ขับรถเที่ยวในภูเก็ต หาดป่าตอง แหลมพรหมเทพ บ้านชิโนโปรตุกีส

ภูเก็ต / ขับรถเที่ยวในภูเก็ต หาดป่าตอง แหลมพรหมเทพ บ้านชิโนโปรตุกีส

ในเดือนมกราคมปีนี้ อากาศยังคงหนาวเย็น หนาวยาวกว่าทุกปี บนยอดดอยภาคเหนืออุณหภูมิหนาวจัด ส่วนทะเลภาคใต้ก็ฟ้าสวย น้ำใส แดดดี ไม่มีฝนตก เป็นเดือนที่สามารถเที่ยวได้ทั้งภาคเหนือและภาคใต้ รีวิวแรกของปีนี้ผมจะพาไปเที่ยวภูเก็ต ทะเลฝั่งอันดามัน ทะเลสวย น้ำใส แหล่งท่องเที่ยวยอดนิยมของคนไทยและชาวต่างชาติ

ทริปนี้เราใช้บริการสายการบิน Air Asia ไป เที่ยวภูเก็ต 3 วัน 2 คืน ค่าตั๋วเครื่องบินไปกลับ ดอนเมือง – กรุงเทพฯ ราคาคนละ 1,115 บาท จองในช่วงโปรโมชั่น ราคารวมค่าเลือกที่นั่ง แต่ไม่โหลดกระเป๋า ไม่สั่งอาหารทานบนเครื่อง มีโปรแกรมคร่าวๆ ไว้ว่าวันแรกถึงสนามบินเช่ารถขับเที่ยวในภูเก็ต วันที่ 2 ลงเรือไป One day trip ที่เกาะราชา เกาะเฮ วันที่ 3 เที่ยวพิพิธภัณฑ์ภูเก็ตไทยหัว ซื้อของฝาก ไปสนามบิน คืนรถ ขึ้นเครื่องกลับ

วันที่ 1 : เดินทางไปภูเก็ต เที่ยวหาดป่าตอง แหลมพรหมเทพ ตึกชิโนโปรตุกีส

การเดินทางมาสนามบินดอนเมืองเดี๋ยวนี้ผมจะใช้วิธีขับรถมาจอดที่ Terminal 2 เป็นอาคารจอดรถ 7 ชั้น สามารถจอดได้ฟรีครับ ไม่จำกัดวัน จอดได้ฟรีอย่างไม่มีกำหนด แต่ถ้าไปจอดที่ Terminal 1 จะเสียค่าจอดวันละ 250 บาท

ตอนที่ขับรถเข้าอาคารจะมีพนักงานรักษาความปลอดภัยจดหมายเลขทะเบียนรถเราลงสมุดและให้บัตรแข็งจอดรถมาด้วย เวลาเอารถออกก็จะต้องคืนบัตร ดังนั้นความปลอดภัยก็เชื่อถือได้ในระดับหนึ่งครับ

หลังจากจอดรถที่ Terminal 2 เสร็จก็เดินตามทางมายัง Terminal 1 ใช้เวลาเดินประมาณ 5 นาทีได้

ตอนนี้ Terminal ที่ใช้งานจะเป็น Terminal 1 เท่านั้น ส่วน Terminal 2 เป็น Terminal ร้างไม่มีการใช้งาน แต่น่าแปลกใจว่ามีการเปิดแอร์ซะเย็นเจี๊ยบ เย็นไปทั้ง Terminal ผมคิดเอาว่าคงเป็นการทดสอบ เตรียมความพร้อม อาจจะมีการขยายมาใช้งานที่ Terminal 2 สนามบินดอนเมือง เพิ่มอีก Terminal หนึ่งในเร็วๆ นี้ก็ได้

หลังจากเข้ามาใน Terminal 1 แล้ว ดูเวลาบินก่อนครับ เผื่อเที่ยวบินมีปัญหา Delay ถ้ายังเป็นกำหนดการเดิมอยู่ก็สบายใจได้

มื้อเช้านี้ผมฝากท้องไว้กับ KFC ที่อยู่ด้านในส่วนผู้โดยสารขาออกในประเทศ เมนูนี้เป็นโจ๊ก (congee) มีไก่ทอด KFC ฉีกใส่โจ๊กมาด้วย ราคา 79 บาท ให้เยอะพอสมควร รสชาติใช้ได้ ส่วนน้ำเปล่าไปซื้อที่ 7-eleven เอาจะถูกกว่า

ทานข้าวเสร็จก็ไปนั่งรอขึ้นเครื่องที่เกต พร้อมกับชมเครื่องบินไปพลางๆ

จากดอนเมือง ไปภูเก็ตเป็นเที่ยวบิน FD 3039 เครื่องออกตอน 8.40 น. เครื่องจอดเทียบงวงช้าง สะดวกดีครับเดินขึ้นเครื่องได้เลย

ผู้โดยสารในเที่ยวบินนี้เป็นชาวต่างชาติซะส่วนมาก ทั้งชาวยุโรป รัสเซีย เกาหลี จีน พักหลังนี่ผมเห็นชาวจีนและรัสเซียมาเที่ยวในไทยเยอะมาก คงเป็นเพราะบ้านเรามีธรรมชาติสวยและราคาไม่แพง และจากหนังเรื่อง Lost in Thailand ที่มาถ่ายทำในประเทศไทย ทำให้เกิดกระแสเที่ยวไทยมากขึ้นในประเทศจีน จำนวนผู้โดยสารในเที่ยวนี้เต็มลำครับ ช่วงนี้เป็น Hi season ของภูเก็ต ค่าที่พัก ตั๋วเครื่องบินก็จะแพงที่สุด

พอเครื่องบินใกล้ถึงสนามบินภูเก็ต เครื่องจะลดระดับบินต่ำลง อยู่เหนือน้ำทะเล วิวตรงนี้สวยมากครับ เห็นทั้งภูเขาและทะเล สนามบินภูเก็ตจะอยู่ติดกับทะเลเลย

เครื่องลงจอดที่สนามบินนานาชาติภูเก็ต ตามกำหนดการ ในบรรดาสายการบิน Low cost ทั้งหมด สายการบิน Air Asia ถือว่าตรงเวลาที่สุดแล้วครับ Delay น้อยกว่าเจ้าอื่น ส่วนการบริการอาจจะแพ้นกแอร์ เพราะเค้ามีของว่างเสริฟบนเครื่อง

ลงจากเครื่องปุ๊ปมีรถบัสมารับเข้าไปยังอาคารผู้โดยสาร ในสนามบินจะมีแผนที่แจกฟรีอยู่หลาย Version แนะนำให้หยิบติดตัวไปซักหน่อย ดูที่เป็นภาษาอังกฤษนะครับ (แผนที่ภาษาไทยไม่มี) นอกจากแผนที่ภาษาอังกฤษแล้วยังมีภาษารัสเซีย ญี่ปุ่น จีน ฯลฯ ชาติไหนมาเยอะก็จะมีภาษาของชาตินั้น

สายพานรอรับกระเป๋า เที่ยวบินนี้คนโหลดกระเป๋าค่อนข้างเยอะ ส่วนมากเป็นนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติ

การเดินทางจากสนามบินภูเก็ตไปยังเมืองภูเก็ต หาดป่าตอง หาดกะตะ – กะรน มี Airport Bus, รถตู้ และ Taxi limousine ราคาตามด้านล่างเลยครับ ราคาจะแพงนิดนึงเนื่องจากเป็นแหล่งท่องเที่ยวที่ชาวต่างชาติมาเที่ยวกันเยอะ

ราคาค่าโดยสารจากสนามบินภูเก็ตโดยประมาณ

Airport Bus : เมืองภูเก็ต 85 บาท

รถตู้ : เมืองภูเก็ต 100 บาท, หาดป่าตอง 150, หาดกะตะ – กะรน 180 บาท

Taxi limousine นั่งได้ 4 คน : เมืองภูเก็ต 500 บาท, หาดป่าตอง 650, หาดกะตะ – กะรน 750 บาท

หรืออีกทางเลือกหนึ่งคือการเช่ารถขับ ผมเลือกใช้วิธีเช่ารถเอาดีกว่า จะได้ขับไปเที่ยวได้ทั่วทั้งเกาะภูเก็ต เรามีเวลาน้อย ขับรถเอาจะสะดวกกว่า ผมเช่ารถกับ AVIS เนื่องจากว่ามีข้อดีตรงที่แถมเวลาให้วันละ 2 ชั่วโมง เช่นผมเช่า 2 วัน เช่าตอน 10.00 น. วันศุกร์ จะคืนได้ถึง 14.00 น. วันอาทิตย์ เหมาะสำหรับคนที่บินไปถึงตอนสายและกลับช่วงบ่าย

ผมเช่ารถ Vios Auto ราคารถอย่างเดียววันละ 839 บาท รวมประกันภัยชนิดต่างๆ แบบจัดเต็ม ประกันอุบัติเหตุ กันขโมย ประกันส่วนบุคคล ถ้ามีอุบัติเหตุไม่ต้องจ่ายอะไรเพิ่มอีกแล้ว + Vat ก็ตกวันละ 1,310 บาท ถ้าต้องการ GPS ด้วยก็เสียเพิ่มอีกวันละ 150 บาท รวมๆ แล้วชักจะเยอะก็เลยเอา GPS ไปเองจากบ้านดีกว่า หรือใครจะใช้ map ในมือถือก็ได้นะครับ

รถเช่า AVIS ผมจองผ่านทางโทรศัพท์เบอร์ 02-2511131-2 แจ้งเวลารับรถ / คืนรถ และ Option ประกันต่างๆ ที่ต้องการ พนักงานจะบอกราคาเรามา และส่ง Confirmation มาให้ทาง email และ SMS เมื่อถึงสนามบินก็เพียงแจ้งชื่อให้กับพนักงาน พนักงานจะขอสำเนาบัตรประชาชน ใบขับขี่ บัตรเครดิตเราไป โดยจะรูดค่าเช่ารถทันที และรูดมัดจำรถ 20,000 บาท เงินมัดจำนี้จะคืนสลิปให้เมื่อคืนรถ และจะได้วงเงินในบัตรเครดิตคืนประมาณ 2 สัปดาห์ ดังนั้นบัตรเครดิตจำเป็นต้องมีวงเงินอย่างน้อย 20,000 + ค่าเช่ารถ

เมื่อเสร็จจาก Counter AVIS พนักงานจะให้ซองรายละเอียดการเช่า และใบรับรถให้ไปรับรถที่อาคารจอดรถด้านนอก

ออกจากอาคารผู้โดยสารเจอกับทัวร์ที่มารอรับผู้โดยสารถือป้ายเยอะเต็มไปหมด และมี Taxi ที่หาผู้โดยเยอะมากอีกเช่นกัน มีแต่คนมาชวนขึ้น Taxi ถ้าจะไปรับรถเช่าของ AVIS ให้มองหาทางม้าลาย และเต๊นท์สีเขียวตามรูปด้านบน เดินเลยเต๊นท์ไปก็จะเจอกับพนักงาน AVIS ใส่เสื้อสีแดง ติดต่อรับรถได้เลยครับ

ก่อนที่จะรับรถจะต้องสำรวจรอยชน รอยขีดข่วนรอบคันรถไว้ด้วยนะครับ ผมแนะนำให้ถ่ายรูปรอบคันรถไว้เลย เผื่อเวลามีปัญหารูปถ่ายจะช่วยเป็นหลักฐานได้ และเข้าไปในรถถ่ายรูประดับน้ำมัน ไมล์รถว่าอยู่ที่กี่กิโลเมตร โดยปกติแล้วเราจะรับรถพร้อมน้ำมันเต็มถัง และก็จะต้องคืนรถพร้อมน้ำมันเต็มถังเช่นเดียวกัน

ออกจากสนามบินภูเก็ต ไม่ว่าจะไปไหนที่ไหนในภูเก็ตให้เลี้ยวขวานะครับ ถ้าเลี้ยวซ้ายจะเป็นถนนเลียบสนามบินทางแคบแค่พอสวนกันได้ ขับรถลำบากครับ

ถนนบนเกาะภูเก็ต

ถ้าเป็นถนนเส้นหลักเช่นถนน 402 จะเป็นถนนกว้างฝั่งละ 2 เลน และไหล่ทางที่ให้มอเตอร์ไซค์วิ่งได้สบายๆ ขับง่าย แต่ถ้าเป็นถนนเส้นรอง จะขับยากนิดนึง ถนนบนเกาะภูเก็ตจะโค้งไปมา และซอยเยอะมาก ในตัวเมืองบางช่วงก็วันเวย์ ถ้าเพิ่งเคยขับรถบนภูเก็ตครั้งแรกและต้องการจะไปหลายที่แนะนำให้หา GPS ไปใช้ด้วยครับ ส่วนแผนที่กระดาษจะละเอียดไม่พอ

จากสนามบินภูเก็ตมาหาดป่าตองใช้เวลาประมาณ 1 ชั่วโมง ระยะทางประมาณ 35 กิโลเมตร

หาดป่าตอง

สถานที่แรกที่เราจะแวะเป็นหาดป่าตองครับ หาดที่มีชื่อเสียง และนักท่องเที่ยวมากที่สุดในเกาะภูเก็ต หาดป่าตองเป็นหาดยาว 4 กิโลเมตร ทรายขาวน้ำใส หาดป่าตองทางทิศเหนือจะค่อนข้างเงียบ และมีน้ำทะเลใสกว่า เราสามารถขับรถเลียบหาดป่าตองและจอดรถที่ข้างถนนเดินลงทะเลได้เลย แต่ที่จอดรถจะหายากนิดนึงเพราะเต็มไปด้วยรถ Taxi, ตุ๊กๆ เจ้าถิ่น

รูปบน : หาดป่าตองเหนือ

ส่วนหาดป่าตองช่วงกลางจะเต็มไปด้วยเตียงผ้าใบ และนักท่องเที่ยวชาวยุโรป รัสเซียมานอนอาบแดดกัน อารมณ์จะคล้ายกับพัทยา แต่ดูมีระดับกว่า

หาดป่าตอง

ที่พักบริเวณหาดป่าตองมีเยอะมาก ตั้งแต่เกสเฮ้าส์หลักร้อย ไปจนถึงโรงแรมระดับ 5 ดาว ราคาที่พักค่อนข้างแพงเมื่อเทียบกับหาดอื่นๆ หรือตัวเมืองภูเก็ต

ร้านอาหารบริเวณหาดป่าตองส่วนมากจะเป็นบาร์เบียร์ ผับ เปิดตั้งแต่เที่ยงไปจนดึก ร้านของของก็มีเยอะหลายร้าน

ระหว่างทางเห็นรถตุ๊กๆ จอดอยู่ แต่งสวยดี เลยถ่ายรูปมาฝาก

รถตุ๊กตุ๊กที่วิ่งในภูเก็ต เป็นรถให้บริการแบบเหมา ราคาเริ่มต้นที่ประมาณ 250 บาท ราคาค่อนข้างแพงเพราะภูเก็ตเป็นเมืองท่องเที่ยว ถ้าต้องการใช้บริการตกลงราคาให้เรียบร้อยก่อนนะครับ

ห้างจังซีลอน (JUNG CEYLON) เป็นห้างใหญ่บริเวณหาดป่าตอง มีโรบินสัน และ บิ๊กซีเป็นห้างย่อยในจังซีลอน มีร้านค้าและร้านอาหารมากมายหลายร้าน ถึงแม้ว่าจังซีลอนจะเป็นห้างที่ตั้งอยู่ในพื้นที่ที่มีค่าครองชีพสูง แต่ราคาสินค้าก็เท่ากับที่กรุงเทพฯ ผมได้เสื้อลดราคา และถุงกันน้ำ Karana ในราคาที่ถูกกว่าซื้อที่กรุงเทพฯ อีกครับ

ห้างจังซีลอนมีที่จอดรถได้สะดวก และสามารถเดินไปหาดป่าตองได้ ประมาณ 10 นาที ค่าจอดรถก็เพียงชั่วโมงละ 10 บาท หรือถ้าซื้อของ 300 บาทก็จอดได้ฟรี 3 ชั่วโมง

ห้างจังซีลอน

มื้อเที่ยงนี้เราฝากท้องกับ KFC ที่ห้างจังซีลอน กินง่ายๆ จะได้มีเวลาไปเที่ยวยังที่อื่นต่อ

หาดกะรน

จากหาดป่าตองวิ่งลงมาทางใต้จะเจอกับหาดกะรน เป็นหาดที่ยาวที่สุดในภูเก็ต หาดนี้อยู่ติดถนนจอดรถได้สะดวก ริมถนนจะมีต้นตาลขึ้นอยู่ตลอดแนว หาดนี้มีนักท่องเที่ยวไม่เยอะเท่าหาดป่าตอง ทรายจะออกสีน้ำตาลนิดนึงไม่ขาวเท่าหาดป่าตอง โรงแรม ที่พักมีอยู่หลายแห่ง

หาดกะรนเหมาะสำหรับนักท่องเที่ยวที่ต้องการความสงบ ชายหาดเล่นน้ำได้ คลื่นไม่แรง มีกิจกรรมทางน้ำให้เล่น เช่นเจ็ตสกี บานาน่าโบ๊ท โดดร่มพาราเซลล์ สกีน้ำ

แนวเตียงผ้าใบหาดกะรน

จากหาดกะรนวิ่งลงทิศใต้โดยใช้ถนน 4233 ไปยังจุดชมวิวสามหาด

จุดชมวิวสามหาด (Karon View Point)

เป็นจุดชมวิวทะเลที่สวยที่สุดในภูเก็ต เห็นวิวสามหาดได้แก่ หาดกะรน กะตะ กะตะน้อย บริเวณจุดชมวิวมีที่จอดรถจอดได้สบาย

จุดชมวิวสามหาด

ขึ้นบันไดไปยังศาลาด้านบน จะเห็นวิวสวยที่สุด

จากรูปด้านล่างหาดที่ใกล้ตัวเรามากที่สุดเป็นหาดกะตะน้อย ตรงกลางเป็นหาดกะตะ ไกลสุดเป็นหาดกะรน

หลังจากถ่ายรูปอย่างเต็มที่แล้ว ก็ขับรถลงไปยังแหลมพรหมเทพ จุดชมพระอาทิตย์ตกดินที่สวยและโรแมนติคที่สุดบนเกาะภูเก็ต

แหลมพรหมเทพ

เป็นแหลมหินที่ยื่นไปในทะเล มองเห็นพระอาทิตย์ตกดินได้อย่างสวยงาม ในตอนเย็นจะมีนักท่องเที่ยวมาดูพระอาทิตย์ตกดินเป็นจำนวนมาก

นอกจากแหลมพรหมเทพจะเป็นจุดชมพระอาทิตย์ตกดินแล้ว ยังเป็นจุดชมวิวที่สวยงามอีกจุดหนึ่งมองเห็นเกาะเล็กที่อยู่ข้างๆ แหลมพรหมเทพ และเห็นเรือยอร์ชที่ลอยลำอยู่กลางทะเล

บริเวณแหลมพรหมเทพจะมีต้นตาลขึ้นอยู่หลายต้น แต่ด้วยลมที่พัดมาแรงทำให้บางต้นหักลง เหลือเพียงลำต้นที่ไร้ใบ

บริเวณแหลมมีทางให้เดินลงไปด้านล่าง เป็นทางราบธรรมดา ไม่อันตราย

ด้านบนของแหลมพรหมเทพมีศาลพรหมเทพ และเป็นที่ตั้งของประภาคารกาญจนาภิเษก อนุสาวรีย์กรมหลวงชุมพร

ศาลพรหมเทพ

อนุสาวรีย์กรมหลวงชุมพร หันหน้าออกไปทางทะเล

ประภาคารกาญจนาภิเษก นักท่องเที่ยวสามารถเข้าชมภายในได้ฟรี ด้านในจะเป็นของที่ใช้ในการเดินเรือเช่นตะเกียง

ออกจากแหลมพรหมเทพเราขับรถทวนเข็มนาฬิกาก็มาเจอกับหาดราไวย์

หาดราไวย์

เป็นหาดที่อยู่ทางใต้ของเกาะภูเก็ตอยู่ฝั่งตะวันออก หาดราไวย์เป็นหาดที่ไม่สวยเท่าหาดอื่น หาดนี้จึงเป็นที่จอดเรือประมง และเป็นท่าเรือ ว่ากันว่าถ้าอยากกินอาหารทะเลสดๆ ราคาไม่แพงต้องมาที่หาดราไวย์ ถนนเลียบหาดราไวย์จะเต็มไปด้วยร้านอาหารทะเล มีโต๊ะอาหารอยู่ข้างชายหาด กินอาหารทะเลพร้อมชมวิวทะเล ส่วนที่จอดรถก็สามารถจอดริมถนนได้ตามสะดวก หาดนี้นักท่องเที่ยวไม่เยอะ

หาดราไวย์ ที่จอดเรือประมง

ยกนาฬิกาขึ้นมาดูบ่ายสามกว่าๆ แล้ว เลยคิดว่าจะเข้าโรงแรมไปเช็คอิน และพักซักแปปนึงแล้วค่อยออกมาเที่ยวในตัวเมืองภูเก็ตต่อ

ที่พักของผมในทริปนี้เราพักกันที่ Sino House (ชิโน เฮ้าส์) โรงแรมสวย ทำเลดีในตัวเมืองภูเก็ต สำหรับคนที่กำลังจะมาภูเก็ตเป็นครั้งแรกผมมีคำแนะนำเล็กๆ น้อยๆ ในการเลือกที่พักครับ

ที่พักในภูเก็ต ย่านต่างๆ

หาดป่าตอง เป็นบริเวณที่มีที่พักมากที่สุด ทั้งโรงแรม รีสอร์ท เกสเฮ้าส์ ข้อดีคืออยู่ใกล้ทะเล สะดวกทั้งการเดินทาง ของกิน แหล่งชอปปิ้ง ชาวต่างชาตินิยมมาพักที่นี่ มีร้านเบียร์ ผับเยอะมาก เหมาะสำครับคนชอบ Night Life และถ้าใช้บริการ One day trip ไปเกาะต่างๆ ทัวร์จะมารับที่โรงแรมได้สะดวก โรงแรมที่ราคาไม่แพงส่วนมากจะไม่ค่อยมีที่จอดรถ เป็นโรงแรมตึกแถว ต้องไปหาจอดตามข้างถนน ส่วนข้อเสียก็คือที่พักราคาแพงที่สุด คนเยอะ อาจมีเสียงดังจากผับเข้าไปยังห้องพักได้

หาดกะตะ – กะรน อยู่ใกล้ทะเล เล่นน้ำได้แต่ราคาที่พักไม่แพงเท่าหาดป่าตอง ร้านค้า ร้านอาหารมีไม่เยอะเท่าหาดป่าตอง เดินทางสะดวกรถสาธารณะวิ่งมาถึง และถ้าใช้บริการ One day trip ไปเกาะต่างๆ ทัวร์จะมารับที่โรงแรมได้สะดวก

ตัวเมืองภูเก็ต มีที่พักให้เลือกเยอะ และราคาไม่แพงมาก เป็นย่านที่อยู่อาศัยของชาวภูเก็ต มีอาหารพื้นเมืองให้ทาน มีบ้านเมืองเก่า สไตล์ชิโนโปรตุกีสให้ชม ตัวเมืองภูเก็ตจะอยู่ตรงกลางเกาะฝั่งตะวันออกไปสนามบิน หรือที่ไหนก็ไม่ไกลมาก เดินทางสะดวกรถสาธารณะวิ่งมาถึง และถ้าใช้บริการ One day trip ไปเกาะต่างๆ ทัวร์จะมารับที่โรงแรมได้สะดวก ส่วนข้อเสียมีอยู่เรื่องเดียวคือไม่เห็นทะเล

หาดที่อยู่ด้านเหนือของเกาะภูเก็ต เช่น หาดในทอน, หาดในยาง, หาดสุรินทร์, บางเทา จะค่อนข้างเงียบสงบ ราคาไม่แพง ต้องมีรถขับถึงจะสะดวก ถ้าใช้บริการ One day trip ไปเกาะต่างๆ ทัวร์อาจจะชาร์จเพิ่มจากปกติ เพราะต้องไปรับไกล

โรงแรม Sino House จะอยู่ในตัวเมืองภูเก็ตเดินไปร้านหมี่ต้นโพธิ์ ย่านเมืองเก่าชิโนโปรตุกีส ซอยรมณีย์ได้สะดวก โรงแรมอยู่ติดถนนสุทัศน์ การเดินทางมาโรงแรมนั้นผมยกให้เป็นหน้าที่ของ GPS ที่นำทางผมมาถึงที่พักได้อย่างง่ายดาย ไม่หลงทาง

ด้านหน้าของโรงแรมตกแต่งแบบชิโนโปรตุกีส ตามชื่อของโรงแรม โรงแรมนี้สร้างมานานพอสมควรแล้วครับ แต่มีการตกแต่งและดูแลอย่างดี ภายนอกดูสวยไม่แพ้โรงแรมใหม่

มอเตอร์ไซค์ให้เช่า ในโรงแรม Sino House เป็นอีกทางเลือกหนึ่งในการเที่ยวรอบภูเก็ตในราคาประหยัด

ตรง Counter Check in ตกแต่งเหมือนบ้านเก่าชิโนโปรตุกีส

โรงแรม Sino House ผมจองกับ agoda ในราคาคืนละ 1,500 บาท ห้อง Shanghai Deluxe ซึ่งถ้าจองตรงกับโรงแรมราคา 2,000 บาท

Link. เช็คราคาโรงแรม Sino House

การเช็คอินก็เพียงยื่น Hotel Voucher ที่ agoda ส่งมาให้ทาง email ให้กับพนักงาน + กับบัตรประชาชน เซ็นเอกสารเข้าพัก แป๊ปเดียวก็เสร็จเรียบร้อยครับ ไม่มีมัดจำ พนักงานแจ้งกับเราว่า Minibar ทานได้ฟรี อาหารเช้าเริ่มที่ 6.30 – 10.00 น. มีรหัส wifi ให้ใช้ได้ฟรี

เช็คอินเสร็จจะได้กุญแจห้องมาครับ กุญแจห้องทำสวยดี

เข้ามาดูในห้องพักห้อง Shanghai Deluxe เตียงกว้างมากเหมือนเอาที่นอน 3 ฟุตครึ่งมาต่อกัน

ขนาดห้องประมาณ 30 กว่าตารางเมตร ถือว่าใหญ่กว่าโรงแรมอื่นในระดับราคาเท่านี้ ในห้องมีน้ำดื่มให้ 4 ขวด น้ำอัดลมให้ 2 ขวด น้ำผลไม้ นมถั่วเหลืองอย่างละ 1 กล่องที่สำคัญทานได้ฟรีทุกอย่าง ถ้าทานหมดก็เติมใหม่ให้วันต่อวัน

มีเตาอบไมโครเวฟ กาต้มน้ำ ชากาแฟ จาน ชาม ช้อน ตู้เย็น ไดร์เป่าผม ตู้เซฟ ถ้าเช่าอยู่เป็นรายสัปดาห์หรือรายเดือนก็สะดวกดีครับ

โต๊ะทำงาน / กินข้าว มีโคมไฟตั้งโต๊ะ หน้าต่างด้านขวาของโต๊ะทำงานมองลงไปเป็นที่จอดรถของโรงแรม

ห้องสะอาด ตกแต่งสวยดีครับ เพดานของที่นี่สูงมาก ทำให้ห้องดูโปร่ง ไม่อึดอัด ใครมาเที่ยวภูเก็ต ถ้ายังเลือกที่พักไม่ถูกแนะนำที่นี่เลยครับ Sino House ที่พักดี ราคาไม่แพง

หลักจากเก็บของเสร็จ ล้างหน้าล้างตา ไปเดินเล่นย่านเมืองเก่าของภูเก็ต ถนนถลาง ถนนดีบุก ถนนเยาวราช ซ.รมณีย์ ไปดูย่านตึกชิโนโปรตุกีสที่เยอะที่สุดในประเทศไทย

ระยะทางจากโรงแรม Sino House ไป ซ.รมณีย์ ประมาณ 650 เมตร สามารถเดินได้สบายๆ หรือจะขับรถไปก็ได้

การเดินทางไป ซ.รมณีย์ ง่ายมากครับ ออกจากโรงแรมแล้วเลี้ยวซ้าย วิ่งตรงข้ามแยกถนนดีบุกไปยังถนนมนตรี เลี้ยวขวาเข้าถนนถลาง ตรงไปประมาณ 500 เมตรจะเจอกับ ซ.รมณีย์ อยู่ทางขวามือ

ซอยรมณีย์ (ซอยหั่งอาหล่าย) เป็นซอยเก่าแก่ บ้านชิโนโปรตุกีส ของตัวเมืองภูเก็ต ทั้งซอยมีระยะทางประมาณ 150 เมตร นักท่องเที่ยวนิยมมาถ่ายรูปในซอยนี้ ในอดีตซอยรมณีย์เป็นแหล่งโสเภณีของภูเก็ตให้บริการโดยหญิงสาวจากมาเก๊า ญี่ปุ่น และมลายู และต่อมาเปลี่ยนเป็นหญิงสาวจากภาคเหนือของประเทศไทย แต่ปัจจุบันไม่ได้กลายเป็นแหล่งโสเภณีแล้วครับ เป็นบ้านเรือน เกสเฮ้าส์ ร้านค้า บริษัท

ตึกสไตล์ชิโนโปรตุกีส ที่ยังคงสภาพสวยงามอยู่ เกิดจากความร่วมมือร่วมใจของคนในซอย ที่ช่วยดูแล และซ่อมแซมบ้านเรือนของตัวเองให้คงสภาพเดิมไว้ จนกลายเป็นแหล่งท่องเที่ยวย่านเมืองเก่าของภูเก็ต

คำว่าชิโน (Sino) แปลว่าจีน ส่วนโปรตุกีสก็คือประเทศโปรตุเกสในทวีปยุโรป เมื่อรวมเป็นชิโนโปรตุกีส ก็เป็นสถาปัตยกรรมที่ผสมผสานระหว่างจีนกับยุโรปได้อย่างลงตัว

ในซอยจะคับแคบนิดนึงถ้าเอารถเก๋งมาควรจอดที่ถนนด้านนอกแล้วเดินเข้ามา

โรงแรมวิบูลสิน โรงแรมแห่งเดียวในซอยรมณีย์

รถเต่าสีเขียวที่ชอบจอดในซอยรมณีย์ ตอนนี้ย้ายมาจอดที่ปากซอยแล้ว มีผ้าคลุมรถ

ถัดจากซอยรมณีย์ ย้อนกลับมาที่ถนนถลางเดินไปทางพิพิธภัณฑ์ภูเก็ตไทยหัว จะมีบ้านเรือน ร้านค้าสวยๆ อยู่หลายหลัง ร้านชื่อดังบริเวณนี้ก็มี “โกปี้เตี่ยม” ขายผัดไทย หมี่ฮกเกี้ยน บักกุดเต๋ และร้านข้างๆชื่อ “ไชน่า อินน์” ก็ตกแต่งสวยไม่แพ้กัน 2 ร้านนี้มีนักท่องเที่ยวมาทานอยู่ตลอด ราคาอาหารจานเดียวประมาณ 60-70 บาท

“โกปี้เตี่ยม” และ “ไชน่า อินน์”

บรรยากาศบ้านเมืองแบบชิโนโปรตุกีสแบบนี้ ทำให้ผมนึกถึงเมืองมะละกา ประเทศมาเลเซีย ที่ไปมาเมื่อปี 2011 บ้านเมืองแบบนี้เลย แต่เยอะกว่าภูเก็ต

ที่ถนนถลาง ถ้าสังเกตให้ดีจะไม่เห็นสายไฟฟ้า สายโทรศัพท์ให้รกหูรกตา ถนนสายนี้เป็นถนนสายแรกในภูเก็ตที่มีการย้ายสายไฟบนดินให้ไปอยู่ใต้ดิน บ้านเมืองเลยดูสวยงาม เป็นระเบียบ

แนะนำให้มาเดินเล่นช่วงเย็นครับ อากาศไม่ร้อน เดินไปถ่ายรูปไป ผมสังเกตว่าถนนหนทาง บ้านเรือนในตัวเมืองภูเก็ตดูสะอาด น่าอยู่ดีครับ

บ้านชิโนโปรตุกีส ส่วนมากก็ยังคงเป็นที่พักอาศัยอยู่ แต่ส่วนน้อยถูกปล่อยทิ้งให้ร้าง

บ้านแบบชิโนโปรตุกีสจะมีช่องโค้งอยู่หน้าบ้านทุกบ้าน เป็นทางเดินเท้ากว้าง 5 ฟุต ภาษาไทยเรียกทับศัพท์ว่า ?อาเขต? (arcade) หรือที่ภาษาจีนฮกเกี้ยนเรียกว่า ?หง่อคาขี่?

เราเดินถ่ายรูปเรื่อยๆ มาจนถึงพิพิธภัณฑ์ภูเก็ตไทยหัว พิพิธภัณฑ์ปิดไปแล้วครับ เดี๋ยววันสุดท้ายก่อนขึ้นเครื่องกลับผมจะพามาชมในพิพิธภัณฑ์

จากพิพิธภัณฑ์ภูเก็ตไทยหัวตรงแยก ถนนภูเก็ต – ถนนสตูล เห็นบ้านหลังหนึ่งทำสวยดี แต่ไม่ทราบว่าเป็นบ้านของใครถ่ายจากหน้าบ้านเข้าไปได้เท่านี้ ผมคิดว่าน่าจะเป็นบ้านเก่าเหมือนกัน และติดกับบ้านหลังนี้เป็นบ้านชินประชา เป็นบ้านชิโนโปรตุกีสหลังแรกของภูเก็ต เปิดให้เข้าชมด้วย แต่ผมมัวแต่สับสนอยู่เลยหาไม่เจอ เพิ่งมารู้ทีหลังก็ตอนกลับกรุงเทพฯ แล้วมาเปิดใน Google map street view ดู เสียดายมากครับที่ไม่ได้ไปแวะ

ตรงแยกถนนสตูลกับถนนดีบุกก็มีบ้านเก่าอีกหลัง เป็น บ้านหลวงอำนาจนรารักษ์ ปัจจุบันเป็นที่พักอาศัย ไม่เปิดให้เข้าชม อยู่ในสภาพที่ทรุดโทรมไปตามเวลา หลังนี้จะสร้างออกแนวยุโรปหน่อย ผมลองมองเข้าไปในบ้านเหมือนเป็นที่เก็บของ เห็นแล้วเสียดายมากๆ ครับ น่าจะบูรณะแล้วเปิดให้เข้าชม

ป้ายห้ามเข้ามากลับรถและจอดรถ ผมเชื่อว่าคงมีคนสนใจความเป็นมาบ้านหลังนี้อยู่หลายคน และคงนึกว่าสามารถเข้าไปดูได้ ก็เลยขับรถเข้าไป

เดินชมเมืองเก่าในภูเก็ต อย่างไม่รู้สึกเบื่อ แต่ท้องเริ่มหิวแล้วเลยคิดว่าจะไปชิมหมี่ฮกเกี้ยน อาหารพื้นเมืองภูเก็ต ร้านหมี่ชื่อดัง และเก่าแก่ก็ต้องยกให้ หมี่ต้นโพธิ์ ร้านนี้อยู่ห่างจากโรงแรม Sino House ประมาณ 900 เมตร อยู่ตรงวงเวียนนาฬิกา (วงเวียนสุรินทร์) ติดกับศาลเจ้าฮกหงวนก้ง อยู่ริมถนน

บางคนก็บอกว่า “หมี่ต้นโพธิ์” รสชาติธรรมดา แต่หมูสเต๊ะร้านนี้อร่อย วันนี้เราจะไปลองชิมให้รู้

ติดกับร้าน “หมี่ต้นโพธิ์” เป็นร้าน “หมี่สมจิต” ตอนแรกก็ว่าจะมาชิมร้านนี้ด้วยแต่ร้านปิดไปซะแล้ว

“หมี่สมจิต” เปิด 9.30-17.00 น. ส่วน “หมี่ต้นโพธิ์” ผมไปถึงตอน 6 โมงเย็นนิดๆ ก็ใกล้จะปิดร้านแล้วเอาเป็นว่าถ้าอยากมาชิมหมี่ 2 ร้านนี้ให้มาถึงก่อน 4 โมงเย็น น่าจะได้กินชัวร์ๆ

ตอนแรกว่าจะสั่งหมี่ผัดฮกเกี๊ยนมาทาน แต่ว่าเส้นหมดเลยสั่งเมนูอื่นก็หมดอีก เลยถามว่ามีอะไรเหลือบ้างก็ได้ผัดหมี่ คล้ายผัดซีอิ้วมาทาน

ราคาอาหารประมาณจานละ 40-70 บาท ก็ไม่แพงนะครับ ของผมสั่งผัดหมี่มา 2 ชาม น้ำเปล่า 1 ขวด น้ำแข็ง 2 แก้ว เช็คบิลมา 145 บาท

รสชาติธรรมดาเหมือนผัดซีอิ๊วทั่วไป ให้หมึกกับกุ้งพอสมควรสมกับราคา 60 บาท

กินข้าวเสร็จก็กลับโรงแรม พักผ่อนเอาแรง พรุ่งนี้ต้องไป One day trip ที่เกาะราชา เกาะเฮ แต่ถ้าใครอยากยังอยากเที่ยวต่อตอนกลางคืนก็ขอแนะนำเป็นโชว์ “ภูเก็ตแฟนตาซี” บัตรเข้าชมสามารถติดต่อได้ที่โรงแรมที่เข้าพักเลยครับ

วันที่ 2 : One day trip เกาะราชา เกาะเฮ

เนื่องจากว่ารีวิวของเกาะราชา เกาะเฮ มีเนื้อหาที่ค่อนข้างมาก จึงขอเขียนไปเป็นอีกตอนเลยนะครับ สามารถอ่านได้ที่ link นี้ เที่ยวเกาะราชา เกาะเฮ เกาะสวยน้ำใส ใกล้ภูเก็ต

วันที่ 3 : พิพิธภัณฑ์ภูเก็ตไทยหัว ซื้อของฝาก ขึ้นเครื่องกลับ

วันนี้เป็นวันสุดท้ายแล้วสำหรับทริปภูเก็ต แต่ผมรู้สึกว่าไม่อยากกลับเลย เหมือนยังไม่เต็มอิ่ม ภูเก็ตเป็นจังหวัดที่มีที่เที่ยวเยอะมาก ทั้งย่านเมืองเก่า ชายหาดมีชื่อเสียงมากมาย หาดป่าตอง หาดกะตะ หาดกะรน ฯลฯ และยังสามารถซื้อทัวร์ One day trip ไปยังเกาะต่างๆ ในฝั่งสิมิลันได้มากมายเช่นเกาะไข่ เกาะราชา เกาะเฮ หมู่เกาะพีพี เกาะตาชัย เกาะสุรินทร์ ฯลฯ ก็ขอแนะนำเลยละกันนะครับ ว่าถ้าจะมาเที่ยวภูเก็ตควรจะมีเวลาอย่างน้อย 4 วัน ถึงจะเต็มอิ่ม

มื้อเช้าของวันนี้ผมทานข้าวเช้าที่โรงแรมครับ อาหารเช้าให้ทานได้ตั้งแต่ 6.30 น. ถึง 10.00 น. ที่ทานอาหารของโรงแรม Sino House จะอยู่ที่ชั้น 5 ของโรงแรมเป็นชั้นดาดฟ้า ในตอนเช้านั่งตรงเก้าอี้ด้านนอก ลมเย็นบรรยากาศดีมาก ไม่โดนแดดด้วยครับตึกบังไว้อยู่

อาหารเช้าจะเป็นแบบบุฟเฟต์ มีให้เลือกทานพอสมควร รสชาติอร่อยใช้ได้เลย เครื่องดื่มก็หลากหลายทั้งกาแฟสด ชาจีน โอวันติน นม น้ำแอปเปิ้ล น้ำส้ม น้ำฝรั่ง

ซีเรียล นมสด

สลัดผัก

ผัดหมี่ ขนมจีบทอด มันฝรั่ง ไข่ดาว ไส้กรอก แฮม ข้าวผัด

ขนมปัง และ ผลไม้

มื้อเช้าครับ ทานจนอิ่มเลย

ในช่วงเช้าก่อน 8 โมงจะมีคนมาทานเยอะ โดยเฉพาะคนที่จะไป One day trip ส่วนมากทัวร์จะมารับตอน 8 โมง ส่วนช่วงหลัง 8 โมงจะเป็นคนที่มาทำธุระ หรือมาทำงานในภูเก็ต สังเกตได้จากการแต่งตัวที่เป็นทางการ

เราเช็คเอ้าต์กับโรงแรมตอน 9 โมง วันนี้มีเวลาเที่ยวถึงตอนเที่ยงเท่านั้น เลยคิดว่าจะเข้าชมพิพิธภัณฑ์ภูเก็ตไทยหัว ซื้อของฝาก แล้วก็ขับรถไปสนามบินภูเก็ตเลย ขึ้นเครื่องกลับตอนบ่าย 2

จากโรงแรม Sino House ขับรถไปพิพิธภัณฑ์ภูเก็ตไทยหัวไม่ถึง 5 นาทีครับ สามารถขับรถเข้าไปจอดในพิพิธภัณฑ์ได้เลย

พิพิธภัณฑ์ค่อนข้างเงียบอาจจะเป็นเพราะยังเช้าอยู่ แถมยังเป็นวันจันทร์อีกต่างหาก

ระหว่างที่เรากำลังถ่ายรูปอยู่ก็มีเจ้าหน้าที่ของพิพิธภัณฑ์มาเล่าที่มาของพิพิธภัณฑ์ อย่างเช่นพิพิธภัณฑ์แห่งนี้เคยเป็นโรงเรียนมาก่อน เป็นพิพิธภัณฑ์เอกชนมีรายได้จากค่าเข้าชมเท่านั้น ฯลฯ

ค่าเข้าชมก็เพียงคนละ 50 บาทเท่านั้น ถ้าจะถ่ายรูปคิดค่ากล้องอีก 100 บาท / ตัว แต่ถ้าใช้กล้องมือถือถ่ายก็ไม่คิดเงินส่วนนี้ครับ

บัตรเข้าชมพร้อมแผ่นพับรายละเอียดในพิพิธภัณฑ์

คนถ่ายรูปจะได้สติกเกอร์แบบนี้มาติดที่เสื้อ

พิพิธภัณฑ์ภูเก็ตไทยหัว

เดิมทีนั้นเป็นโรงเรียนจีน สร้างขึ้นในปี พ.ศ.2477 เป็นแหล่งเรียนรู้ภาษาจีนที่เก่าแก่ที่สุดในภูเก็ต ต่อมาในปี พ.ศ. 2538 โรงเรียนย้ายไปอยู่ที่ถนนวิชิตสงคราม อาคารนี้จึงเป็นที่พบปะสังสรรค์ศิษย์เก่า และในปี พ.ศ. 2544 ได้มีความคิดที่จะจัดตั้งเป็นพิพิธภัณฑ์ จึงได้มีการบูรณะทุกอย่าง โดยใช้ช่างหลายแขนง คณะผู้ทำวีดิทัศน์ นักประวัติศาสตร์ นักเขียน อาจารย์ สถาปนิก ฯลฯ รวมทั้งหมดไม่น้อยกว่า 50 คน ใช้เวลา 20 เดือน งบประมาณกว่า 10 ล้านบาท และได้เปิดเป็นพิพิธภัณฑ์ ในปี พ.ศ. 2533

พิพิธภัณฑ์จะมีอยู่ด้วยกันทั้งหมด 13 ห้อง การเข้าชมจะเริ่มจากชั้น 2 ลงมาชั้น 1

เปียโนตัวนี้ เป็นเปียโนที่อยู่คู่โรงเรียนมาตั้งแต่พี พ.ศ.2477 โดยมีครูสุ่นปิ่น เป็นผู้เล่นเปียโน สอนนักเรียนไทยหัวร้องเพลงจีน

ระหว่างที่ผมกำลังถ่ายรูปอยู่ มีแม่บ้านมาทำความสะอาด พอเห็นเราสนใจถ่ายรูป ก็มาแนะนำอย่างดีเลยครับว่ามุมไหนสวย มุมไหนเคยมีรายการทีวีมาถ่ายทำ ประทับใจเจ้าหน้าที่ในนี้ทุกคนเลยครับ เป็นพิพิธภัณฑ์เล็กๆ แต่อบอุ่น

ห้องทั้งหมดในพิพิธภัณฑ์ภูเก็ตไทยหัว

ห้องที่ 1 จากแดนพญามังกร

ห้องที่ 2 สายธารสัมพันธ์

ห้องที่ 3 สัมพันธ์ภูเก็ตจีน

ห้องที่ 4 น้ำใจพี่น้อง

ห้องที่ 5 ดูอดีต

ห้องที่ 6 วิถี

ห้องที่ 7 หนึ่งยุคสมัย

ห้องที่ 8 สีสันพันกาย

ห้องที่ 9 ครูสุ่นปิ่น

ห้องที่ 10 โรงเรียนจีน

ห้องที่ 11 ฝรั่งครึ่งจีน

ห้องที่ 12 สืบทอด

ห้องที่ 13 คาวหวาน

ตรงที่พักบันไดในรูปด้านบน จะเห็นว่าไม่มีเสารองรับที่พื้นเป็นเทคนิคก่อสร้างในสมัยนั้น

รูปปั้นค้างคาวแดงบนหน้าจั่วอาคารหมายถึง การรู้หนังสือคือโชคอันยิ่งใหญ่ คนจีนมีความเชื่อว่าค้างคาวเป็นสัตว์นำโชค

ชมด้านในพิพิธภัณฑ์เสร็จ ออกมาดูด้านหลังพิพิธภัณฑ์บ้าง เป็นสนามหญ้า ติดกับซอยสุ่นอุทิศ

กระเบื้องหลังคาเก่า

รูปบน : ลูกเชอเรือขุดแร่

เราใช้เวลา 1 ชั่วโมงกว่าๆ ในพิพิธภัณฑ์ภูเก็ตไทยหัว ความเห็นส่วนตัวคิดว่าเป็นพิพิธภัณฑ์ที่ดี ให้ความรู้ทางประวัติศาสตร์ของเกาะภูเก็ตเป็นอย่างมาก ค่าเข้าชมก็ถูกเพียง 50 บาท แต่ภายในของเก่าน้อยไปหน่อย ส่วนมากจะเป็น VDO กับแผ่นป้าย

เสร็จจากพิพิธภัณฑ์ภูเก็ตไทยหัว ก็มุ่งหน้าไปทางสนามบินที่อยู่ทิศเหนือของเกาะภูเก็ต ร้านของฝากก็ไปหาซื้อเอาก่อนถึงสนามบิน ง่ายดีครับ

ระหว่างทางผ่าน ร้านซุปเปอร์ชีป (Super Cheap) เป็นร้านสะดวกซื้อที่มีอยู่หลายสาขาในภูเก็ต ดูเหมือนเป็นร้านค้าธรรมดา แต่เป็นร้านค้ามีราคาสินค้าถูกแบบเว่อร์ ถูกกว่าโลตัส บิ๊กซีอย่างเทียบไม่ติด ของก็มีขายหลายอย่าง ผมลองเช็คราคาดูเป็นเครื่องดื่มสปอนเซอร์ ขายขวดละ 8.75 บาท แต่ที่ 7-eleven ขาย 10 บาท จะเห็นว่าถูกต่างกันถึง 12.5% ส่วนสินค้าอื่นๆ ก็มีราคาถูก นอกจากซุปเปอร์ชีปในรูปแบบของร้านสะดวกซื้อยังมีซุปเปอร์ชีปสาขาใหญ่ ที่เป็นห้างมุงสังกะสีอยู่ในตัวเมืองภูเก็ต ขายตั้งแต่สากกระเบือยันเรือรบ ไว้ครั้งหน้าถ้าได้มาภูเก็ตอีกจะพาไปชมซุปเปอร์ชีปสาขาใหญ่

ก่อนจะถึงสนามบินภูเก็ตผ่านร้านของฝาก คุณแม่จู้ ขายขนม ของฝากจากภูเก็ต สร้อยไข่มุก น้ำพริกกุ้งเสียบ ผลไม้แปรรูป เลยแวะซื้อซักหน่อย

หน้าร้านมีรถท้องถิ่นภูเก็ต ไว้ให้นักท่องเที่ยวถ่ายรูป

รถสองแถวหลังคาไม้ที่วิ่งในภูเก็ตแบบนี้มีชื่อเรียกว่า “รถโพถ้อง” ซึ่งมาจากภาษาจีนฮกเกี้ยน หมายถึง รถสองแถวประกอบโครงไม้

ในร้านมีของให้เลือกซื้อเยอะ Package ทำสวยมาก ชนิดที่ว่าซื้อไปฝากใครได้อย่างไม่อายใคร แต่ราคาก็จะแพงกว่าปกติอยู่นิดนึง

น้ำพริกกุ้งเสียบ

หมี่ฮกเกี้ยน

ตรงแยกก่อนถึงสนามบินถ้าเราขับตรงไปทางพังงาประมาณ 1.7 กิโลเมตร จะมีปั๊มน้ำมัน Shell อยู่ครับ เติมเต็มถังก่อนคืนรถหมดค่าน้ำมันไป 500 บาท (น้ำมันแก๊ซโซฮอล 95 ลิตรละ 38.77 บาท) รวมระยะทางที่วิ่งไปทั้งหมด 126 กิโลเมตร คำนวณอัตราสิ้นเปลืองได้ 10.24 กม./ลิตร น้อยกว่าที่ควรจะเป็นแสดงว่าคนเช่าคนคนก่อนอาจจะเติมเต็มถังตั้งแต่ตัวเมือง หรือไม่ก็เติมไม่เต็มถังจริง เกจ์แบบดิจิตอลมันไม่ละเอียดครับ

แผนที่ปั๊มน้ำมันใกล้สนามบินภูเก็ต

เติมน้ำมันเสร็จก็มุ่งหน้าเข้าสนามบินเลย รถเช่าไม่ต้องแลกบัตรที่ทางเข้านะครับ

จุดคืนรถ AVIS ในสนามบินภูเก็ตจะอยู่ที่เดียวกับจุดรับรถ ตอนคืนรถให้พนักงาน เค้าก็จะดูสภาพรอบรถ สตาร์ทเครื่อง ดูระดับน้ำมัน ถ้าไม่มีอะไรก็จะให้เราไปที่ Counter เพื่อคืนสลิปมัดจำรถ ตรงนี้แหล่ะครับที่เป็นปัญหามากที่สุดของรถ AVIS สนามบินภูเก็ต ใครจะเช่ารถ AVIS อ่านตรงนี้ให้ละเอียดนะครับ

หา Counter AVIS ไม่เจอ !!!

พนักงานคืนรถบอกกับเราว่าให้ไปที่ Counter AVIS ฝั่งผู้โดยสารขาเข้าระหว่างประเทศ ผมเดินหาก็ไม่เจอครับ เจอแต่รถเช่าเจ้าอื่นเดินวนอยู่นานมาก ออกไปอีก Terminal หนึ่งก็ไม่เจอ วนกลับมาอีกรอบ สนามบินภูเก็ตก็ไม่ใหญ่มาก วนอยู่อย่างนั้นแต่หาไม่เจอ เลยไปถามประชาสัมพันธ์เค้าบอกว่าให้เดินไปที่ข้างลิฟท์ จะมียามยืนอยู่ให้บอกว่าคืนรถ AVIS เค้าจะมีทางเข้าลับ เหมือนเป็นทางเข้าพนักงานให้เข้าไปด้านใน ในส่วนของผู้โดยสารขาเข้าที่เพิ่งลงจากเครื่อง ซึ่งปกติแล้วเราจะเข้าไปไม่ได้ กว่าจะหาเจอเล่นเอาซะปวดหัวเลย

ในรูปด้านล่างเป็น Counter AVIS และด้านขวาเป็นประตูทางออก แต่เราจะเข้าสวนมาไม่ได้ครับ

คืนรถเสร็จแล้วก็ออกมาอยู่ด้านนอก ก็ต้องปวดหัวอีกรอบ เพราะหาอาคารผู้โดยสารขาออกไม่เจอ เดินงงอยู่แถวนั้น ตอนแรกนึกว่าอยู่คนละอาคาร เจอคนท้องถิ่น น่าจะเป็น Taxi หรือคนมารอรับนักท่องเที่ยว ถามว่าน้องจะไปไหน คงเห็นเราเดินไปมาหลายรอบตั้งแต่ตอนหา Counter AVIS แล้ว เลยบอกว่าจะไปเช็คอิน เค้าบอกว่าให้ไปที่ชั้น 2 จริงๆ ป้ายก็มีบอกครับ แต่มันเล็กไม่ชัดเจน คนภูเก็ตถ้าดูจากภายนอกจะเหมือนคนดุ แต่ที่ผมเจอมาส่วนมากก็นิสัยดีครับ

เที่ยวบินขากลับเป็นเที่ยวบิน FD3002 เครื่องออกเวลา 14.15 น. ช่วงเวลานี้เป็นเวลาที่คับคั่งมาก มีหลายสายการบินออกในช่วงเวลานี้เยอะ ส่งผลให้อาคารผู้โดยสารแน่น เก้าอี้ไม่เพียงพอ

ในสนามบินภูเก็ตมีร้านขายของฝาก ร้านอาหาร แต่ดูราคาแล้วค่อนข้างแพงครับ ถ้าเป็นไปได้ทานข้าวมาจากด้านนอก ซื้อของฝากมาจากด้านนอกจะถูกกว่าซื้อในสนามบินเยอะ

กว่าเราจะได้ขึ้นเครื่องก็ตอน 14.15 น. ทำให้ต้องบินล่าช้ากว่ากำหนดการเล็กน้อย ตอนเครื่อง Take Off ต้องต่อคิว 2-3 ลำ และรอเครื่องลง แสดงให้เห็นว่าภูเก็ตมีนักท่องเที่ยวมาเที่ยวเยอะมาก ถ้าเป็นไปได้น่าจะขยาย Terminal ออกไปอีกน่าจะสะดวกมากขึ้น

และแล้วผมก็กลับกรุงเทพฯ โดยสวัสดิภาพ ทริปภูเก็ต 3 วัน 2 คืน ก็จบลงเพียงเท่านั้น ทริปหน้าผมจะพาไปต่างแดนที่มาเก๊าครับ ไว้เจอกันใหม่ทริปหน้านะครับ บายย 🙂

สรุปค่าใช้จ่ายภูเก็ต 3 วัน 2 คืน ของ 2 คน

– ค่าตั๋วเครื่องบิน Air Asia ดอนเมือง – ภูเก็ต 2,230 บาท

– ค่าเช่ารถ AVIS 2 วัน 2,620 บาท

– ค่าน้ำมัน 500 บาท

– ค่าโรงแรม Sino House 1,500 x 2 คืน = 3,000 บาท

– One Day Trip เกาะราชา เกาะเฮ 1,000 x 2 = 2,000 บาท

– ค่าอาหาร 5 มื้อ 1,800 บาท

– ของฝาก 1,000 บาท

– ค่าเข้าพิพิธภัณฑ์ภูเก็ตไทยหัว คนละ 50 x 2 ค่ากล้อง 100 = 200 บาท

– อื่นๆ 800 บาท

รวมทั้งหมด 14,150 บาท หรือเฉลี่ยคนละ 7,075 บาท

สินค้าแนะนำในทริปนี้ จัดส่งฟรีทุกรายการ

Post Views 13301

ชอบบทความนี้ กด +1 ให้กำลังใจเราด้วยครับ

admin

นักเขียนประจำ emagtravel.com

11 thoughts on “ขับรถเที่ยวในภูเก็ต หาดป่าตอง แหลมพรหมเทพ บ้านชิโนโปรตุกีส

  • July 14, 2013 at 2:53 pm
    Permalink

    สุดยอดมากเลยรีวิวแบบนี้ โคตรละเอียดเลย…

  • July 16, 2013 at 7:28 pm
    Permalink

    Thank krub.

  • November 10, 2013 at 10:56 am
    Permalink

    ไม่ทราบว่าปัจจุบันยังสามารถจอดรถค้างคืนฟรีที่สนามบินดอนเมืองอยู่หรือไม่ จะไปเที่ยวภูเก็ต 4 วัน 3 คืน ด้วยแอร์เอเชีย 1-4 ธันวาคม 2556

    ขอบคุณ

  • November 10, 2013 at 11:04 am
    Permalink

    ตอบคุณ chucky

    เท่าที่ทราบตอนนี้ยังสามารถจอดได้ฟรีที่ T2 ครับ แต่เร็วๆ นี้คงจะเริ่มเก็บค่าจอดแล้ว ใกล้ๆ ไปลองเช็คดูอีกครั้งนะครับ

  • November 15, 2013 at 9:14 pm
    Permalink

    ตอบคุณ chucky

    จากกระทู้นี้ http://pantip.com/topic/31242125 ที่จอดรถสนามบินดอนเมือง T2 น่าจะเก็บเงินได้เร็วสุด 21 ธ.ค. 56 ครับ

  • February 11, 2014 at 2:45 pm
    Permalink

    รีวิวละเอียดมากเลยค่ะ
    กำลังจะไปภูเก็ตปลายเดือนนี้พอดี
    ขอบคุณสำหรับข้อมูลมากๆเลยนะค่ะ

  • February 11, 2014 at 3:08 pm
    Permalink

    ตอบคุณ pastelday

    สิ้นเดือนนี้ผมก็จะไปภูเก็ตเหมือนกันครับ 🙂

  • January 12, 2015 at 9:39 am
    Permalink

    รีวิวละเอียดมาเลยครับ มีทั้งบรรยายและภาพประกอบ แนะนำสถานที่เดินเที่ยวในชิโนได้ดีมากเลยครับ

  • July 25, 2015 at 11:44 pm
    Permalink

    สุดนอดreview

  • April 20, 2016 at 5:28 pm
    Permalink

    ชอบ ชอบ รีวิว ละเอียดดีมากค่ะ

  • September 29, 2016 at 2:20 am
    Permalink

    ตอนนี้ห้างซุปเปอร์ชีปสาขาใหญ่ที่มุงสังกะสีไฟไหม้เรียบร้อยแล้วนะคะ สร้างใหม่ติดแอร์อย่างหรูเลยค่ะ แนะนำให้ไปเที่ยวนะคะ ราคายังถูกเหมือนเดิม อิอิ

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *