รีวิวเที่ยวรอบปายในหนึ่งวัน ไปไหนได้บ้าง

ในปีที่แล้วผมได้รีวิว เที่ยวปายแบบมินิรีวิว และเที่ยว One day trip ในแม่ฮ่องสอน ทริปนั้นรู้สึกว่ายังเก็บที่เที่ยวในปายไม่ครบ และทะเลหมอกที่ห้วยน้ำดัง ก็ยังไม่ได้ไป ปีนี้จึงตั้งใจมาเก็บที่เที่ยวที่เหลือ

ทริปนี้เรามาเที่ยวกันแบบจัดเต็ม 5 วัน 4 คืน โดยอยู่ที่ปาย 2 คืน และ พักที่ตัวเมืองเชียงใหม่อีก 2 คืน การเดินทางใช้บริการสายการบิน Air Asia จองล่วงหน้า ในราคาประหยัด ค่าตั๋วเครื่องบินไป – กลับ อยู่ที่คนละ  863 บาท ก็ถือว่าเป็นราคาที่ถูกกว่ารถทัวร์ การเดินทางครั้งนี้เราจะใช้บริการรถโดยสาร และ เหมารถเท่านั้น ไม่เช่ารถขับ

แผนการเดินทางของทริปนี้ เมื่อถึงสนามบินเชียงใหม่จะต้องต่อรถไปสถาขนส่งอาเขต และขึ้นรถไป อ.ปาย ถ้าเป็นเมื่อก่อนจะต้องหารถแดงไปยังอาเขตเอง แต่ปัจจุบันเราสามารถให้รถของ เปรมประชาขนส่ง มารับเราที่สนามบินไปยังอาเขตได้เลย พร้อมกับจองตั๋วรถไปปาย โดยจะต้องโทรไปแจ้งล่วงหน้าที่ เปรมประชาขนส่ง เบอร์โทร. 053 – 492999

วันที่ 1 : เดินทางไป อ.ปาย

7.50 น. เราถึงสนามบินเชียงใหม่ ขึ้นรถตู้ของเปรมประชาขนส่ง รถตู้แวะรับผู้โดยสารในตัวเมืองเชียงใหม่อีก 2 คน แล้วถึงไปส่งยังสถานีขนส่งอาเขต จากนั้นเราต้องขึ้นรถตู้โดยสารคันใหม่ ไปปาย

ค่ารถมีราคาต่อคนดังนี้. ค่าไปรับที่สนามบิน 70 บาท + ค่ารถเชียงใหม่ – ปาย 150 บาท ที่น่าแปลกใจคือค่ารถไปรับที่สนามบินมีการปรับราคาจาก 40 บาท เป็น 70 บาท ในระยะเวลาห่างกันแค่ 1 ปี ส่วนค่ารถเชียงใหม่ – ปาย มีราคาเท่าเดิม

รถตู้ที่ไปปาย มีแผนผังที่นั่งตามด้านบนครับ นั่งได้ 5 แถว ที่นั่งที่ดีที่สุดคือแถว 2-3 หลังคนขับ ที่นั่งที่แย่ที่สุดคือแถว 5 เพราะต้องนั่งเบียดกัน ดูอึดอัดกว่าแถวอื่น และค่อนข้างจะเมารถมากกว่าแถวอื่น ใครที่กลัวว่าจะเมารถแนะนำให้กินยาแก้เมาตั้งแต่รถออกเลยครับ ช่วยได้แน่นอน

การเดินทางจากเชียงใหม่ไปปาย ใช้เวลาประมาณ 3 ชั่วโมง กับระยะทางประมาณ 131 กิโลเมตร 762 โค้ง ที่ใช้เวลาเยอะเพราะถนนมีโค้งเยอะ และเป็นถนนแบบเลนสวนกัน ถ้ามีรถบรรทุกขับช้าจะหาโอกาสแซงยากมาก ต้องขับตามๆ กันไป

9.30 น. รถออกจากสถานีขนส่งอาเขต รถคันนี้มีผู้โดยสารคนไทย 4 คน ที่เหลือเป็นฝรั่งและชาวจีน สังเกตว่าฝรั่งที่ไปเที่ยวปายส่วนมากจะเป็นแนว Backpacker พอรถเริ่มเข้าสู่เส้นทางไปปาย โค้งเริ่มมา อาการเวียนหัวชวนอาเจียนเริ่มมี ก็พยายามหลับตา ไม่มองข้างทางให้เวียนหัว

11.15 น. รถตู้แวะจอดกลางทางให้เข้าห้องน้ำ ซื้อของกินแก้เมารถ ส่วนข้าวไม่ค่อยมีคนกิน เพราะกลัวว่ากินไปแล้วจะชวนให้อ้วก

รถของเปรมประชาส่วนมากเป็น Toyota Commuter แต่คันนี้เป็น Nissan Urvan ความรู้สึกส่วนตัวเหมือน Toyota จะนั่งสบายกว่า

ผลไม้เปรี้ยว สตรอเบอร์รี่ มะม่วง จะขายดีเป็นพิเศษ ห้องน้ำที่นี่จะหยอดเท่าไหร่ก็ได้ ส่วนมากจะหยอดกัน 3 – 5 บาท ไม่ถึงกับสะอาด แต่ก็ดีกว่าไม่มีให้เข้า

พักยืดเส้นยืดสายได้ 15 นาทีก็ขึ้นรถไปต่อกันครับ เส้นทางที่เหลือโค้งหนักมาก ผมมาปายด้วยรถตู้ครั้งนี้ครั้งที่ 3 ก็รู้สึกว่าครั้งนี้เมารถมากที่สุด และผมก็ไม่ได้รู้สึกไปคนเดียวคนจีนด้านหลังอาเจียนมีทั้งเสียง ทั้งกลิ่นออกมาทั่วรถ ชวนให้น่าอ้วกยิ่งขึ้น พอมีไหล่ทางให้จอดรถ พี่คนขับก็จอดให้ชาวจีนได้ลงไปอ้วกให้สบายตัว ฝรั่งก็ถามชาวจีนว่าได้กินยาแก้เมามาหรือเปล่า ชาวจีนก็บอกว่ากินแล้ว แต่เอาไม่อยู่ ฝรั่งก็เลยแบ่งยาให้กินอีกเม็ด รถตู้ขับต่อมาเรื่อยๆ จนถึงสถานีขนส่งปาย เป็นสถานีขนส่งเล็กๆ

ถึงปายแล้ว

12.30 น. เราเดินจากสถานีขนส่งปาย ไปยังที่พัก ครั้งนี้พักที่ บ้านปายในเวียง ที่พักที่พูดกันปากต่อปากว่าบริการดีมาก ห้องสวย ราคาไม่แพง ด้วยความที่กลัวว่าที่พักจะเต็ม เลยจองล่วงหน้าถึง 6 เดือน ก็เลยได้พักสมใจอยาก ระยะทางจากท่ารถ ไปยังบ้านปายในเวียง ประมาณ 350 เมตร เดินได้สบายมาก

ถึงแล้วบ้านปายในเวียง ด้านหน้าที่พักตกแต่งสไตล์ปูนดิบ ตัวที่พักตกแต่งด้วยไม้

คุณป้าเจ้าของรีสอร์ทให้การต้อนรับด้วย welcome drink เราทำการ check-in และชำระค่าที่พัก เราพักที่นี่ 2 คืน คืนวันพฤหัส และ ศุกร์ ราคาที่พักคืนละ 1,100 บาท รวมอาหารเช้าด้วย จากนั้นก็สอบถามเรื่องการเที่ยวปายแบบ One day trip ซึ่งก็มีบริการแบบรถตู้ Join tour หัวละ 500 บาท และแบบรถพร้อมคนขับ 1,000 บาท บริการโดยคุณลุง (พี่ชายของคุณป้า) ราคาเท่ากันแบบนี้คิดไม่ยากเลย ใช้บริการรถพร้อมคนขับน่าจะดีกว่า

หมดเรื่องเที่ยวปายแบบ One day trip ไปแล้ว ก็ให้คุณป้าช่วยจองรถตู้กลับไปเชียงใหม่ คุณป้าก็ใจดีเป็นธุระจัดการให้ ในราคา 150 บาท เป็นรถของเปรมประชาขนส่ง ส่งที่ตัวเมืองเชียงใหม่ ประตูท่าแพ ราคาถูกกว่าซื้อเองเสียอีก

บริเวณที่เช็คอิน ตกแต่งสวยมาก มีของสะสมที่คุณป้าได้มาจากการไปเที่ยวยังประเทศต่างๆ

เข้ามาให้ห้องพักก็สวย ถูกใจ

ถ้าสนใจชมรีวิวบ้านปายในเวียงแบบเต็มๆ เดี๋ยวจะแยกไปอีกรีวิวนะครับ ไม่งั้นรีวิวนี้จะยาวเกินไป

รีวิวที่พัก : บ้านปายในเวียง

เก็บของ ทานข้าวกลางวันเสร็จ เราก็นอนงีบเอาแรงซักหนึ่งตื่น เนื่องจากเพลียที่ตื่นเช้ามาขึ้นเครื่อง

ตื่นมาอีกทีได้เวลาเดินถนนคนเดินพอดี จากที่พักไปถนนคนเดินปาย ใกล้นิดเดียวครับ

ถนนคนเดินปาย เป็นถนนคนเดินที่มีทุกวัน โดยเริ่มตั้งแต่ 6 โมงเย็นถึงประมาณ 3-4 ทุ่ม ในวันหยุดจะมีคนเยอะเป็นพิเศษ ของที่ขายส่วนมากจะเป็นของที่ระลึก เช่นเสื้อยืด ถุงผ้า ตุ๊กตา ข้าวของเครื่องใช้ต่างๆ ที่มีคำว่า “ปาย” ติดอยู่ นอกจากนี้ก็มีการแสดงต่างๆ เช่นดนตรีโฟล์คซองเปิดหมวก นักเรียนเล่นดนตรีไทย ชาวเขาดีดเครื่องเล่นสายพร้อมเต้นรำ ฯลฯ

ใครที่ชอบเขียนโปสการ์ด ก็มีร้านโปสการ์ดเก๋ๆ อยู่หลายร้าน

ร้านขายของที่ระลึก

เดินถนนคนเดินเสร็จก็กลับที่พัก อาบน้ำแบบลวกๆ เพราะอากาศหนาวมาก จากนั้นก็นอนกันแต่หัวค่ำ

วันที่ 2 : เที่ยวในปาย

ล้างหน้า แต่งตัวเสร็จ (น้ำไม่อาบ หนาวมาก) ลงมาทานอาหารเช้าที่ชั้นล่าง อาหารเช้าของบ้านปายในเวียง จะเป็นชุดเหมือน American breakfast อย่างชุดนี้เป็นสปาเก็ตตี้ ไข่ดาว ไส้กรอก ขนมปังปิ้ง + แยม กาแฟ  น้ำส้ม และ ผลไม้

อาหารจานหลัก

ตบท้ายด้วยผลไม้

8.30 น. ได้เวลาไปเที่ยว One day trip ในปายกันแล้วครับ เดินทางด้วยรถ Pajero sport คันใหม่ สำหรับสถานที่ที่ไป มีดังนี้

1. ทะเลหมอกหยุนไหล 2. หมู่บ้านสันติชล 3. วัดน้ำฮู 4. บ้านกุงแกง เดอ ปาย 5. มาริปายรีสอร์ท 6. ร้านกาแฟ Coffee in love 7. Love Strawberry Pai เลิฟสตรอเบอร์รี่ปาย 8. ปายแคนยอน หรือ กองแลน 9. สะพานประวัติศาสตร์ ท่าปาย 10. โป่งน้ำร้อนท่าปาย 11. บ้านต้นไม้ 12. วัดพระธาตุแม่เย็น

1. ทะเลหมอกหยุนไหล (ม่อนหยุนไหล)

จุดชมวิวหยุนไหล หรือ ทะเลหมอกหยุนไหล เป็นจุดชมวิว ชมพระอาทิตย์ขึ้น และทะเลหมอก ใน อ.ปาย ห่างจากตัว อ.ปาย ประมาณ 7 กิโลเมตร ตัวจุดชมวิวสูงจากระดับน้ำทะเลประมาณ 440 เมตร เมื่อขึ้นไปอยู่บริเวณจุดชมวิว สามารถชมวิวได้ถึง 360 องศา ในตอนเช้าของบางวันจะเห็นหมอกคลอเคลียกับภูเขา ดูสวยงาม

คำว่า “หยุนไหล” เป็นภาษาจีนกลาง หมายถึง บริเวณที่เมฆไหลมารวมกัน เป็นการตั้งชื่อของชาวจีนยูนนาน ที่อพยพจากจีนมาอยู่ที่บริเวณนี้

  • การเดินทางไปชมทะเลหมอกหยุนไหล

ต้องเดินทางด้วยรถยนต์ส่วนตัว แนะนำเป็นรถกระบะ หรือ มอเตอร์ไซค์เท่านั้น ทางค่อนข้างแคบ ทางขึ้นกับทางลงคนละเส้นทางกัน ถ้ามาเที่ยวในช่วงหน้าหนาว ช่วงเช้าจะต้องใช้บริการรถสองแถวของชุมชนเท่านั้น ขึ้นที่บริเวณด้านหน้าศูนย์วัฒนธรรมจีนยูนาน รถนั่งได้ 10 คน ค่าบริการ 300 บาท ถ้าคนไม่ถึงก็รอคนอื่นมาหารเพิ่ม ขึ้นรถคันไหน เวลาลงก็ต้องลงคันนั้น แต่ถ้ามาหลัง 8.30 โมง ก็สามารถขับรถขึ้นไปได้เองเลย

  • ค่าเข้าชมทะเลหมอกหยุนไหล

คนละ 20 บาท

บัตรเข้าชมทะเลหมอกหยุนไหล

เราไปถึงหยุนไหลประมาณ 8.40 น. แดดค่อนข้างแรงแล้ว

การมาชมทะเลหมอกควรมาเช้าๆ ประมาณ 6-7 โมง และควรพกดวงมาด้วย ไม่งั้นจะอดเจอกับทะเลหมอก

แต่ก็ยังโชคดีกว่าวันนี้ฟ้าเปิด มองเห็นวิวรอบๆ ได้อย่างสวยงาม มองเห็นวิวตัวเมืองปาย และภูเขารอบๆ

ยืนตำแหน่งนี้จะเห็นวิวได้สวยสุด

วิวภูเขารอบๆ

สไตล์การสร้างบ้าน จะเป็นแบบบ้านดิน จีนยูนนาน หลังคามุงด้วยหญ้าแฝก

ในช่วงเช้าจะมีข้าวต้ม หมั่นโถว ชา ขายด้วย

ถ่ายรูปที่หยุนไหล จนเต็มอิ่มแล้ว เราก็ขั้นรถไปเที่ยวต่อที่หมู่บ้านสันติชล

2. หมู่บ้านสันติชล

หมู่บ้านสันติชล ตั้งอยู่ห่างจากหยุนไหลประมาณ 1.5 กิโลเมตร หมู่บ้านนี้เป็นชาวจีนยูนนานแท้ๆ ที่อพยพมาจากตอนใต้ของประเทศจีนในสมัยเปลี่ยนการปกครอง ปี พ.ศ. 2493 ในช่วงปี พ.ศ. 2518 ได้มีชาวจีนยูนนานมาตั้งรกรากในพื้นที่ของหมู่บ้านสันติชลในปัจจุบัน เนื่องจากมีทำเลที่ดีมีห้วยม่วงกอนไหลผ่าน เหมาะแก่การเพาะปลูก

ต่อมาได้มีชาวจีน มาตั้งรกรากเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ จนเป็นหมู่บ้านน้ำฮูจีน มีความร่วมมือระหว่างทหาร และ ชาวบ้านร่วมกันพัฒนาจนมีน้ำประปาภูเขา มีความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น และได้เปลี่ยนชื่อเป็น หมู่บ้านสันติชล

ปัจจุบันรุ่น ลูก หลาน ของหมู่บ้านสันติชล ที่เกิดในเมืองไทย ได้กลายเป็นคนไทย 100% แล้ว ชาวบ้านยังคงดำรงชีวิตด้วยวัฒนธรรมแบบจีนยูนนาน ทำให้เป็นที่สนใจของนักท่องเที่ยว ที่จะมาชมบ้านจีนยูนนาน ชิมอาหารจีน ขาหมู หมั่นโถว ชมการละเล่น หมู่บ้านสันติชลจึงเป็นสถานที่เที่ยวยอดนิยมของคนที่มาเที่ยวปาย

การเข้าชมในหมู่บ้านสันติชลนั้นสามารถเข้าชมได้ฟรี อาจจะอุดหนุนด้วยการซื้อของ เล็กๆ น้อยๆ เพื่อเป็นรายได้ให้กับชาวบ้าน

กิจกรรมในหมู่บ้านสันติชล ก็จะมีการชิมหมั่วโถว ขาหมู ชา ชมบ้านดิน ขี่ม้า และ เล่นชิงช้า

ชิงช้ายูนนาน ค่าเล่นคนละ 25 บาท เล่นได้ 4 คน ใช้คนหมุน 3-4 คน

เวลาเล่นต้องใช้มือจับให้แน่น กันตกลงมา

บ้านดินในรูปด้านบนเปิดให้เข้าชมฟรีครับ จำลองบรรยากาศแบบบ้านจีนยูนนานในสมัยก่อน ตัวผนังทำมาจากดินจริงๆ หลังคาก็มุงด้วยหญ้าแฝก ภายในเย็นสบาย

บริเวณที่นอน

ที่ทานอาหาร

ถัดจากบ้านดินก็จะเป็นกำแพงเมืองจีนจำลอง มีให้ชิมชาจีนด้วย ใครสนใจชิม สนใจซื้อเชิญได้ครับ

บรรยากาศแบบจีนแท้ๆ เลย

ใกล้ๆ บ้านดินมีทุ่งดอกไม้อยู่ มองไกลๆ นึกว่าทุ่งดอกบัวตอง แต่ไปใกล้ๆ แล้วเป็นดอกดาวกระจายสีเหลือง แต่ดูแล้วก็สวยงามเหมือนกัน

เราเดินเพลินๆ ในบ้านสันติชลแปปเดียวผ่านไป 50 นาที เพื่อไม่ให้เสียเวลา ขึ้นรถไปยังจุดถัดไปดีกว่า

3. วัดน้ำฮู

เป็นวัดเก่าแก่ของ อ.ปาย ตั้งอยู่ทางทิศตะวันตกของตัว อ.ปาย ประมาณ 3 กิโลเมตร วัดน้ำฮู สร้างในปี พ.ศ. 2468 โดยเชื่อกันว่าถูกสร้างขึ้นโดยสมเด็จพระนเรศวรมหาราช เพื่อถวายเป็นพระราชกุศลแด่พระพี่นางสุพรรณกัลยา โดยมีหลักฐานประกอบเป็นพระเจดีย์อนุสรณ์สถานของพระพี่นางสุพรรณกัลยาตั้งอยู่ด้านหลังโบสถ์ รูปแบบสถาปัตยกรรมจะเป็นแบบล้านนา

วัดนี้มีความมหัศจรรย์อยู่ที่พระพุทธรูปหลวงพ่ออุ่นเมือง ที่สามารถเปิดพระโมลี (จุกผม) ออกได้ เมื่อเปิดออกมาก็จะมีน้ำอยู่ในนั้น ซึมออกมาอยู่ตลอดเวลา ชาวบ้านมีความเชื่อว่าเป็นน้ำศักดิ์สิทธิ์ ทางวัดได้นำน้ำที่ออกมาจากเศียรพระมาผสมน้ำเปล่าเป็นน้ำมนต์ให้คนที่ศรัทธาได้นำน้ำมนต์ไปใช้

ที่มาของชื่อวัดน้ำฮูนั้นก็มาจากน้ำที่ไหลออก “ฮู” (ภาษาเหนือ) หรือ “รู” ที่เศียรพระ ด้วยความสำคัญและชื่อเสียงของวัดน้ำฮู ทำให้ในแต่ละปีจะมีบุคคลสำคัญ นักการเมือง มาแวะเวียนทำบุญที่วัดน้ำฮูอยู่ตลอดทั้งปี

ศาลากลางน้ำ วัดน้ำฮู

โบสถ์วัดน้ำฮู

พระพุทธรูปหลวงพ่ออุ่นเมือง เป็นพระองค์กลางที่อยู่ด้านหน้าพระใหญ่ มีลักษณะพระพุทธรูปแบบปางมารวิชัย

พระเจดีย์อนุสรณ์สถานของพระพี่นางสุพรรณกัลยา

ร้านค้าที่อยู่ในวัด

เราเดินดูรอบๆ วัดน้ำฮู วัดนี้เป็นวัดที่สะอาดมาก ต้นไม้ หญ้า ถูกตัด ดูแลอย่างดี คุณลุงที่ขับรถพาเรามาเที่ยวบอกกับเราว่าชาวบ้านจะผลัดกันมาดูวัดอยู่ตลอดเวลา

4. บ้านกุงแกง เดอ ปาย

จากวัดน้ำฮูนั่งรถมาประมาณ 10 นาที ก็มาถึง บ้านกุงแกง เดอ ปาย คุณลุงที่ขับรถบอกว่าดอกไม้สวย พอเข้ามาในรีสอร์ทก็เห็นสวนดอกไม้หลากสี บานเต็มไปหมด โดยเฉพาะดอกไม้เมืองหนาวมีเยอะมาก กระหล่ำประดับก็มี ที่นี่ขึ้นชื่อเรื่องดอกไม้สวยมานานแล้วครับ ในปี 2555-2556 ก็เคยจัดงาน Pai Flora Blossom บางปีก็มีจัดคอนเสิร์ต ตัวรีสอร์ทมีพื้นที่ค่อนข้างกว้าง

บ้านกุงแกง เดอ ปาย เป็นรีสอร์ท ระดับ 4 ดาว ที่พักเป็นบ้านสไตล์ยุโรป ตกแต่งรอบๆ รีสอร์ทด้วยสวนดอกไม้ มีสระว่ายน้ำ ห้องพักมีทั้งหมด 25 ห้อง ตัวรีสอร์ทวิวสวย เห็นภูเขาที่อยู่รอบๆ ราคาที่พักถูกอย่างไม่น่าเชื่อ เริ่มต้นที่ 1,200 บาท / คืน

สวนดอกไม้บ้านกุงแกง เดอ ปาย

ดอกไม้หลากสี

ใครที่ชอบดอกไม้คงถ่ายรูปในนี้เพลินเลย

5. มาริปายรีสอร์ท

รีสอร์ทที่สองที่คุณลุงพามามีชื่อว่า มาริปาย รีสอร์ท เป็นรีสอร์ทที่สร้างกลมกลืนกับธรรมชาติมาก ทำบ้านพักรูปทรงแบบบ้านดิน หลังคามุงหญ้าแฝกทับ ตอนแรกที่คุณลุงจอดรถก็ค่อนข้างงงว่ารีสอร์ทนี้มีอะไร ทำไมต้องแวะมาดู คุณลุงบอกว่ารีสอร์ทนี้วิวสวย และมีต้นไม้ใหญ่ เวลามีลูกค้าชาวจีนก็ชอบให้พามาที่นี่

รีสอร์ทนี้ค่อนข้างตอบโจทย์นักท่องเที่ยวจีนได้ดี มีนักท่องเที่ยวจีนมาพักเยอะมาก ร้อยละ 70-80% เลย ส่วนมากเป็นลูกค้าที่อายุไม่เยอะ แนวคู่รัก เพื่อนฝูง เดี๋ยวนี้คนจีนนิยมมาเที่ยวเชียงใหม่ ปายกันเยอะมาก นักท่องเที่ยวจีนรุ่นใหม่ก็มีการปรับตัวให้เข้ากับประเทศอื่นมากขึ้น ไม่มีปัญหาเยอะเหมือนเมื่อก่อน

ป้ายในรีสอร์ทติดเป็นภาษาจีนเลย

ต้นไม้ยักษ์ จุดเด่นของมาริปาย รีสอร์ท เดาว่าเป็นต้นไม้ใหญ่ที่มีมาก่อนที่จะสร้างรีสอร์ท

รูปแบบที่พักของมารีปายรีสอร์ท จะเป็นบ้านหลังเล็กๆ สไตล์เก๋ๆ

6. ร้านกาแฟ Coffee in love

ใกล้กับมาริปายรีสอร์ท จะมีร้าน Coffee in love ร้านนี้เป็นร้านกาแฟเก๋ๆ ร้านแรกๆ ของปาย ในสมัยที่ปายเริ่มบูมใหม่ๆ ใครผ่านไปผ่านมา จะต้องแวะมาถ่ายรูปบ้านสีเหลือง ซื้อกาแฟทานที่ Coffee in love ปัจจุบันร้านนี้ก็ยังเป็นที่นิยมอยู่ โดยส่วนมากจะแวะขากลับไปยังเชียงใหม่

มุมสวยๆ ของ Coffee in love นอกจากจะเป็นบ้านสีเหลือง และ ป้าย Coffee in love ริมถนน ก็ยังมีวิวหลังร้านที่มองเห็นทุ่งนาและภูเขาที่อยู่ไกลๆ ถ้าไปถ่ายรูปตอนเช้าจะย้อนแสง

7. Love Strawberry Pai เลิฟสตรอเบอร์รี่ปาย

ร้านกำลังฮิตในขณะนี้ concept ร้านเป็นสินค้า – ของฝากที่เกี่ยวกับสตรอเบอร์รี่ มีการตกแต่งร้านด้วยสีแดง รูปปั้นสตรอเบอร์รี่ขนาดใหญ่ และไร่สตอร์เบอร์รี่ขนาดย่อมๆ ที่หลังร้าน ถือว่าเป็นร้านที่มีสีสันโดดเด่นในปาย เหมาะแก่การซื้อของฝาก แวะทานกาแฟ ถ่ายรูป

ที่ตั้งของ ร้านเลิฟสตรอเบอร์รี่ปาย (Love Strawberry Pai) จะอยู่ริมถนนสายแม่มาลัย-ปาย (1095) ถ้ามาจากเชียงใหม่จะอยู่ก่อนถึง ตัว อ.ปาย ประมาณ 3 กิโลเมตร

มุมถ่ายรูปในร้าน

ร้านกาแฟ เครื่องดื่ม ทำตัวร้านคล้ายกับรถ บขส เชียงใหม่ – แม่ฮ่องสอน

ไร่สตรอเบอร์รี่หลังร้าน

8. ปายแคนยอน หรือ กองแลน

ชมสถานที่ที่เกิดจากมนุษย์สร้างมาหลายที่แล้ว ขอคั่นด้วยสถานที่ท่องเที่ยวที่เกิดขึ้นตามธรรมชาติบ้าง

“ปายแคนยอน” เป็นคำที่ประสมที่นำคำว่า “ปาย” + “แคนยอน” (Canyon) ที่แปลว่าหุบเขาลึก มาตั้งชื่อเป็นสถานที่ท่องเที่ยวที่มีลักษณะภูมิประเทศเหมือนกำแพงหิน รอบด้านเป็นเหวลึกที่เกิดจากน้ำฝน และ ลมกัดเซาะเป็นเวลาหลายปี เส้นทางของปายแคนยอน สามารถเดินถึงกันได้เป็นวงกลม แต่บางช่วงมีทางแคบ ลื่น และลึกลงไป ต้องใช้ความพยายามในการเดินเป็นอย่างมาก

ปายแคนยอน มีอีกชื่อว่า “กองแลน” ซึ่งเป็นภาษาพื้นเมือง คำว่า “กอง” แปลว่า “ถนน” และคำว่า “แลน” แปลว่า “ตะกวด” รวมกันแล้วแปลว่าเส้นทางที่ตะกวดใช้สัญจรไปมา

การขึ้นไปที่ปายแคนยอนนั้น ต้องเดินจากที่จอดรถด้านล่างขึ้นไปประมาณ 600 เมตร มีทางเดินแบบขั้นบันได พร้อมราวจับ สามารถเดินขึ้นไปได้ง่าย ทางไม่ชัน และที่ถูกใจอีกอย่างคือไม่มีค่าเข้าชม

หน้าผาหินของปายแคนยอนอยู่สูง มองเห็นวิวภูเขารอบๆ ได้ชัดเจน การเดินต้องใช้ความระมัดระวังมาก ดินค่อนข้างลื่น

บริเวณปายแคนยอน เป็นป่าไม้ธรรมชาติ

ต้นไม้ริมหน้าผา

9. สะพานประวัติศาสตร์ ท่าปาย

เรามาเที่ยวจุดที่ 9 ที่ สะพานประวัติศาสตร์ (ท่าปาย) เป็นสะพานข้ามแม่น้ำปาย บริเวณนี้เป็นพื้นที่ประวัติศาสตร์ สมัยสงครามโลกครั้งที่ 2 เป็นทางที่ทหารญี่ปุ่นใช้สัญจรไปประเทศพม่า ปัจจุบันสะพานแห่งนี้คู่ขนานไปกับสะพานคอนกรีต รถยนต์จะวิ่งบนสะพานคอนกรีต ส่วนสะพานประวัติศาสตร์จะเป็นสะพานสำหรับคนข้าม เป็นจุดถ่ายรูป ชมวิวแม่น้ำปาย

ตัวสะพานเหล็กเดิมเป็นสะพานที่ใช้ข้ามแม่น้ำปิง ในจังหวัดเชียงใหม่ ต่อมามีสะพานคอนกรีต ทางจังหวัดจึงได้ขนย้ายมาไว้ที่ปาย

สะพานประวัติศาสตร์ ท่าปาย

แม่น้ำปายเป็นแม่น้ำที่ตื้น มีน้ำใส บริเวณใต้สะพานมีกิจกรรมล่องแพไว้บริการนักท่องเที่ยว

แม่น้ำปาย

ติดกับสะพานฯ มีร้านกาแฟ เก๋ๆ อยู่สองร้าน Coffee Tea sapan และ Jinko Cafe นักท่องเที่ยวนิยมมาจิบกาแฟ ถ่ายรูป

10. โป่งน้ำร้อนท่าปาย

โป่งน้ำร้อนท่าปาย เป็นแหล่งน้ำร้อนธรรมชาติ ที่เกิดจากความร้อนใต้ดิน ครอบคลุมในพื้นที่โป่งน้ำร้อนและหมู่บ้านแถวนั้น ที่ตั้งของโป่งน้ำร้อนท่าปาย อยู่ห่างจากตัว อ.ปาย ประมาณ 13 กิโลเมตร อยู่ในเขตพื้นที่ของอุทยานแห่งชาติห้วยน้ำดัง การเข้าชม และแช่น้ำร้อน จะเสียเฉพาะค่าธรรมเนียมเข้าอุทยานแห่งชาติ ผู้ใหญ่เสียคนละ 40 บาท และเด็กคนละ 20 บาท

อุณหภูมิของจุดที่ร้อนที่สุดมีอุณหภูมิประมาณ 80 องศา มีความร้อนพอที่จะทำให้ไข่สุกได้ และถัดจากจุดที่ร้อนที่สุดก็จะเป็นบ่อแช่ตัว มีอุณหภูมิที่พอเหมาะไม่ร้อนจนเกินไป ลักษณะบ่อเป็นบ่อแบบธรรมชาติ ไม่มีหลังคา ไม่มีห้องส่วนตัว ชาวต่างชาตินิยมมานอนแช่ตัว

จากที่จอดรถเดินไปยังบ่อน้ำพุร้อนเพียง 300 เมตร

บ่อแช่ตัวจะมีหลายบ่อ อุณหภูมิก็ลดหลั่นกันไปเรื่อยๆ ยึ่งเข้าไปลึกก็ยิ่งร้อน

ห้องเปลี่ยนเสื้อผ้า

ถ้ามาในช่วงเช้าจะเห็นควันขาวๆ ลอยขึ้นจากบ่อ คล้ายกับออนเซนของประเทศญี่ปุ่น

บ่อแช่ตัวจะเป็นบ่อดินธรรมชาติ

ร้านสวัสดิการ ขายอาหารและเครื่องดื่ม

ออกจากโป่งน้ำร้อน ผ่านปางช้าง 2 แห่ง ชาวต่างชาตินิยมมาเที่ยว ให้อาหารช้าง และ ขี่ช้าง

12. บ้านต้นไม้

จุดที่ 12 สถานที่ท่องเที่ยวในปาย คุณลุงพามาที่ บ้านต้นไม้ปายรีสอร์ท ที่นี่เป็นรีสอร์ทสไตล์ธรรมชาติ มีแม่น้ำปายผ่านกลางรีสอร์ท ที่พักมีหลายแบบมาก ตั้งแต่เต๊นท์ริมแม่น้ำปาย บ้านพักแบบวิลล่า และที่เป็นไฮไลต์จะเป็นบ้านบนต้นไม้ ที่เป็นที่มาของชื่อรีสอร์ท

บ้านต้นไม้จะมีอยู่ด้วยกัน 3 ห้อง อยู่บนต้นไม้ต้นเดียวกัน ห้องพักมีขนาดเล็ก เหมาะสำหรับผู้ที่ชอบความแปลก

ห้องพักสองห้องจะอยู่ในระดับเดียวกัน อีกห้องหนึ่งจะอยู่สูงขึ้นไป เหมาะสำหรับคู่รักที่ต้องการความเป็นส่วนตัว

สำหรับคนที่ต้องการสัมผัสธรรมชาติอย่างใกล้ชิดก็มีเต๊นท์ 3 เหลี่ยมหลังคามุงใบไม้ ตั้งอยู่ริมน้ำปาย

แม่น้ำปาย

ใกล้ๆ กับรีสอร์ทจะมีทุ่งปอเทือง ออกดอกสีเหลืองอร่าม วิวสวย เหมาะแก่การถ่ายรูปมาก

12. วัดพระธาตุแม่เย็น

พระพุทธรูปสีขาว ที่ตั้งอยู่บนภูเขา มองเห็นได้ชัดจากตัว อ.ปาย ที่ตั้งของพระพุทธรูปอยู่ที่ วัดพระธาตุแม่เย็น เป็นจุดชมวิวพระอาทิตย์ตกดิน ที่นักท่องเที่ยวนิยมขึ้นไปชมความงาม ด้วยระยะทางที่ห่างจากตัวเมืองปายเพียง 2 กิโลเมตร สามารถไปได้ด้วยรถยนต์ส่วนตัว หรือมอเตอร์ไซค์ ทำให้มีนักท่องเที่ยวค่อนข้างมากในวันหยุด

บริเวณจุดชมวิว จะเป็นที่ตั้งของพระพุทธรูป ต้องขึ้นบันไดสูงขึ้นไป เดินพอได้เหงื่อเล็กน้อย ก็จะถึงบริเวณลานพระพุทธรูป

บันไดระยะทาง 150 เมตร

พระพุทธโลกุตระมหามุนี

วิวภูเขาและตัวเมืองปาย

เราปิดท้าย One day trip ในปายกันที่วัดพระธาตุแม่เย็น ที่เวลา 13.45 น. จากนั้นคุณลุงก็ขับรถพาเรากลับไปยังบ้านปายในเวียงที่พักของเรา ก็จ่ายค่าบริการคุณลุง 1,000 บาท พร้อมทิป ราคานี้คุ้มสุดๆ รู้สึกว่าได้มาถึงปายแล้วจริงๆ ได้ไปเที่ยวยังสถานที่ท่องเที่ยวหลายแห่ง ซึ่งถ้ามาเองคงมาได้ไม่ครบ เดินทางไปไม่ถูก และ One day trip ในปาย ของคุณลุงไม่ใช่แค่การพามาส่งเหมือนทัวร์อื่นๆ แต่มีอธิบาย ให้ความรู้ ความเป็นมาของสถานที่ต่างๆ ใครไปเที่ยวปาย พักบ้านปายในเวียง ลองติดต่อสอบถามใช้บริการคุณลุงดูครับ

ในรีวิวถัดไปเราจะพาไปดูทะเลหมอกที่ห้วยน้ำดัง ไปโดยรถตู้ Join tour ติดตามชมกันในตอนต่อไปนะครับ

อ่านตอนต่อไป –> รีวิวดูทะเลหมอกห้วยน้ำดัง ชมพระอาทิตย์ขึ้น

Post Views 69347

กระเป๋าใส่ Passportเครื่องชั่งน้ำหนักกระเป๋าเดินทาง

admin

นักเขียนประจำ emagtravel.com

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *