เที่ยวเมืองเก่าจันทบุรี ชุมชนริมน้ำจันทบูร โบสถ์คริสต์

จันทบุรี / เที่ยวเมืองเก่าจันทบุรี ชุมชนริมน้ำจันทบูร โบสถ์คริสต์

จังหวัดจันทบุรีที่คนทั่วไปรู้จักนั้น เป็นเมืองชายทะเล และสวนผลไม้ แท้ที่จริงนั้นจันทบุรีเป็นเมืองเก่าแก่ มีชุมชนเก่า และ สถานที่ท่องเที่ยวทางประวัติศาสตร์มากมาย เคยเป็นสถานที่ที่สมเด็จพระเจ้าตากสินใช้รวบรวมกำลังพล กอบกู้กรุงศรีอยุธยา

รีวิวนี้เราจะพามารู้จักกับ ชุมชนริมน้ำจันทบูร ชุมชนเก่าแก่กว่า 300 ปี ตั้งอยู่ในตัวเมืองจันทบุรี ริมน้ำจันทบูร (แม่น้ำจันทบุรี) ที่นี่มีบ้านเรือนเก่าแก่ หลายแบบทั้งบ้านริมน้ำแบบไทย ตึกสถาปัตยกรรมแบบยุโรป ผสมกับจีน โบสถ์คริสต์อายุกว่า 200 ปี อาสนวิหารพระนางมารีอาปฏิสนธินิรมล

ที่พักในทริปนี้เราพักที่โรงแรมเกษมศานติ์ เป็นโรงแรมเก่าแก่ โรงแรมแรกในจันทบุรี ราคาไม่แพงเริ่มต้นไม่ถึงพันบาท โรงแรมนี้อยู่ใกล้ๆ ชุมชนริมน้ำจันทบูร สามารถเดินไปริมน้ำจันทบูรได้

ก่อนที่จะพาเดินไปยังชุมชนริมน้ำจันทบูร ขอเล่าประวัติโดยย่อของชุมชนนี้ให้ได้ฟังกันก่อนครับ

ชุมชนริมน้ำจันทบูร

เป็นชุมชนริมน้ำเก่าแก่กว่า 300 ปี ประกอบไปด้วยประชากร 3 เชื้อสายได้แก่ ไทย ญวน และ จีน ตามหลักฐานทางประวัติศาสตร์ ชุมชนริมน้ำจันทบูรเริ่มก่อตั้งตั้งแต่สมเด็จพระนารายณ์มหาราช ทรงย้ายเมืองมาจากบ้านหัววัง ต.พุงทลาย (ปัจจุบันเป็น ต.จันทนิมิต จ.จันทบุรี) มายังเมืองจันทบูร ริมฝั่งแม่น้ำ ชุมชนขยายไปจนถึงย่านท่าสิงห์ ย่านท่าหลวง เนื่องจากบริเวณนี้อยู่บนเนิน น้ำไม่ท่วม อุดมสมบูรณ์ อยู่ติดแม่น้ำ สามารถออกสู่ทะเลได้ และยังปลอดภัยจากข้าศึก ศัตรู ในสมัยของสมเด็จพระเจ้าตากสินก็ใช้เมืองจันทบุรีรวบรวมกำลังพล กอบกู้กรุงศรีอยุธยาจากพม่า

เมื่อ 100 กว่าปีที่แล้ว ช่วงสมัยรัชการที่ 5 (พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว) ย่านท่าหลวง ใกล้กับชุมชนริมน้ำจันทบูร มีความเจริญเป็นอย่างมาก มีถนนสายแรกตัดผ่าน คือ ถนนสุขาภิบาล ถนนเลียบแม่น้ำจันทบุรี บริเวณนี้เป็นศูนย์กลางการค้าขาย และศูนย์การคมนาคมทั้งทางรถ และ ทางเรือ

ที่ตั้งของชุมชนริมน้ำจันทบูรเริ่มจากถนนท่าหลวงไปทางถนนสุขาภิบาลทั้งเส้น ริมสองฝั่งแม่น้ำ ระยะทางประมาณ 1 กิโลเมตร บริเวณนี้มีบ้านเรือนเก่า โบสถ์คริสต์ วัด ศาลเจ้าจีน ตลาดพลอด ร้านขายอาหาร ขนมไทยแบบดั้งเดิม ซึ่งนับวันจะหาชมได้ยาก

เราเริ่มเดินจากโรงแรมเกษมศานติ์ เดินออกทางข้างโรงแรม ผ่านศาลเจ้าโจวซือกง ศาลเจ้าจีน ผ่านไปยังถนนสุขาภิบาล ที่ตั้งของชุมชนริมน้ำ

ระยะทางของชุมชนริมน้ำจันทบูรยาวประมาณ 1 กิโลเมตร สามารถเดิน หรือ ปั่นจักรยานก็ได้ มีแผนที่ และ ป้ายบอกสถานที่สำคัญในชุมชน

โรงเจเทียงเช็งตึ๊ง ในรูปบน เป็นโรงเจเก่าอายุกว่า 100 ปี เป็นศาสนสถานของชาวจีน ที่ผ่านมาโรงเจแห่งนี้มีผู้ดูแลถึง 6 รุ่น ผู้ดูแลคนสุดท้ายชื่อโกวเนี้ยวหล่งเซียง แซ่เตียว อยู่ดูแลจนถึงปี พ.ศ.2527 หลังจากหมดคนสืบทอดโรงเจแล้วตึกนี้ได้มีคนเช่าเป็นร้านขายยาชื่อว่า กิมหยูโอสถ อยู่มาหลายสิบปี และก็ได้ย้ายออกไป

บ้านไม้โบราณ ตามช่องลม ระเบียง ซุ้มประตูจะมีลวดลายที่สวยงาม เป็นฝีมือการฉลุลายของช่างฝีมือจันทบุรี

ถนนสุขาภิบาล

ถนนสุขาภิบาล ที่ตั้งของชุมชนริมน้ำจันทบูร เป็นถนนเล็กๆ ไม่ค่อยมีรถวิ่งผ่าน เดินชมบ้านเรือนได้อย่างสะดวก บ้านเรือนในย่านนี้ส่วนมากเป็นบ้านไม้เก่าแก่ บางหลังก็ปรับปรุงซ่อมใหม่ แต่ยังคงอนุรักษ์รูปแบบเดิมไว้ เพื่อให้เป็นเอกลักษณ์ของชุมชน

เดินมาถึงบ้านหลังนี้ “บ้านเลขที่ 69 ขุนอนุสรสมบัติ บ้านเรียนรู้ชุมชน ชุมชนริมน้ำจันทบูร” เป็นบ้านเก่าแก่ที่รวบรวมประวัติของชุมชนริมน้ำจันทบูร มีภาพเก่า และข้าวของเครื่องใช้ในสมัยก่อนให้ได้ชม

บ้านเลขที่ 69 ขุนอนุสรสมบัติ บ้านเรียนรู้ชุมชน ชุมชนริมน้ำจันทบูร

บ้านเลขที่ 69 บ้านหลังนี้เป็นบ้านของรองอำมาตย์ตรีขุนอนุสรสมบัติ เป็นบ้านเก่าที่สร้างตั้งแต่ปี พ.ศ.2476 ด้านหน้าบ้านก่ออิฐ ฉาบปูน ทำลวดลายโค้งแบบตึกฝรั่ง ส่วนในบ้านตกแต่งแบบไทบกับจีนผสมผสานกัน

ก่อนที่บ้านเลขที่ 69 จะจัดทำเป็นบ้านเรียนรู้ชุมชน บ้านมีสภาพที่ทรุดโทรมมาก ได้มีการซ่อมแซมครั้งใหญ่ในปี พ.ศ. 2553 และได้เปิดเป็นบ้านเรียนรู้ชุมชนในเวลาต่อมา โดยคุณป้าบุญพริ้มได้สนับสนุนงบประมาณการซ่อมแซม และยินดีที่จะให้บ้านนี้ทำประโยชน์ต่อชุมชน โดยมีการรวบรวมประวัติ ความเป็นมา ของย่านเมืองเก่าจันทบุรีทำเป็นพิพิธภัณฑ์ของชุมชน

ภายในบ้านสามารถเข้าชมได้ฟรี แต่ถ้าอยากสนับสนุนค่าใช้จ่ายค่าน้ำ ค่าไฟ มีกล่องบริจาคอยู่ที่ด้านหน้าบ้าน

การตกแต่งในบ้านจะใช้ไม้เกือบทั้งหมดตามแบบฉบับของบ้านเรือนในสมัยก่อน

บ้านชั้นล่างจัดแสดงภาพถ่ายชุมชนริมน้ำจากอดีตสู่ปัจจุบัน มีมุมสวยๆ ให้ถ่ายรูป

ผนังห้องนี้ฉาบด้วยผนังปูน แล้วเว้นช่องให้เห็นแนวอิฐแบบดิบๆ

จักรยานสมัยก่อน และชุดเสื้อผ้าแบบจีนมีให้เช่าถ่ายรูปในราคาเบาๆ 20 บาท

ที่ชั้นสองของบ้านมีรูปถ่ายสมัยก่อนอยู่มาก มีข้อมูลของชุมชนริมน้ำจันทบูร และ ประวัติของบ้านหลังนี้

ห้องย่อยจะมีแบบบ้านสมัยก่อนหลายแบบ ใครที่ชื่นชอบแนวสถาปัตยกรรมแบบนี้ไม่ควรพลาดอย่างยิ่ง

รูปภาพในอดีต

ใช้เวลาในบ้านเรียนรู้ชุมชน ชุมชนริมน้ำจันทบูร ประมาณ 30 นาที ก็เสร็จ

ถัดจากบ้านเรียนรู้ชุมชน ชุมชนริมน้ำจันทบูรไปไม่ไกลจะเจอกับ บ้านโภคบาล ผมเข้าใจว่าน่าจะเป็นบ้านที่มีประตูสีฟ้า วันที่ไปเค้าปิดบ้านครับ บ้านโภคบาล เป็นบ้านเก่าที่ทำจากไม้ตะเคียนทั้งหลัง สร้างด้วยสถาปัตกรรมแบบจีน ในอดีตบ้านโภคบาลเป็นร้านขายผ้า ในสมัยนั้นจันทบุรียังถูกยึดโดยฝรั่งเศส การขายผ้าต้องได้รับอนุญาตจากฝรั่งเศส

บ้านบางหลังก็ทรุดโทรมไปตามเวลา บางหลังหลังจากน้ำท่วมในจันทบุรีครั้งใหญ่ พ.ศ. 2542 ก็ไม่ได้ซ่อมแซมอีกเลย น่าเสียดายของเก่าพวกนี้มาก

บ้านเลขที่ 53 บ้านพระยาวิชยาธิบดี (แบน บุนนาค) บ้านเก่าแก่อายุกว่า 100 ปี เคยเป็นที่อยู่อาศัยของพระพิพิธภักดี (แบน บุนนาค) ในสมัยรัชกาลที่ 5 ตอนนี้มีสภาพเป็นกองไม้ ถูกปกคลุมด้วยต้นไม้เลื้อย

เดินเรื่อยๆ แบบไม่รู้สึกเบื่อเลย ก็มาถึงศาลาท่าน้ำ และ สะพานนิรมล สะพานเล็กๆ ที่ข้ามไปยังโบสถ์คริสต์ อาสนวิหารพระนางมารีอาปฏิสนธินิรมล

จากภาพวาดที่ฝาผนังทำให้เราทราบว่าบริเวณนี้เคยมีบ้านเรือนเก่าแก่อยู่ แต่ถูกกระแสน้ำ ในช่วงน้ำท่วมใหญ่ พ.ศ. 2542 พัดพาบ้านเรือนไป ส่วนศาลาท่าน้ำเก่าแก่ตรงนี้ก็ถูกรื้อ ในปี พ.ศ. 2501 เพื่อสร้างสะพานนิรมล

สะพานนิรมล เป็นสะพานเล็กๆ ข้ามแม่น้ำจันทบุรี สำหรับคน จักรยาน และ มอเตอร์ไซค์ผ่าน ส่วนรถยนต์ต้องใช้สะพานใหญ่ที่ถนนตรีรัตน์

โบสถ์คาทอลิกจันทบุรี หรือ อาสนวิหารพระนางมารีอาปฏิสนธินิรมล เป็นสิ่งก่อสร้างเก่าแก่อายุ 100 กว่าปีของชุมชนริมน้ำจันทบูร ที่อยู่ในสภาพสมบูรณ์ที่สุด

คุณพ่อเฮิ้ต โตแลนติโน และ บรรดาคาทอลิกชาวญวน เป็นผู้สร้างอาสนวิหารพระนางมารีอาปฏิสนธินิรมล ตัวโบสถ์มีลักษณะเป็นสถาปัตยกรรมตะวันตกแบบโกธิค ภายในตกแต่งด้วยกระจกสีที่เรียกว่า สเตนกลาส โบสถ์แห่งนี้ขึ้นชื่อว่าเป็นโบสถ์คาทอลิกที่เก่าแก่ และสวยที่สุดในประเทศไทย

ในตอนแรกนั้นตัวโบสถ์ไม่ได้มียอดโดมทรงแหลมอย่างที่เห็น เพื่อหลบเลี่ยงการโจมตีทางอากาศในสมัยพิพาธอินโดจีน ยอดโดมทรงแหลมได้นำมาติดตั้งใหม่ในช่วงบูรณะโบสถ์ครั้งใหญ่

การถ่ายรูปรอบๆ ตัวโบสถ์สามารถถ่ายได้ตลอดเวลา แต่การเข้าไปชมด้านในจะชมได้เฉพาะวันจันทร์ – เสาร์ เวลา 8.30 น. – 12.00 น. และ 13.00 น. – 16.30 น. ส่วนวันอาทิตย์จะมีการเข้าโบสถ์ของชาวคริสต์คาทอลิก

ภายนอกโบสถ์ที่ดูสวยงามแล้ว ภายในก็สวยไม่แพ้กัน มุมโค้งตามเสา ช่องหลังคา ตามแบบสถาปัตยกรรมยุโรป ถ้าไม่อ่านข้อมูลจะไม่รู้เลยว่าโบสถ์แห่งนี้มีอายุ 100 กว่าปีแล้ว ทุกอย่างดูสมบูรณ์มาก

ด้านหน้าเวทีจะเป็นพื้นที่หวงห้าม ห้ามขึ้นไป แต่บริเวณที่นั่งสามารถเดินได้โดยรอบ

เดินออกจากโบสถ์มาที่ริมแม่น้ำ ยังพอมีบ้านเรือนเก่าๆ วิถีชีวิตชาวจันทบูรให้เห็นอยู่ คนที่นี่อยู่กันอย่างเรียบง่าย

เดินมาเยอะแล้วชักจะหิว มองหาร้านของกินดีกว่า ของกินขึ้นชื่อในตัวเมืองจันทบุรีจะเป็นพวกเย็นตาโฟทะเล ก๋วยเตี๋ยวต้มยำทะเล ทะเลลวกจิ้ม ร้านที่ขึ้นชื่อที่สุดจะเป็น ร้านเจ๊เพ็ญ อยู่ในซอยวัดไผ่ล้อม ก็อยู่ไม่ไกลจากชุมชนริมน้ำจันทบูรเท่าไหร่ แต่ด้วยความหิวเลยกินร้านก๋วยเตี๋ยวแถวนั้นแทนเลือกร้านที่มีชาวบ้านกินเยอะๆ น่าจะอร่อย

เดินมาเจอร้านนึงเป็นร้านเล็กๆ ชื่อ ร้านก๋วยเตี๋ยวเจ๊อี๊ด อยู่ตรงบริเวณตีนสะพานนิรมล ตรงถนนสุขาภิบาล มีคนกินเข้าออกตลอด ร้านนี้เคยลงในนิตยสารของ อ.ส.ท. คอลัมน์ชวนชิมริมทาง ของขึ้นชื่อของร้านนี้เป็นก๋วยเตี๋ยวทะเล และ ลวกจิ้ม มีกุ้ง กั้ง หมึก ปู ต้องลองทานดูซักหน่อย สั่งต้มยำทะเลมา 1 ชาม และลวกจิ้ม

ต้มยำทะเลชามนี้ 40 บาทเท่านั้น รสชาติอร่อยมาก ใส่เนื้อปู หมึกมาเยอะเกินราคา

ลวกจิ้มชามนี้ 80 บาทมีหมึก กุ้ง ปู อาหารทะเลสดทุกอย่าง น้ำจิ้มก็อร่อย ไม่ต้องทานร้านชื่อดังก็อร่อยได้เหมือนกัน ในราคาเบาๆ กินกัน 2 คนหมดไป 200 บาทเท่านั้น

เดินไปเดินมาสะดุดตากับคำคมอันนี้ “อยากจะถามดาวกับเดือนว่า … เมื่อไหร่ข้าฯ จะได้เมียอีกซัก … คน” ชาวบ้านแถวนี้อารมณ์ขันดีนะครับ

ช่วงเวลาที่เหมาะสมในการเดินชมชุมชนริมน้ำจันทบูรจะเป็นช่วงบ่าย เนื่องจากแดดไม่แรงมาก ถ่ายรูปโบสถ์อาสนวิหารพระนางมารีอาปฏิสนธินิรมล ได้สวยไม่ย้อนแสง แต่ถ้ามาเดินในช่วงเช้า ร้านค้า บ้านเรือนจะยังไม่ค่อยเปิด แต่มีร้านขนมร้านนี้ครับที่เปิดขาย เป็นร้านขนมชื่อดังของชุมชนริมน้ำจันทบูรเลยก็ว่าได้

ร้านนี้มีชื่อว่าร้านป้าต้อย ของขึ้นชื่อของร้านนี้จะเป็นขนมลืมกลืน ขนมโก๋ญวน ขนมผิงโบราณ ขนมกลีบลำดวน ร้านนี้มีคนดัง ดารามาซื้อชิมหลายคนเหมือนกันครับ

เราลองซื้อ ขนมลืมกลืน มาทาน สารภาพตามตรงว่าเพิ่งจะรู้จักขนมชนิดนี้เป็นครั้งแรก ขนมชนิดนี้ด้านบนจะทำมาจากกะทิรสชาติคล้ายตะโก้ส่วนที่เป็นสีขาว ส่วนด้านล่างเป็นแป้งเหนียวๆ คล้ายขนมชั้น โรยหน้าด้านบนด้วยถั่วเขียว รสชาติอร่อยดีครับ หวานนิดนึง หอม มันกะทิ

ด้วยความสงสัย ไม่เคยทานขนมชนิดนี้เลยถามป้าไปหลายอย่าง ป้าเลยจะให้เราลองทานขนมหน้าร้าน ทั้งๆ ที่เราก็ซื้อไปแล้ว นี่แหล่ะครับน้ำใจคนจันทบุรี เสน่ห์ของชุมชนริมน้ำ

ช่วงเช้าจะเงียบแบบนี้ ของกินก็ไม่ค่อยมีขาย

บ้านเรียนรู้ชุมชน ชุมชนริมน้ำจันทบูร ก็ยังไม่เปิด

แต่ถ้าชอบถ่ายรูปกับบรรยากาศแบบนี้ ก็สวยไปอีกแบบครับ ไม่ค่อยมีใครผ่านไปผ่านมา

การมาเที่ยวชุมชนริมน้ำจันทบูรในทริปนี้ ทำให้เรารู้ว่าเมืองจันท์ยังมีที่เที่ยวในตัวเมือง มีบ้านเรือนริมน้ำในสมัยก่อนให้ชม การเดินทางมาจันทบุรีก็สะดวก และไม่ไกลจากกรุงเทพฯ สามารถจัดทริปมาเที่ยวในวันหยุดสุดสัปดาห์ได้

Post Views 6963

ชอบบทความนี้ กด +1 ให้กำลังใจเราด้วยครับ

admin

นักเขียนประจำ emagtravel.com

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *