภูเขาไฟฟูจิใน 1 วัน ด้วย Hakone Freepass

ญี่ปุ่น / โตเกียว / ฮาโกเนะ Hakone

ข้อมูลประชาสัมพันธ์ เมษายน 2560

พื้นที่ Owakudani ปิดเส้นทางเดินขึ้นภูเขา เนื่องจากมีแก๊สออกมาจากภูเขาไฟมากกว่าระดับปลอดภัย แต่นักท่องเที่ยวสามารถนั่ง Hakone Ropeway มาลงที่สถานี Owakudani ไปซื้อไข่ดำได้ และร้านค้ารอบสถานียังเปิดตามปกติ

นักท่องเที่ยวที่ไปชมภูเขาไฟฟูจิในญี่ปุ่น ส่วนมากจะไปนิยมไปอยู่ 2 ที่ ได้แก่ ทะเลสาบคาวากุจิโกะ (Kawaguchiko) และ ฮาโกเนะ (Hakone) ในรีวิวตอนที่แล้วเราได้ไป Kawaguchiko เห็นภูเขาไฟฟูจิแบบเต็มๆ รีวิวนี้จะเป็นการเดินทางไป Hakone แบบเช้าไป – เย็นกลับ จากโตเกียว จะเห็นภูเขาไฟฟูจิชัดขนาดไหนลองชมรีวิวกันครับ

รู้จักกับ Hakone

Hakone เป็นเมืองที่อยู่ทางทิศตะวันตกเฉียงใต้ของโตเกียว มีระยะทางเป็นเส้นตรงจากโตเกียวประมาณ 70 กิโลเมตร เมืองนี้เป็นส่วนหนึ่งของอุทยาน Fuji-Hakone-Izu National Park มีธรรมชาติอุดมสมบูรณ์ ขึ้นชื่อเรื่องบ่อน้ำร้อน และวิวภูเขาไฟฟูจิ พื้นที่ใน Hakone ส่วนมากอยู่ในบริเวณภูเขาไฟที่ยังคงมีพลังงานสะสมอยู่

Pass ในการเดินทางไป Hakone

การเดินทางไป Hakone จะนิยมซื้อ Pass แบบเหมาจ่าย ราคาถูกกว่าซื้อตั๋วเป็นเที่ยวๆ Pass ส่วน JR Pass ไม่ครอบคลุมพื้นที่ใน Hakone ต้องลงที่ Odawara แล้วต่อรถไฟ Odakyu เข้าไปยัง Hakone

  • Hakone Freepass

ใช้ในการเดินทางจาก Shinjuku, Machida และ Odawara ไปยัง Hakone (ไป – กลับ) พาสชนิดนี้ยังใช้นั่งเรือโจรสลัด, Ropeway, Cable Car และการเดินทางใน Hakone ฯลฯ ได้ฟรี มีให้เลือกซื้อแบบ 2-3 วัน ถึงจะเที่ยวแบบเช้าไป – เย็นกลับ ก็แนะนำให้ซื้อแบบ 2 วัน ราคาถูกกว่าซื้อตั๋วเป็นเที่ยวๆ

เดินทางจาก 2 วัน 3 วัน
Shinjuku ผู้ใหญ่ 5,140 เยน เด็ก 1,500 เยน ผู้ใหญ่ 5,640 เยน เด็ก 1,750 เยน
Machida ผู้ใหญ่ 4,280 เยน เด็ก 1,420 เยน ผู้ใหญ่ 5,320 เยน เด็ก 1,670 เยน
Odawara ผู้ใหญ่ 4,400 เยน เด็ก 1,000 เยน ผู้ใหญ่ 4,500 เยน เด็ก 1,250 เยน
  • Fuji Hakone Pass

พาสนี้เหมาะสำหรับคนที่ต้องการไปชมภูเขาไฟฟูจิสองที่ Kawaguchiko และ Hakone ครอบคุลมการเดินทางจาก Shinjuku – Hakone – Kawaguchiko – Shinjuku ใช้นั่งเรือโจรสลัด, Ropeway, Cable Car การเดินทางใน Hakone ได้ฟรี และ เดินทางระหว่าง Hakone – Kawaguchiko แต่ไม่รวมถึงรถ Retro Bus ที่วิ่งรอบทะเลสาบ Kawaguchiko พาสมีระยะเวลา 3 วัน

ราคา : ผู้ใหญ่ 7,400 เยน เด็ก 3,700 เยน

สถานที่ในการซื้อ Hakone Freepass และ Fuji Hakone Pass

Odakyu Sightseeing Service Center ชั้น 1 สถานี Odakyu Railway Shinjuku ทางออก West Exit สามารถเดินทางด้วยรถไฟ JR ลงสถานี Sinjuku มีทางเดินเชื่อมไปยังที่จำหน่ายตั๋ว สามารถซื้อตั๋วล่วงหน้าได้ 30 วัน

แผนที่ Odakyu Sightseeing Service Center จากเวบ www.odakyu.jp

สะดวก สบาย ยิ่งขึ้นด้วย Romancecar

ภาพ Romancar จากเวบ www.odakyu.jp

Romancar เป็นรถไฟขบวนพิเศษ เบาะระบุที่นั่ง ที่นั่งกว้าง นั่งสบาย เห็นวิวชัด ใช้เวลาเดินทางเร็วกว่า และวิ่งตรงถึงสถานี Hakone – Yumoto ไม่ต้องเปลี่ยนขบวนที่ Odawara ใช้เวลาจาก Shinjuku ไปยัง Hakone – Yumoto เพียง 85 นาที ท่านที่มี Hokone Freepass สามารถซื้อตั๋วรถไฟ Romancar เพิ่มในราคา 890 เยน / เที่ยว โดยจะต้องระบุที่นั่ง และเวลา

รถไฟ Romancar ให้บริการ 4 ชนิดดังนี้

  • VSE (Model 50000) ขบวนรถที่ได้รับความนิยมสูงสุด มองเห็นวิวด้านหน้าได้อย่างชัดเจน (คนขับอยู่ชั้นบน) ที่นั่งที่ดีที่สุดจะเป็นที่นั่ง 4 แถวหน้า เห็นวิวได้รอบด้าน
  • MSE (Model 60000) ขบวนรถไฟสีน้ำเงิน มีการออกแบบลดเสียงจากภายนอกเข้ามาในห้องโดยสาร ได้รับรางวัลการออกแบบ Good Design Award และ Blue Ribbon Award 2009
  • LSE (Model 7000) ให้บริการครั้งแรกในปี ค.ศ.1980 ตัวรถไฟเก่า แต่มีการบำรุงรักษาดี มองเห็นวิวด้านหน้าได้อย่างชัดเจน (คนขับอยู่ชั้นบน)
  • EXE (Model 30000) ขบวนรถที่มีให้บริการมากที่สุด โมเดลนี้ (EXE) ย่อมาจาก Excellent Express รองรับผู้โดยสารได้มากถึง 10 โบกี้ ให้บริการครั้งแรกในปี ค.ศ.1996

ไป Hakone วันไหนถึงจะได้เห็นภูเขาไฟฟูจิแบบเต็มๆ

ภูเขาไฟฟูจิ เป็นภูเขาไฟที่คนขนานนามว่า “ภูเขาไฟขี้อาย” ไม่ค่อยเปิดเผยให้เห็นชัดเจน มักมีมีเมฆ หมอก บังอยู่บ่อยๆ นักท่องเที่ยวอย่างเราไม่ได้มีโอกาสไปเที่ยว บ่อยๆ ไปทั้งทีก็อยากให้อากาศดี เห็นภูเขาไฟฟูจิชัดๆ พอจะมีเคล็ดลับที่ทำให้มีโอกาสเห็นภูเขาไฟฟูจิได้อย่างชัดเจน ดังนี้ครับ

1. ไป Hakone อย่าระบุวันไป ให้วางแผนอย่างยืดหยุ่น สามารถสลับวันกับโปรแกรมอื่นได้

2. ตรวจสอบพยากรณ์อากาศก่อนเดินทาง ด้วยการ Search ใน Google ว่า “hakone weather” วันไหนอากาศดี ท้องฟ้าแจ่มใส ให้เราเล็งวันนั้นไว้

3. ก่อนไป 1 วันตรวจสอบพยากรณ์ซ้ำอีกรอบ ถ้าอากาศดีค่อยไปซื้อตั๋วล่วงหน้า หรือจะไปซื้อตั๋วในตอนเช้าของวันเดินทางก็ได้ การตรวจสอบพยากรณ์อากาศแบบวันต่อวัน จะให้ผลที่ค่อนข้างแม่น

วางแผนเที่ยว Hakone

เส้นทางใน Hakone ออกแบบมาให้เราเที่ยวเป็นวงกลม จะเที่ยววนซ้าย หรือ วนขวาก็ได้ แต่ควรกำหนดเวลาให้ดี บางเส้นทางรถบัสมีไม่กี่เที่ยว ถ้าไปไม่ตรงเวลาอาจจะรอรถนาน ตารางรถไฟ รถบัสสายต่างๆ จะมีให้ตอนที่ซื้อตั๋ว ควรพกติดตัวด้วย จะได้เปลี่ยนแผนได้ตามความเหมาะสม

ตารางรถไฟ – รถบัส และคูปองส่วนลดใน Hakone

โปรแกรมเที่ยวของเรา เที่ยว Hakone + Gotemba Premium Outlets เส้นทางในรูปด้านบน ใช้เวลาเดินทางระหว่าง Gora <–> Gotemba Premium Outlets ขาละ 1 ชั่วโมง 10 นาที รวมเวลาชอปปิ้งด้วย ใช้เวลาไม่น้อยกว่า 3 ชั่วโมง ท่านที่ไม่ได้อยากชอปปิ้งสามารถตัดส่วนนี้ออกได้เลยครับ

เราออกแบบการเดินทางไว้ดังนี้

6:36 – 8:11    Shinjuku (Odakyu Odawara Line Exp.) – Odawara
8:20 – 8:34    Odawara – Hakone-Yumoto
9:15 – 9:50    Hakone-Yumoto ต่อบัสสาย K ไป Motohakone-ko
10:10 – 10:50    ต่อเรือโจรสลัดไป Togendai-ko (ซื้อตั๋ว First class)
11:00    ต่อกระเช้าไป Owakudani เที่ยวชิมไข่ดำ หามุมถ่ายฟูจิ ทะเลสาบ ศาลเจ้า
12:00    ต่อกระเช้าไป Sounzan ขึ้น cable car ลงมา Gora
13:25 – 14:35    ต่อรถบัสสาย S, M ไป Gotemba Outlets ชอปปิ้งเสื้อผ้า, ถ่ายรูป Fuji
16:00 – 17:03    รถบัสสาย S, M Gotemba Outlets – Gora Station
17:23 – 17:41    นั่งรถไฟจาก Gora ไป Odawara
17:54 – 19:26    Odawara – Shinjuku

ในการเดินทางจริง เวลาจะยืดออกไปอีกครับ เราตื่นสาย และ เผื่อเวลาแต่ละที่น้อยเกินไป

วันเดินทาง

ตัดมาที่วันเดินทาง นั่งรถไฟมาลงที่สถานี Shinjuku เดินตามป้าย Odakyu นำ Hakone Freepass สอดเข้าที่ประตูทางเข้ารถไฟ

ตั๋วรถไฟที่ถูกใช้งานแล้วจะถูกเจาะรูที่ด้านขวา

เราขึ้นรถไฟรอบ 7.01 น. ขบวน Odakyu Odawara Line Exp. ปลายทางที่สถานี Odawara ที่นั่งในรถไฟจะเป็นเบาะยาวนั่งหันหน้าเข้าหากัน ตั๋วไม่ระบุที่นั่ง นั่งตรงไหนก็ได้

นั่งรถไฟประมาณ 1 ชั่วโมงกว่า ก็เห็นฟูจิซังมาทักทายที่ด้านขวา วันนี้ฟ้าใสแดดดีมาก

8.32 น. รถไฟมาถึงที่สถานี Odawara เราต้องเดินไปต่อรถไฟ Hakone Tozan Train ไปยังสถานี HAKONE-YUMOTO

Hakone Tozan Train จะเป็นรถไฟสีแดงในรูปด้านบน ใช้เวลาอีก 15 นาทีก็มาถึงสถานี HAKONE-YUMOTO

นักท่องเที่ยวที่เดินทางมากับขบวน Limited Express (Romancecar) นั่งยาวจาก Shinjuku มาลง HAKONE-YUMOTO ได้เลย รถไฟ Romancecar ในรูปด้านล่างจะเป็นรุ่น Type 30000 (EXE)

ตู้ Locker สถานี HAKONE-YUMOTO

เดินออกจากสถานี HAKONE-YUMOTO ไปยังป้ายรถบัส รถบัสแต่ละสายจะมีแถวแยกกัน

วิวข้างป้ายรถบัส HAKONE-YUMOTO เห็นวิวภูเขา ลำธาร สะพานแดง

9.41 น. จาก HAKONE-YUMOTO เรานั่งรถบัสสาย K ไปลงป้าย MOTOHAKONE-KO

การขึ้นรถบัสสาย K, S, M, L ให้ขึ้นด้านหลัง ลงด้านหน้า ถ้ามี Hakone Free Pass หรือ Fuji Hakone Pass ไม่ต้องหยิบตั๋วข้างประตู แต่ถ้าไม่มี Pass จะต้องหยิบตั๋วข้างประตู แล้วเวลาลงให้จ่ายค่าโดยสารตามราคาหน้าจอ ส่วนผู้มี Hakone Free Pass หรือ Fuji Hakone Pass ก็ยื่นให้คนขับรถดูแล้วลงจากรถได้เลย

10.18 น. รถบัสมาถึง MOTOHAKONE-KO เป็นท่าเรือของเรือโจรสลัดที่แล่นในทะเลสาบอาชิ (Ashi) ในทะเลสาบแห่งนี้มีอยู่ด้วยอันสามท่าเรือ ได้แก่ MOTO-HAKONE-KO, TOGENDAI-KO และ HAKONE-MACJIKO

ระวัง ก่อนถึงป้าย MOTOHAKONE-KO จะมีป้าย MOTOHAKONE อย่าสับสน อย่าลงผิด ให้ลงป้าย MOTOHAKONE-KO เท่านั้น

ค่าโดยสารเรือโจรสลัด (Hakone Sightseeing Cruise)

  • MOTO-HAKONE-KO ไป TOGENDAI-KO : ผู้ใหญ่ 1,000 เยน เด็ก 500 เยน (Hakone Free Pass ขึ้นเรือได้เลย)
  • First Class Cabin จ่ายเพิ่ม : ผู้ใหญ่ 500 เยน เด็ก 250 เยน (มี Hakone Free Pass ผู้ใหญ่ 400 เยน เด็ก 200 เยน)

การนั่งเรือโจรสลัดนั้น ถ้าอยากจะชมวิวอย่างสบายใจ ไม่ต้องไปเบียดกับใคร ได้นั่งหรู แนะนำให้จ่ายเงินเพิ่ม 400 เยน ได้อัพเกรดเป็น First Class จ่ายเงินเพิ่มที่ช่องขายตั๋วด้านหน้า ตั๋ว First Class จะเป็นกระดาษใบเล็กๆ สีขาว ในรูปด้านล่าง

เมื่อขึ้นไปในเรือแล้วจะแยกโซน First Class กับโซนธรรมดา ที่นั่งในเรือจะมี ชั้น 1, ชั้น 2 และดาดฟ้า มีจำหน่ายเครื่องดื่ม

ที่นั่งในโซน First Class เป็นโซฟา นั่งสบาย ที่นั่งริมหน้าต่างว่างเยอะ

จะนั่งอยู่ในเรือก็คงไม่เห็นวิวสวยๆ เลยเดินขึ้นดาดฟ้ามาชมวิว ในรูปด้านล่างเป็นศาลเจ้าฮาโกเน่จินจะ (Hakone-jinja Shrine) ศาลเจ้ากลางน้ำในทะเลสาบอาชิ

เรือแล่นไปได้ซักพักก็เจอกับภูเขาไฟฟูจิ เห็นหิมะสีขาวปกคลุมที่ยอดภูเขาไฟ วิวภูเขาไฟฟูจิที่ทะเลสาบอาชิ จะเห็นได้มากสุดเท่านี้ครับ ไม่อลังการเหมือนคาวากุจิโกะ

บนดาดฟ้าเรือจะแบ่งเป็น 2 ส่วน ผู้โดยสารธรรมดา กับ First class ฝั่งธรรมดา (รูปบน) คนจะเยอะ ส่วนฝั่ง First class (รูปล่าง) คนน้อย

ระหว่างที่เรือแล่นก็มีเรือโจรสลัดอีกลำสวนกัน ช่วงเดือนมีนาคม ต้นไม้จะดูแห้งๆ

รูปล่างเป็นผู้ให้บริการเจ้าอื่น นอกเหนือจากเรือโจรสลัด

11.17 น. เราก็มาถึงท่าเรือโทเง็นได (TOGENDAI-KO) เรือใช้เวลาแล่นประมาณ 25 นาที ใครที่รู้สึกว่ายังไม่เต็มอิ่มกับภูเขาไฟฟูจิและวิวทะเลสาบอาชิ ก็สามารถอยู่ต่อบนเรือนั่งวนไปอีกรอบก็ได้ มี Hakone Free Pass สามารถใช้บริการได้อย่างไม่จำกัด นี่เป็นข้อดีของ Pass ครับ

ถึงใจจะอยากนั่งเรืออีกซักรอบแต่เวลาไม่เอื้ออำนวย ยังมีสถานที่ในโปรแกรมอีกหลายแห่ง เราจึงต้องลงเรือและไปต่อครับ

ลงเรือ – ขึ้นกระเช้าลอยฟ้าสายฮาโกเนะ

ที่ TOGENDAI-KO เป็นจุดเชื่อมต่อกันระหว่างท่าเรือและกระเช้า (Hakone Ropeway) เราจะขึ้นกระเช้าจากจุดนี้ไปไปลงที่โอวากุดานิ (Owakudani) ในหนึ่งกระเช้านั่งได้ประมาณ 6 คน ถ้าคนไม่เยอะเค้าก็ให้นั่งประมาณ 4 คน ลักษณะกระเช้าก็คล้ายๆ กับกระเช้านองปิง ที่ฮ่องกง

รอบกระเช้าติดกระจกสีดำ กระเช้าค่อยๆ เลื่อนขยับออกจากสถานี วิวจากบนกระเช้าไม่น่ากลัวครับ คิดว่าคนที่กลัวความสูงก็คงไม่กลัว

มองไปทางด้านซ้ายเห็นภูเขาไฟฟูจิ รอบนี้มีหมอกมาบังนิดหน่อย ถ่ายรูปออกมาไม่ค่อยสวยเท่าไหร่ กระจกสีดำรอบกระเช้าทำให้สีภาพ และคุณภาพลดลงไป

กระเช้าแล่นมาถึงสถานีอุบาโกะ (Uboko) สถานีนี้ผมไม่ได้ลงไป นั่งต่อจนถึงสถานีโอวากุดานิ (Owakudani) สถานีนี้คนลงแทบจะ 100%

โอวากุดานิ (Owakudani)

เป็นพื้นที่ที่เคยเป็นปากปล่องภูเขาไฟ แล้วเกิดการระเบิดขึ้นมา เมื่อประมาณ 3,000 ปีที่แล้ว ทุกวันนี้ยังมีพลังงานใต้พื้นดินในรูปของบ่อน้ำร้อน และไอน้ำที่พุ่งขึ้นมาจากดิน รอบๆ โอวากุดานิมีแร่กำมะถันอยู่เป็นจำนวนมาก อาจจะได้กลิ่นฉุนของกำมะถันบ้างในบริเวณนี้ ด้วยสภาพภูมิประเทศแบบนี้ มีคนเรียกโอวาคุดานิว่า “หุบเขานรก”

กิจกรรมยอดนิยมที่โอวากุดานิ จะเป็นการเดินขึ้นไปยังบ่อน้ำร้อน ที่มีแร่กำมะถัน ชิมไข่ดำที่ต้มในบ่อนี้ มีความเชื่อว่ากินไข่ดำ 1 ฟองมีอายุยืนขึ้น 7 ปี

Hakone Geomuseum

จุดชมภูเขาไฟฟูจิที่ Owakudani เป็นจุดที่เห็นภูเขาไฟฟูจิได้ชัดเจนมากที่สุดในฮาโกเนะ มีฉากหน้าเป็นภูเขา และ กระเช้า ที่จุดอื่นจะไม่เห็นภูเขาไฟฟูจิใหญ่ขนาดนี้

ฟูจิซังในวันฟ้าใส

นักท่องเที่ยวถ่ายรูปกับรูปปั้นไข่ดำ

คิตตี้ไข่ดำ น่ารักไปอีกแบบ

เราเดินขึ้นไปยังบ่อน้ำร้อนด้านบน เส้นทางนี้ทำเป็นเส้นทางศึกษาธรรมชาติ ต้องเดินในเส้นทางเท่านั้น ระหว่างทางจะเห็นไอน้ำออกมาจากพื้นดิน มีน้ำผุดออกมาจากพื้นดินเป็นน้ำสีขาวๆ คล้ายน้ำซาวข้าว เป็นแร่ธาตุที่มีอยู่ในบริเวณนี้

ประมาณ 10 นาทีเราก็เดินมาถึงบ่อน้ำร้อน จุดที่มีการต้มไข่ มองเห็นฟองน้ำปุดๆ คล้ายน้ำเดือด แต่ความจริงคือมีการต่อท่ออากาศลงไปในน้ำให้มีลักษณะคล้ายน้ำเดือด อุณหภูมิที่แท้จริงของน้ำไม่ได้ร้อนถึงกับทำให้น้ำเดือด

ของฝากที่ขึ้นชื่อที่สุดของ Owakudani จะเป็นไข่ดำ เป็นไข่ธรรมดา นำมาต้มด้วยการใส่กรงแล้วหย่อนไปในน้ำร้อนที่มีแร่ธาตุ เปลือกไข่ที่มีสีขาวจะทำปฏิกิริยากับแร่ธาตุกลายเป็นสีดำ แต่น่าแปลกตรงที่ว่าเนื้อไข่ขาวสุกกลัมีสีขาวเหมือนไข่ต้มปกติ

นักท่องเที่ยวที่เดินมาถึงบ่อต้ม มักจะซื้อทานตรงนั้นเลยมันได้บรรยากาศต้มสดๆ ส่วนใครที่ไม่ได้ขึ้นมาบ่อต้มด้านบนก็สามารถซื้อได้ที่ร้านของฝากด้านล่าง มีรอกพาไข่ต้มจากด้านบนไปสู่ด้านล่าง ต้มจากที่เดียวกัน ขายในราคาเท่ากัน 3 ฟอง 500 เยน

ไข่ดำ Owakudani

เปลือกไข่สีดำ ทาน 1 ฟองอายุยืน 7 ปี (เป็นความเชื่อ)

บ่อน้ำร้อน Owakudani สามารถมองเห็นภูเขาไฟฟูจิได้เหมือนกัน

11.00 น. ได้เวลาออกจาก Owakudani เรานั่งกระเช้าต่อไปยัง Sounzan หรือภูเขาโซอุนซัง จากกระเช้ามองลงไปด้านล่างจะเห็นบ่อกำมะถัน และได้กลิ่นกำมะถันจางๆ

ใกล้จะถึง Sounzan แล้ว

ต่อรถรางสายฮาโกเนะโทซัง (Hakone Tozan Cable Car) ไปยังโกระ (Gora)

13.30 น. มาถึงโกระ (Gora) จุดต่อรถบัส รถไฟ รถราง จุดใหญ่ในฮาโกเนะ ตามความเข้าใจของผมนึกว่าจะมีร้านอาหาร ร้านสะดวกซื้อ ร้านของฝากอยู่เยอะ แต่ความเป็นจริงแล้ว บริเวณนี้ค่อนข้างเงียบ วันที่ไปมีร้านอาหาร 2 ร้าน ปิดไปร้านนึง เปิดร้านนึง มีคนรอทานยืนนอกร้าน ไม่มีร้านสะดวกซื้อซักร้าน ผิดคาดมากๆ จากปัญหาตรงนี้แนะนำว่ามาเที่ยวฮาโกเนะพกข้าวกล่อง อาหารกลางวันติดตัวไปด้วยน่าจะสะดวกดี ทานที่ไหนก็ได้ ไม่เสียเวลา

ตอนนี้โปรแกรมเที่ยวสถานที่สำคัญในฮาโกเนะ จบลงแล้ว แต่เราจะยังไม่กลับโตเกียว จะนั่งรถต่อไปยังโกเทมบะ ไปชอปปิ้งที่ Gotemba Premium Outlets

เราขึ้นรถบัสต่อไปยัง Gotemba Premium Outlets แต่ขึ้นผิดคัน รถคันนี้เลี้ยวไปทาง Sengoku-annaisho-mae เรารีบกดออดลงก่อนกี่จะเลยไปไกล เห็นป้ายสีฟ้า (ในรูปด้านล่าง) บอกว่าเลี้ยวซ้ายไป Gotemba เราเลยเดินเลี้ยวซ้ายไปรอรถฝั่งนั้น

มีรถสาย W ผ่านมา เป็นรถ Odakyu Hakone Highway Bus รถคันนี้สุดสายที่ JR Gotemba มี Hakone Free pass ขึ้นได้ฟรี เลยเปลี่ยนแผนไปลง JR Gotemba แล้วต่อรถ Free Shuttle ไปลง Gotemba Premium Outlets

Free Shuttle Bus ใช้เวลาประมาณ 17 นาที ก็มาถึง Gotemba Premium Outlets

15.39 น. ถึง Gotemba Premium Outlets ซะที ไม่น่าเชื่อว่าจาก Gora มา Gotemba Premium Outlets ใช้เวลาถึง 2 ชั่วโมง ผิดแผนไปเยอะเลย

Gotemba Premium Outlets

เป็นแหล่งชอปปิ้ง ร้านอาหาร เสื้อผ้า นาฬิกา สินค้าแบรนด์เนมหลายยี่ห้อ มีร้านค้ากว่า 200 ร้าน สินค้าลดราคาตลอดทั้งปี รูปแบบก็คล้ายกับ Premium Outlets ที่อยู่ในประเทศไทย ที่ตั้งของ Gotemba Premium Outlets อยู่ที่เมือง Gotemba ห่างจากยอดภูเขาไฟฟูจิเพียง 20 กิโลเมตร สามารถมองเห็นภูเขาไฟฟูจิได้ชัดเจน

ภายใน Gotemba Premium Outlets แบ่งเป็น 2 โซน West Zone และ East Zone มีร้านค้าชั้นนำที่คนไทยนิยมอยู่หลายยี่ห้อเช่น Coach, Gucci, Gap, Paul Smith, Bvlgari, Ray-Ban, Nike, Lego, Sanrio, Disney, Adidas และยี่ห้ออื่นอีกมากมาย ร้านค้าหลายร้านมี Tax Free ให้กับนักท่องเที่ยว

เราเดินสำรวจไปเรื่อยๆ ของลดราคาพอสมควร ยี่ห้อ GAP ลดราคาสูงสุด 70% ได้เสื้อผ้าจากร้านนี้มาหลายตัวเลย

พื้นที่ค่อนข้างกว้าง ถ้าจะเดินให้ครบจริงๆ ต้องมีเวลาอย่างน้อย 2 ชั่วโมง

เดินถึง 17.30 น. ได้เห็นฟูจิซังแบบย้อนแสงบริเวณสะพานระหว่าง West Zone และ East Zone

ชอปปิ้งจนขาลากก็ถึงเวลาอันสมควรที่จะกลับได้แล้ว

18.00 น. นั่งรถบัสสาย M ไปยัง Gora พระอาทิตย์ตกดินระหว่างทาง

18.42 น. ถึงสถานี Gora นั่ง Hakone Tozan Train ไปลง HAKONE-YUMOTO แล้วต่อรถไฟ Odakyu Odawara Line กลับ Shinjuku มาถึง Shinjuku เอาตอน 21.30 น. สรุปว่าไปได้ครบทุกที่ตามแผนที่วางไว้ แต่เหนื่อยมาก ถ้าตัด Gotemba Premium Outlets ออกน่าจะเหมาะสมกับเวลาใน 1 วัน

สรุปโดยรวม ดูภูเขาไฟฟูจิที่ Hakone

Hokone Free Pass เป็นพาสที่คุ้มมากในเส้นทาง Hakone ครอบคลุมการเดินทางตั้งแต่ Shinjuku – Hakone – Gotemba และยังสามารถใช้เดินทางใน Hakone ได้อย่างไม่จำกัด

เส้นทางใน Hakone ออกแบบการเดินทางมาดีมาก ขึ้นรถไฟ – ต่อรถบัส – ลงเรือโจรสลัด – ขึ้นกระเช้า – ต่อรถราง หลากหลายมากเดินทางได้โดยไม่ย้อนกลับมาเดิม ถ้ามีเด็กมาด้วยน่าจะสนุก แต่การเดินทางไป Gotemba ไม่ค่อยสะดวกเนื่องจากมีรถน้อย และค่อนข้างไกล วิวภูเขาไฟใน Hakone สู้ Kawaguchiko ไม่ได้เลย ที่ Kawaguchiko ได้เห็นภูเขาไฟฟูจิแบบเต็มๆ ชัดเจนทั้งลูก แต่ที่ Hakone จะมีเขาบัง

การเดินทางมา Hakone ต่อรถไฟ รถบัสหลายต่อ แต่ก็สะดวก เดินทางจาก Shinjuku มาได้สะดวก สามารถมาเที่ยวแบบเช้าไป เย็นกลับจากโตเกียวได้

สรุปค่าเดินทางจากชินจุกุไปดูภูเขาไฟฟูจิ ที่ฮาโกเนะ Hakone (คนละ)

– Hakone Freepass 5,140 เยน

– First Class Cabin เรือโจรสลัด 500 เยน

: : รวมค่าเดินทาง 5,640 เยน

ที่พักใน Hakone

ที่พักในฮาโกเนะ มีจำนวนมากกว่า 100 แห่ง ส่วนมากแล้วจะอยู่ใกล้สถานี Hokone-Yumoto สถานีเริ่มต้นในการเที่ยว Hakone และ สถานี Gora ศูนย์กลางการท่องเที่ยวใน Hakone

ที่พักแนะนำ

บีแอนด์บี เพนชั่น ฮาโกเนะ ที่พักสไตล์รีสอร์ท ราคาเริ่มต้นที่ 3,600 เยน มีออนเซ็น อาหารเช้า ฟรี wifi ฯลฯ ห่างจากสถานี Gora 2 กิโลเมตร มีป้ายหยุดรถบัสใกล้โรงแรม

ที่พักยอดนิยม

Hakone Suimeisou Hotel

ที่พักแบบเรียวกัง มีออนเซน วิวภูเขาได้ยินเสียงลำธารน้ำไหล บริการดี มีอาหารเช้าสไตล์ญี่ปุ่น ห่างจากสถานี Hakone-Yumoto เพียง 70 เมตร

Yumoto Fujiya Hotel

อยู่ใกล้ลำธาร มีออนเซนกว้าง ห่างจากสถานี Hakone-Yumoto ประมาณ 120 เมตร ใกล้ร้านอาหารและร้านสะดวกซื้อ

Hakone Pax Yoshino Hotel

อยู่ติดลำธาร นั่งรถบัสไป สถานี Hakone-Yumoto ประมาณ 2 นาที ค่าโดยสาร 100 เยน มีห้องพักสไตล์ญี่ปุ่น และออนเซนในโรงแรม

Fujimien Hotel

เห็นวิวภูเขาไฟฟูจิในโรงแรม เดินทางสะดวกมีป้ายรถบัสอยู่หน้าโรงแรม ตัวโรงแรมอยู่ใกล้ Hakone Rope way มีบริการออนเซน

ดูโรงแรมใน Hakone ทั้งหมด คลิ๊ก

การเดินทางจาก Hakone ไปยังที่ต่างๆ
  • สถานีรถไฟ JR Gotemba

ขึ้นรถบัสสาย G ที่สถานี Gora รถวิ่งยาวสุดสายที่สถานี JR Gotemba ใช้เวลาประมาณ 48 นาที ผู้ถือบัตร Hakone Freepass นั่งรถได้ฟรี

  • Gotemba Premium Outlets

ขึ้นรถบัสสาย S, M, L ที่สถานี Gora รถวิ่งยาวสุดสายที่สถานี JR Gotemba ใช้เวลาประมาณ 70 นาที ผู้ถือบัตร Hakone Freepass นั่งรถได้ฟรี

  • Kawaguchiko

มีรถ Fujikyu Bus ขึ้นที่ JR Gotemba ไปลงที่สถานี Kawaguchiko ค่ารถ 1,510 เยน ส่วนทางรถไฟต้องต่อรถไฟหลายขบวนมาก ใช้เวลาเยอะ ไม่แนะนำ

  • Osaka

จากสถานี Hakone-Yumoto นั่ง Odakyu Train ไปลงสถานี Odawara มีรถไฟ Shinkanzen Hikari, Kodama นั่งยาวไปจนถึงสถานี Shin – Osaka รวมค่าโดยสาร 310+12,100 เยน ผู้ถือบัตร JR Pass สามารถนั่ง Shinkanzen Hikari, Kodama ได้ฟรี

  • Kyoto

จากสถานี Hakone-Yumoto นั่ง Odakyu Train ไปลงสถานี Odawara มีรถไฟ Shinkanzen Hikari, Kodama นั่งยาวไปจนถึงสถานี Kyoto รวมค่าโดยสาร 310+11,880 เยน ผู้ถือบัตร JR Pass สามารถนั่ง Shinkanzen Hikari, Kodama ได้ฟรี

อุณหภูมิเฉลี่ย 12 เดือน

อุณหภูมิที่ฮาโกเนะ (Hakone) จะค่อนข้างใกล้เคียงกับอุณหภูมิในโตเกียว เพียงแต่ว่าผลต่างของอุณหภูมิในแต่ละวันจะไม่มากเท่าในโตเกียว ช่วงที่เหมาะสมในการเที่ยวฮาโกเนะจะเป็นช่วงเดือนพฤศจิกายน – เมษายน เป็นช่วงที่อากาศเย็นสบาย เห็นหิมะปกคลุมที่ยอดภูเขาไฟฟูจิ

มกราคม 3 ถึง 11 องศา มีหิมะที่ยอดภูเขาไฟฟูจิ
กุมภาพันธ์ 4 ถึง 12 องศา มีหิมะที่ยอดภูเขาไฟฟูจิ
มีนาคม 6 ถึง 14 องศา มีหิมะที่ยอดภูเขาไฟฟูจิ
เมษายน 10 ถึง 18 องศา มีหิมะที่ยอดภูเขาไฟฟูจิ
พฤษภาคม 14 ถึง 21 องศา มีหิมะที่ยอดภูเขาไฟฟูจิ และค่อยๆ น้อยลง
มิถุนายน 18 ถึง 24 องศา หิมะที่ยอดภูเขาไฟฟูจิ และค่อยๆ น้อยลงจนเกือบหมด ฝนตกชุก
กรกฎาคม 22 ถึง 26 องศา
สิงหาคม 23 ถึง 29 องศา
กันยายน 20 ถึง 26 องศา ฝนตกชุก
ตุลาคม 15 ถึง 22 องศา เริ่มมีหิมะที่ยอดภูเขาไฟฟูจิช่วงปลายเดือนตุลาคม ฝนตกชุก
พฤศจิกายน 11 ถึง 17 องศา มีหิมะที่ยอดภูเขาไฟฟูจิ
ธันวาคม 6 ถึง 13 องศา มีหิมะที่ยอดภูเขาไฟฟูจิ เดือนนี้มีโอกาสเจอฝนน้อยที่สุด

Post Views 38825

Universal AC Adapterเครื่องชั่งน้ำหนักกระเป๋าเดินทาง

ชอบบทความนี้ กด +1 ให้กำลังใจเราด้วยครับ

admin

นักเขียนประจำ emagtravel.com

52 thoughts on “เที่ยวฮาโกเนะ ชมภูเขาไฟฟูจิใน 1 วัน ด้วย Hakone Freepass

  • February 24, 2017 at 1:43 am
    Permalink

    จาก Asakusa แล้วไปไหว้พระใหญ่ Daibutsu จากนั้นไป Hakone ทานไข่ดำ กระเช้า Ropeway แล้วไปที่ yokohama ภายใน 1 วัน ตารางแน่นไปไหมคะ
    มี TOKYO wide pass ต้องซื้อ pass อะไรเพิ่มอีกไหมคะ

    ถ้าวางแผนจะไป Fujiko Museum, Kichijoji, พระราชวังอิมพีเรียล ศาลเจ้าเมจิ ชินจุกุ ชิบูย่า รปปงงิ ตลาดปลา Tsukiji ใช้เวลา 2 วัน พอไหมคะ หรือควรตัดอะไรออกไป และ พักอยู่ที่ Asakusa ควรใช้ pass อะไรคะ

  • February 24, 2017 at 11:13 am
    Permalink

    ตอบคุณ Elf_Nui

    จาก Asakusa แล้วไปไหว้พระใหญ่ Daibutsu จากนั้นไป Hakone ทานไข่ดำ กระเช้า Ropeway แล้วไปที่ yokohama ภายใน 1 วัน ตารางแน่นไปไหมคะ

    แน่นมากๆ ครับ โปรแกรมประมาณนี้คนทั่วไปใช้เวลาอย่างน้อย 2 วันครับ

    มี TOKYO wide pass ต้องซื้อ pass อะไรเพิ่มอีกไหมคะ

    Hakone Free Pass ครับ

    ถ้าวางแผนจะไป Fujiko Museum, Kichijoji, พระราชวังอิมพีเรียล ศาลเจ้าเมจิ ชินจุกุ ชิบูย่า รปปงงิ ตลาดปลา Tsukiji ใช้เวลา 2 วัน พอไหมคะ หรือควรตัดอะไรออกไป และ พักอยู่ที่ Asakusa ควรใช้ pass อะไรคะ

    Tokyo Subway Ticket หรือ Suica ขึ้นกับว่าอันไหนคุ้มกว่ากัน ลองคำนวณดูครับ

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *