หนีร้อนไปนอนเกาะเสม็ด หาดทรายแก้ว อ่าวไผ่

ระยอง / หนีร้อนไปนอนเกาะเสม็ด หาดทรายแก้ว อ่าวไผ่

ผู้สนับสนุน

เกาะเสม็ด จ.ระยอง เกาะยอดนิยมของคนไทย ทรายขาว น้ำใส อยู่ไม่ไกลจากกรุงเทพฯ เป็นเกาะที่เดินทางไปง่ายจะขับรถไปเอง หรือนั่งรถตู้ รถประจำทาง ก็สะดวกทั้งนั้น ค่าใช้จ่ายไม่แพง

เกาะเสม็ด อยู่ในพื้นที่ของอุทยานแห่งชาติเขาแหลมหญ้า-หมู่เกาะเสม็ด มีพื้นที่ประมาณ 3,125 ไร่ พื้นที่ส่วนใหญ่เป็นภูเขา มีป่าไม้ปกคลุม เกาะแก้วพิศดาร ในวรรณคดีเรื่องพระอภัยมณี เชื่อกันว่าหมายถึงเกาะเสม็ด เนื่องจากว่าเป็นเกาะที่มีทรายขาว ส่วนที่มาของชื่อ “เกาะเสม็ด” เป็นเพราะว่ามีต้นเสม็ดขาว และ เสม็ดแดง ขึ้นอยู่มาก บนเกาะเสม็ดมีที่พักของเอกชนหลายแห่งและมีลานกางเต๊นท์ของอุทยานฯ

รีวิวนี้เราจะไปกันที่เกาะเสม็ด เป็นทริป 2 วัน 1 คืน เที่ยวเสาร์-อาทิตย์แบบไม่ต้องลาหยุด เหมาะกับมนุษย์เงินเดือนที่มีเวลาไม่มาก การเดินทางไปเกาะเสม็ดในทริปนี้ผมขับรถจากกรุงเทพฯ ใช้เส้นทางมอเตอร์เวย์ (สาย 7) ค่าผ่านทาง 30+30 บาท มุ่งหน้าไปทางระยองด้วยถนนสาย 36 และสาย 3 (สุขุมวิท) จะเห็นป้ายเลี้ยวขวาไปท่าเรือบ้านเพ ข้ามไปเกาะเสม็ด ขับรถตามป้ายไปได้เลยครับ ง่ายมากๆ

การเดินทางไปเกาะเสม็ดนั้นจะต้องนั่งเรือไป ไม่สามารถเอารถข้ามไปได้ เราจะต้องเอารถจอดไว้ที่ท่าเรือฝั่งบ้านเพ ท่าเรือที่คนนิยมเอารถไปจอดก็จะมีท่าเรือนวลทิพย์ กับท่าเรือโชคกฤษดา 2 ท่าเรือนี้อยู่ใกล้ๆ กัน ในระยะที่เดินไปได้ ผมเลือกไปจอดที่ท่าเรือโชคกฤษดาครับ เป็นที่จอดในร่มเสียค่าจอดค้างคืน 80 บาท มีคนดูแลรถให้ สะดวก และปลอดภัยครับ

ข้อควรระวัง ปัจจุบันมีมิจฉาชีพ ที่มักจะมาหาเหยื่อตามสีแยกไฟแดง หรือตามท่าเรือ โดยจะชวนเราซื้อตั๋วเรือกับเค้า ในราคาที่แพงกว่าปกติเป็นเท่าตัว โดยเฉพาะเรือ Speed boat จะคิดราคาคนละ 700 บาท (ไป-กลับ) ซึ่งราคาปกติจะอยู่ที่ 350-500 บาทเท่านั้น โปรดอย่าหลงเชื่อคนพวกนี้ ให้ซื้อตั๋วเรือกับ counter ที่ท่าเรือเท่านั้น อย่าซื้อกับคนที่มาเร่ขายนอก counter ขายตั๋ว

นอกจากนั้นแล้วอาจจะมีคนถามว่ามีที่พักหรือยัง เค้าจะหาให้ ส่วนมากแล้วจะคิดราคาเกินจริงไปมาก ควรไปติดต่อหาที่พักเอง หรือจองไว้ล่วงหน้าก่อนมาถึง

ลักษณะที่จอดรถจะเป็นการจอดซ้อนคันกัน จะเข้าหรือจะออกจะลำบากนิดนึง ต้องเข็นรถหลายคัน แต่ไม่ต้องห่วงครับเค้ามีคนช่วยดูให้ คนที่ไปเที่ยวเช้าไป เย็นกลับเค้าจะให้จอดด้านนอกจะได้ออกไม่ยาก

จอดรถเสร็จก็มาซื้อตั๋วเรือ เรือที่ข้ามจากบ้านเพ ไปเกาะเสม็ดจะมีเรือเมล์ลำใหญ่ กับเรือ speed boat พนักงานขายตั๋วจะเชียร์ให้เรานั่ง speed boad เนื่องจากมีค่าโดยสารที่แพงกว่า อันนี้ก็ขึ้นกับว่าเรารีบหรือเปล่า ถ้าไป speed boat จะใช้เวลาเพียง 15 นาที ค่าโดยสาร 250 บาท /เที่ยว ส่วนเรือเมล์จะใช้เวลาประมาณ 30 นาที ค่าโดยสาร 50 บาท /เที่ยว แต่เรือ speed boat สามารถไปส่งได้ถึงหาดเลย

ตอนซื้อตั๋ว เค้าจะให้เราซื้อตั๋วขากลับเลย ตั๋วขากลับไม่ระบุเที่ยว กลับเวลาไหนก็ได้ รวมแล้วตั๋วไป-กลับ ก็ 50+50 บาท ก็น่าจะลดให้ซักหน่อย ว่าไหมครับ รถตู้ซื้อแบบไป-กลับ ยังลดให้เลย

แต่เอาเถอะครับราคา 50 บาท/เที่ยว เป็นราคาเดิม ผมมาเมื่อ 5 ปีที่แล้วก็ 50 บาทเท่ากันเลย

ตารางเวลาเรือโดยสารไปเกาะเสม็ด

– บ้านเพ -> หน้าด่าน (เกาะเสม็ด) 8.00-17.00 น เรือออกทุกชั่วโมง

– หน้าด่าน (เกาะเสม็ด) -> บ้านเพ 8.00-17.00 น เรือออกทุกชั่วโมง

– บ้านเพ -> อ่าววงเดือน (เกาะเสม็ด) 9.30 น, 13.30 น

– อ่าววงเดือน (เกาะเสม็ด) -> บ้านเพ 8.30 น, 12.00 น, 16.00 น.

– บ้านเพ -> อ่าวน้อยหน่า (เกาะเสม็ด) 11.00 น, 12.00 น

– อ่าวน้อยหน่า (เกาะเสม็ด) -> บ้านเพ 12.00 น, 13.00 น.

ซื้อตั๋วเรือเสร็จก็มานั่งรอเรือที่เก้าอี้ตรงนี้

เรือ Speed boat ที่จะไปเกาะเสม็ดหน้าตาเป็นแบบนี้ครับ

ส่วนเรือเมล์ก็เป็นเรือลำใหญ่ คล้ายเรือประมงดัดแปลง แบบเดียวกับเรือที่ข้ามไปเกาะล้าน เกาะสีชัง

น้ำทะเลบริเวณท่าเรือ ค่อนข้างดำและเป็นเลน คาดว่าเป็นผลมาจากการเอาหินไปทำเป็นกำแพงกันคลื่น ทำให้น้ำไม่หมุนเวียน เลยดำอย่างที่เห็น

ผมซื้อตั๋วเรือรอบ 11 โมง แต่กว่าจะได้ขึ้นเรือก็ 11.30 น ไม่รู้รออะไร เลทไปตั้งครึ่งชั่วโมง

ก่อนขึ้นเรือจะมีพนักงานมาเก็บตั๋วเรือ

เรือจะมี 2 ชั้น ผมแนะนำให้นั่งชั้นบนครับ วิวดีกว่า และไม่มีเสียงเครื่องยนต์ดัง เหมือนชั้นล่าง

นักท่องเที่ยวส่วนมากจะเป็นคนไทย ชาวต่างชาติประมาณ 15% ไม่เหมือนเกาะล้านครับ อันนั้นชาวต่างชาติเยอะมาก

ระยะทางจากบ้านเพมาท่าเรือหน้าด้านที่อยู่ทางทิศเหนือของเกาะ ประมาณ 7 กิโลเมตร ใช้เวลาประมาณครึ่งชั่วโมง

ท่าเทียบเรือเกาะเสม็ดที่หน้าด่านนี้ เป็นท่าเรือใหม่ อบจ. สร้างขึ้นแทนท่าเรืออันเก่าที่ชำรุดทรุดโทรม ก่อนที่จะมีการเปิดใช้ท่าเรือใหม่นี้มีเรื่องวุ่นวายหลายเรื่อง เรื่องแรกมีการเก็บเงินกับเรือที่มาจอดเทียบท่าคิดเป็นครั้งประมาณครั้งละ 200 บาท หรือจ่ายเป็นรายเดือน เดือนละ 1,500 บาท/ลำ ซึ่งก่อนหน้านี้ไม่มีการเสียค่าใช้จ่าย เรื่องที่สองนักท่องเที่ยวต้องเสียค่าบริการท่าเทียบเรืออีกคนละ 10 บาท ทางฝ่ายผู้ประกอบการก็บอกว่าท่าเรือแห่งนี้สร้างด้วยงบประมาณจากภาษีประชาชนด้วยมูลค่า 10 ล้านบาท ทางด้าน อบจ. ก็ออกมาบอกว่าการเก็บเงินนั้นเป็นไปตามระเบียบของสำนักงานตรวจเงินแผ่นดิน แต่ผลสรุปออกมาก็คือต้องเสียตังค์

สำหรับผมแล้วเสียคนละ 10 บาทแต่สะดวก และปลอดภัยก็ยินดีครับ

ท่าเรือใหม่นี้ออกแบบให้เป็นปล้องเหมือนปี่พระอภัยมณี และที่ปลายท่าเรือมีรูปปั้นผีเสื้อสมุทรยืนอยู่บนทะเลหันหน้าเข้าฝั่งเกาะเสม็ด

จ่ายค่าบริการท่าเทียบเรือคนละ 10 บาท

ออกจากท่าเรือมาแล้วจะเจอกับ 7-eleven 2 สาขา อยู่ตรงข้ามกัน คอยดักนักท่องเที่ยว ราคาของใน 7-eleven บนเกาะเสม็ดก็แพงเอาเรื่องอยู่เหมือนกัน อย่างกาแฟ Birdy ซื้อที่ฝั่งกระป๋องละ 13 บาท ซื้อบนเกาะเสม็ดกระป๋องละ 16 บาท คิดเป็นเปอร์เซ็นต์เท่ากับ 23% ของอย่างอื่นก็แพงในอัตราส่วนประมาณนี้ครับ ถ้าไปกันหลายคนซื้อไปจากฝั่งก็ประหยัดได้หลายบาท แต่ถ้าไป 2 คนก็ไม่เท่าไหร่

ข้างๆ กับท่าเรือหน้าด่านจะมีคิวรถสองแถวไปหาดต่างๆ เช่นหาดทรายแก้ว, อ่าวไผ่, อ่าววงเดือน, อ่าวน้อยหน่า ราคาเริ่มต้นที่ 20 บาท / คน

สำหรับคนที่ขี่มอเตอร์ไซค์แข็งๆ จะเช่ามอเตอร์ไซค์ขี่เที่ยวรอบเกาะก็สะดวกดี ค่าเช่ารถแบบมีเกียร์ 300 บาท/วัน, Automatic 400 บาท/วัน, KSR 500 บาท/วัน

ผมขอแนะนำว่าให้เช่ารถแบบที่ล้อเป็นบั้งจะเกาะถนนได้ดีกว่าล้อธรรมดา ถนนบนเกาะเสม็ดเป็นหลุมเป็นบ่อทาง ลูกรังไม่ค่อยดีนัก ยิ่งช่วงหน้าฝนยิ่งอันตราย ถนนลื่น

คนที่พักที่หาดทรายแก้ว สามารถเดินจากท่าเรือหน้าด่านไปได้ ระยะทางประมาณ 500 เมตร เดินไปเรื่อยๆ แปปเดียวก็ถึง ไม่ต้องนั่งรถสองแถวให้เปลืองตังค์

ในรูปบนเป็นสองแถวที่มีผู้โดยสารเต็มคันรถ กำลังจะไปส่งผู้โดยสารที่หาดต่างๆ

ทางจากท่าเรือหน้าด่านไปหาดทรายแก้วเป็นถนนอย่างดี ผ่านใจกลางเมืองเกาะเสม็ด มีร้านอาหาร ที่พัก โฮสเทล โรงพยาบาล สถานีตำรวจ

ที่พักในทริปนี้เราจอง Chilli Hotel & Restaurant ไว้ 1 คืน ราคาคืนละ 1,700 บาท จองไว้กับ agoda เป็นโรงแรมเล็กๆ ติดกับวัดเกาะเสม็ด เราไปถึงโรงแรมตอน 12.30 น. ซึ่งก็น่าจะ check in ได้แล้ว ผมยื่น Hotel Voucher ของ agoda ให้กับพนักงานของโรงแรม พนักงานก็เปิดสมุดไปมา แล้วก็เงยหน้ามาบอกเราว่าห้องพักมีปัญหา จะให้เราไปพักโรงแรมฝั่งตรงข้าม จบกันครับ จองล่วงหน้ามา 20 วันอยู่ดีๆ มายกเลิก booking เราในวันที่เราเข้าพัก แล้วย้ายเราไปนอนที่อื่น

ผมตอบเธอไปว่าขอดูห้องก่อนละกัน ผมรู้ว่าผมคงไม่มีสิทธิ์เลือกมาก เพราะวันนี้เป็นวันเสาร์ ผมเช็คกับ agoda มาแล้วว่าที่พักเต็มหมด

พนักงานของ Chilli Hotel & Restaurant พาเราข้ามถนนมายังที่พักฝั่งตรงข้ามชื่อ Mossman House และคนของ Mossman House ก็พาเราไปดูห้อง เราก็เห็นว่าห้องพอใช้ได้ก็เลยตกลงพักที่นี่ อย่างน้อยก็ดีกว่าต้องไปเดินหาที่พักใหม่ ตอนนั้นโมโห Chilli Hotel & Restaurant มาก ผมไปพักมาหลายที่ไม่เคยมีที่ไหนยกเลิก booking เรา ถ้ายกเลิกก่อนวันเข้าพักผมยอมรับได้นี่มาบอกตอนที่ไปถึงแล้วแบบนี้ใช้ไม่ได้

หลังจากเก็บของในห้องแล้ว ผมก็ลงไปจ่ายมัดจำ 500 บาท ผมถามว่าที่นี่คืนละเท่าไหร่ เค้าบอกว่า 1,500 บาท กลายเป็นว่าผมจ่ายเงิน 1,700 บาท แต่ได้พักห้อง 1,500 บาท เสียความรู้สึกกับ Chilli Hotel & Restaurant อีกรอบ ยกเลิก Booking แล้วยังส่งมาพักโรงแรมที่ถูกกว่า

ก็ฝากไว้เป็นบทเรียนแล้วกันครับ ว่าก่อนไปพักลองโทรไปถามโรงแรมดูว่าห้องเราโอเคไหม มีปัญหาอะไรไหม จะได้แก้ปัญหาได้ทัน

Mossman House เป็นที่พักที่อยู่ใกล้ๆ กับหาดทรายแก้ว อยู่ก่อนถึงด่านอุทยานฯ เกาะเสม็ด หาดทรายแก้ว แถวนั้นมีของกินเยอะ มี 7-eleven 2 สาขา สามารถเดินไปหาดทรายแก้วได้ในเวลา 5 นาที

ลักษณะที่พักจะเป็นตึก 3 ชั้น ชั้นนึงมีประมาณ 8-10 ห้อง ในห้องมีตู้เสื้อผ้า ทีวี ตู้เย็น โซฟา น้ำดื่ม 2 ขวด ผ้าเช็ดตัว สบู่ ในห้องมีกลิ่นเหม็นอับเล็กน้อย คาดว่าคงจะไม่ค่อยได้เปิดให้อากาศในห้องระบายออกไปด้านนอก

หลังห้องเป็นระเบียง สามารถมองผ่านถึงกันได้หมด มีเพียงรั้วเล็กๆ กั้นระหว่างห้อง

ห้องน้ำก็ธรรมดา เหมือนห้องน้ำตามอพาทเมนต์ กว้างดี มีเครื่องทำน้ำอุ่นด้วย แต่ความสะอาดของที่นี่ถือว่าสะอาดมาก สะอาดกว่าโรงแรม 3 ดาวหลายๆ แห่ง ที่ผมเคยไปพัก

เก็บของเสร็จออกไปสำรวจที่หาดทรายแก้ว ออกจากที่พักแล้วเลี้ยวขวา

ตรงนี้เป็นด่านเก็บเงินของอุทยานฯ เขาแหลมหญ้า-หมู่เกาะเสม็ด ถ้ามากับรถสองแถวเค้าจะจอดให้เราจ่ายตังค์ที่นี่ก่อน แล้วค่อยไปต่อยังหาดต่างๆ ค่าธรรมเนียมคนไทยอยู่ที่ 40 บาท, เด็ก 20 บาท

ป้ายบอกทางไปหาดต่างๆ ส่วนหาดทรายแก้วตรงไปอย่างเดียว

บริเวณนี้เป็นส่วนของอุทยานฯ มีลานกางเต๊นท์เล็กๆ ถ้าเป็นไปได้ผมไม่แนะนำให้กางเต๊นท์นอนบริเวณนี้ครับ เพราะคนผ่านไปผ่านมาตลอด รถก็วิ่งทั้งคืน คงจะเสียงดังทั้งคืน

ก่อนที่จะลงหาดทรายแก้วจะมีร้านขายเครื่องดื่ม ไอศครีม

ร้านขายเสื้อผ้า กระเป๋า ห่วงยาง ของที่ระลึก เดินตรงไปอีกนิดก็จะลงหาดแล้ว

พอลงถึงหาดทรายแก้ว ก็ได้เวลาทานอาหารกลางวัน เลยคิดว่าทานที่เตียงผ้าใบริมทะเลเลยน่าจะบรรยากาศดี

ค่าเตียงผ้าใบริมหาดทรายแก้ว คนละ 50 บาท เตียงผ้าใบวางค่อนข้างชิดกันมากครับ ลมก็ไม่ค่อยเข้า และในนั้นก็มีคนสูบบุหรี่กลิ่นมันก็ลอยไปลอยมา รู้สึกว่าคิดผิดที่มานั่งเตียงผ้าใบ

ผมสั่งอาหารกับร้านอาหารริมหาดมาทานราคาค่อนข้างแรงเมื่อเทียบกับคุณภาพและรสชาติ

– แป๊ปซี่ลิตร + น้ำแข็ง 1 ถัง 110 บาท

– ข้าวผัดปู + น้ำตก + อกไก่ = 400 บาท

รวมค่าเตียงผ้าใบกับค่าอาหารหมดไป 610 บาท อาหารไม่อร่อยเลยซักอย่าง

นอกจากร้านอาหารริมหาดแล้ว ยังมีพ่อค้าหาบเร่ ขายไก่ย่าง หมึกย่าง ส้มตำ ยำมะม่วง มาขายกันถึงที่ แต่ไม่ได้ตื้อเหมือนที่บางแสนนะครับ ใครอยากซื้อก็ซื้อที่ด้านหน้า เค้าไม่ได้เดินเข้ามาที่เตียงผ้าใบ

ทานข้าวเสร็จมาเดินเล่นชมทะเลกันครับ เราจะไปเดินเล่นกันที่หาดทรายแก้ว และ อ่าวไผ่

หาดทรายแก้ว เป็นชายหายที่มีทรายขาวที่สุดในเกาะเสม็ด เป็นชายหาดทางทิศตะวันออก อยู่ด้านบนของเกาะ หาดทรายแก้วเป็นชายหาดยาวประมาณ 800 เมตร สามารถลงเล่นน้ำได้ มีกิจกรรมให้ทำริมหาดเช่นขี่เจ็ทสกี เล่นบานาน่าโบ๊ท ในตอนกลางคืนจะมีร้านอาหารริมหาดทรายแก้วตั้งโต๊ะที่หาดทราย นักท่องเที่ยวนิยมมาทานอาหารที่ริมหาด

ร้านเช่าห่วงยาง ชิ้นละ 100 บาท

ที่หาดทรายแก้วชาวต่างชาติไม่เยอะเหมือนเกาะล้าน ส่วนมากจะเป็นฝรั่งครับ จีน เกาหลีไม่ค่อยเห็น คงเป็นเพราะว่าไม่มีทัวร์พามาลง

ความใสของน้ำทะเลถ้าเทียบกับเกาะล้านแล้ว ผมว่าเกาะล้านใสกว่าเยอะ ส่วนความสะอาดก็ดีครับ นานๆ จะเจอขยะซักทีนึงตรงนี้พอๆ กับเกาะล้าน

เด็กคนนี้เตะบอลไม่กลัวแดดเลย

วันนี้แดดแรงมากๆ คงถูกอกถูกใจฝรั่ง เห็นนอนอาบแดด แช่น้ำทะเล

ทางต้นหาดฝรั่งจะเยอะมาก เหมือนเป็นหาดส่วนตัวของเค้าเลย

ทิศเหนือของหาดทรายแก้วจะเป็นโขดหินมีรูปปั้นพระอภัยมณีเป่าปี

ถ้านั่งสปีทโบ๊ทมาจากบ้านเพ เรือจะจอดที่หาดทรายแก้วเลยครับ สะดวกดี

กิจกรรมบนเกาะเสม็ด

กิจกรรมที่หาดทรายแก้ว มีบานาน่าโบ๊ท, เจ็ทสกี, โดดร่มพาราเซล หรือถ้าอยากจะไปสน๊อกเกิ้ลก็มี One day trip หมู่เกาะเสม็ด ได้แก่เกาะทะลุ เกาะกุฎี เกาะปลาตีน เกาะขาม โปรแกรมจะเป็นดังนี้ครับ

11.00 – 17.00 น. บริการเรือเร็วไปเกาะทะลุ ชมวิว ชายหาดที่เกาะนี้มีเต่าทะเลมาวางไข่ด้วย แล้วก็ไปดำน้ำ ตกปลาทะเล ทานมื้อเที่ยง ไปเกาะกุฎี ชมวิวบนเกาะปลาตีน และ เกาะขาม ราคา 600 บาท / คน

อีกโปรแกรมก็ทัวร์รอบเกาะเสม็ด

14.00 – 17.00 น. นั่งเรือชมรอบเกาะเสม็ด อ่าววงเดือน, อ่าวกิ่ว, อ่าวปะการัง, อ่าวพร้าว ดำน้ำสน๊อกเกิ้ล ชมวิว ราคา 400 บาท / คน

เราสามารถซื้อทัวร์ได้ตามร้านขายทัวร์ หรือตามเบอร์โทรป้ายริมชายหาด

One day trip เกาะเสม็ด

ชมหาดทรายแก้วทางด้านทิศเหนือแล้ว มาชมหาดทรายแก้วทางด้านทิศใต้บ้าง

หาดทรายแก้วทางด้านทิศใต้สิ้นสุดที่โขดหิน ที่มีรูปปั้นหระอภัยมณีกับนางเงือก ความใสของน้ำทะเลก็พอๆ กัน

รูปปั้นพระอภัยมณีกับนางเงือก ชาวบ้านบนเกาะร่วมใจกันสร้างไว้เพื่อรำลึกถึงสุนทรภู่ กวีเอกของไทย

ข้ามจากโขดหินพระอภัยมณี กับนางเงือกก็จะเป็นอ่าวไผ่

อ่าวไผ่ เป็นหาดที่ต่อกับหาดทรายแก้ว มีทรายขาวละเอียดเหมือนกับหาดทรายแก้ว แต่บรรยากาศจะเงียบกว่าหาดทรายแก้ว และเป็นส่วนตัว

ชายหาดอ่าวไผ่

ตรงโขดหินก้อนนี้ ถ้าสังเกตดูให้ดีจะเห็นปูเกาะอยู่กับหิน สีของปูกลมกลืนกับหินมาก แทบแยกแยะไม่ออก เป็นความมหัศจรรย์ของธรรมชาติ

เตียงผ้าทางด้านทิศเหนือของอ่าวไผ่ ค่อนข้างเป็นส่วนตัว วางอยู่ห่างๆ กัน ส่วนมากฝรั่งจะนอนอาบแดด อ่านหนังสือกันครับ โซนนี้ของอ่าวไผ่มีป้ายเป็นภาษาอังกฤษว่าห้ามกินเหล้า ห้ามสูบบุหรี่

จากจุดนี้ถ้าจะไปอ่างเก็บน้ำ 1.5 กิโลเมตร, อ่าววงเดือน 2 กิโลเมตร ตอนแรกผมว่าจะเดินไปให้ถึงอ่าววงเดือน เห็นป้ายนี้แล้วถอดใจเลย

รีสอร์ทที่อ่าวไผ่

บนเกาะเสม็ดนอกจากจะมอเตอร์ไซค์เช่าแล้ว ยังมีรถ ATV ให้เช่า จริงๆ แล้วรถ ATV น่าจะเหมาะกับถนนบนเกาะเสม็กที่เป็นหลุมเป็นบ่อ เป็นโคลน

โขดหินที่อ่าวไผ่

ที่อ่าวไผ่มีผับและร้านอาหารชื่อซิลเวอร์แซนด์ ถ้าชอบกิน-ดื่ม ลองมาทานที่ร้านนี้ดูครับ จากหาดทรายแก้วก็เดินมาได้

เท่าที่เดินดูมา อ่าวไผ่มีฝรั่งเยอะกว่าคนไทยเสียอีก

ชายหาดที่อ่าวไผ่

จากอ่าวไผ่ย้อนไปหาดทรายแก้วสามารถไปได้ 2 ทาง 1. เดินทางชายหาด 2. ทางถนน

ถนนจะขนานไปกับชายหาด ในช่วงหน้าแล้งถนนจะฝุ่นเยอะหน่อย เป็นหลุมเป็นบ่อ ช่วงหน้าฝนถนนจะลื่น ต้องขี่มอเตอร์ไซค์ด้วยความระมัดระวัง ผมทราบมาว่าถนนบนเกาะเสม็ดเป็นแบบนี้มานานแล้ว และยังไม่มีแผนปรับปรุงในอนาคต

หลังจากเดินสำรวจหาดทรายแก้ว อ่าวไผ่เสร็จ เหงื่อออกท่วมตัว วันนี้แดดดีมาก เลยต้องขอตัวไปหลบในที่พัก ตากแอร์ให้หายเหนื่อยก่อน แล้วตอนเย็นค่อยออกมาใหม่

ในตอนเย็นตั้งแต่ 5 โมงครึ่ง ร้านอาหารที่อยู่ริมหาดทรายแก้ว จะตั้งโต๊ะที่หาดทราย เตียงผ้าใบจะถูกเก็บออกไปหมด ร้านอาหารยอดนิยมที่หาดทรายแก้วชื่อร้านพลอยทะเลครับ

ถ้าลงหาดมาแล้วให้เลี้ยวขวาไประมาณ 100 เมตร สังเกตง่ายๆ ร้านที่คนเยอะๆ

ระหว่างทางไปร้านพลอยทะเล เจอหมาตัวนี้นอนอยู่ เลยถ่ายรูปมาเปรียบเทียบให้ดู ทรายที่หาดทรายแก้ว ขาวละเอียดจริงๆ

ช่วงเย็นที่หาดทรายแก้วยังพอมีคนเล่นน้ำบ้าง แต่ส่วนมากจะแต่งตัวแบบสบายๆ มาถ่ายรูปกัน

ตรงนี้เป็นร้านพลอยทะเล ที่นั่งด้านหน้าตั้งโต๊ะญี่ปุ่นมีหมอนให้พิง นั่งกันแบบสบายๆ มีเพลงสากลเบาๆ เปิดให้ฟัง แต่อาจจะรำคาญทรายที่เข้ามาในเสื่อนิดหน่อย

ร้านพลอยทะเล ถ้ามาหลัง 1 ทุ่ม อาจจะต้องรอคิว

ผมดูจากเบอร์โต๊ะแล้วมีโต๊ะมากกว่า 150 โต๊ะ ในตอนดึกประมาณ 3 ทุ่มครึ่งจะมีการแสดงโชว์ควงกระบองไฟ ของร้านพลอยทะเล ถือว่าเป็นไฮไลต์ของที่นี่

ที่นั่งแถวหน้าของร้านพลอยทะเลจะอยู่ใกล้กับตำแหน่งที่ควงกระบองไฟ ถ้าใครกลัวไฟก็ขยับเข้ามาในๆ หน่อยครับ

อาหารมื้อเย็นร้านพลอยทะเล

– โป๊ะแตก 150 บาท รสชาติจัดจ้าน หมึก กับ กุ้ง สด อร่อยดีครับ

– เนื้อปูผัดผงกระหรี่ 140 บาท รสชาติใช้ได้

– ยำทะเล 130 บาท เปรี้ยว เผ็ดกำลังดี หมึกสด อร่อย

รวมมื้อนี้หมดไป 520 บาท อิ่มและอร่อย บรรยากาศดีด้วย

อาหารของร้านนี้มาเร็วมาก รอไม่ถึง 10 นาที รสชาติก็อร่อย ราคาก็ถือว่ารับได้

เราทานข้าวเสร็จก็กลับกันเลย ตอนแรกว่าจะรอดูโชว์ควงกระบองไฟ แต่ควงกันดึกไปหน่อย รอไม่ไหว

บรรยากาศร้านอื่นๆ

เดินย้อนกลับมาบริเวณที่พักย่านหาดทรายแก้ว โซนนี้ก็คึกคักไม่แพ้กัน มีร้านอาหาร ร้านขายของ ของกิน แผงลอย เยอะไปหมด พักโซนนี้กินดี อยู่ดีครับ

คืนนี้เราก็หลับแบบสบายๆ ยาวถึงเช้า

มื้อเช้าเราเดินหาของกินแถวที่พัก มีร้านเปิดอยู่ไม่กี่ร้าน เลยกินก๋วยเตี๋ยวละกัน ง่ายดี ชามนี้ 50 บาท รสชาติพอกินได้

หลังจากนั้นก็ชมวิวหลังห้อง มีนกสวยๆ บินมาเกาะต้นไม้หลายตัวเลยครับ กระรอกก็มี เนื่องจากว่าพื้นที่ส่วนใหญ่ของเกาะเสม็ดยังเป็นป่าอยู่ จึงมีนกอยู่เยอะ ดูไปเพลินๆ เลยคิดว่าเอากล้องมาถ่ายดีกว่า พอเอากล้องออกมา นกหายไปไหนหมดก็ไม่รู้ เลยถ่ายมาได้แต่ตัวนี้ครับ นกอะไรไม่รู้ที่ก้นเป็นสีเหลือง

นั่งพักย่อยอาหารมื้อเช้าเสร็จ ก็ได้เวลากลับบ้านแล้ว จากหาดทรายแก้วเราเดินกลับไปท่าเรือหน้าด่าน ขึ้นเรือรอบ 10 โมง

รูปปั้นผีเสื้อสมุทร

ใครที่ไม่ได้ซื้อตั๋วเรือขากลับ ก็ซื้อตรงนี้ได้ครับ

ค่าธรรมเนียมใช้ท่าเรือ 10 บาท ขากลับไม่ต้องเสียแล้วนะครับ เสียแค่ขาเดียว

ขากลับเป็นเรือโชคกฤษดา 19

เรือใช้เวลาประมาณ 45 นาทีก็มาถึงท่าเรือโชคกฤษดา ฝั่งบ้านเพ

หลังจากมาถึงท่าเรือ เราก็ขับรถไปซื้อของฝากที่ตลาดบ้านเพ แล้วกลับกรุงเทพฯ ทริปเกาะเสม็ด ทริปสั้นๆ ในวันหยุดเสาร์-อาทิตย์ ก็จบเพียงเท่านี้ครับ

สรุปทริปเกาะเสม็ด 2 วัน 1 คืน

เกาะเสม็ดเป็นเกาะที่มีทรายขาว น้ำใส ใกล้กรุงเทพฯ แต่ถ้าเทียบกับเกาะล้าน ฟันธงได้เลยว่าเกาะล้านน้ำทะเลใสกว่า และสวยกว่า แต่ที่เกาะเสม็ดมีที่พักหลากหลายทั้งแบบดาวเดียว ห้องพัดลม และห้าดาวแบบพูลวิลล่า มีให้เลือกตามกำลังทรัพย์ ความสะดวก และอาหารการกิน บนเกาะเสม็ดมีให้เลือกเยอะ ราคาสูงกว่าฝั่งพื้นดิน 20-50% ทริปนี้ไม่รู้ว่าเป็นความโชคร้ายของผมหรือเปล่าเจอโรงแรมไม่ดีมายกเลิก booking เจอร้านอาหารมื้อกลางวันที่ราคาแพงและไม่อร่อย อาจเป็นเพราะว่าเราทำการบ้านน้อยเกินไป ไม่ได้ดูว่าร้านไหนควรกิน ร้านไหนไม่ควรกิน แต่สรุปโดยรวมแล้วเกาะเสม็ดเป็นหนึ่งในทะเล ใกล้กรุงเทพฯ ที่สามารถมาเที่ยวได้ในวันหยุดเสาร์-อาทิตย์

สรุปค่าใช้จ่ายของ 2 คน 2 วัน 1 คืน

– ค่าน้ำมัน ไป-กลับ 1,000 บาท

– ค่าผ่านทางมอเตอร์เวย์ 60×2 = 120 บาท

– ค่าจอดรถ 1 คืน 80 บาท

– ค่าที่พัก 1,700 บาท

– ค่าเรือบ้านเพ – เกาะเสม็ด 50×4 = 200 บาท

– ค่าอาหาร 3 มื้อ 1,300 บาท

– ค่าเตียงผ้าใบ 50×2 = 100 บาท

– ซื้อของฝาก 800 บาท

– อื่นๆ 300 บาท

รวมทั้งหมด 5,600 บาท หรือเฉลี่ยคนละ 2,800 บาท

Link. รวมที่พักหาดทรายแก้ว เกาะเสม็ด

. สินค้าแนะนำในทริปนี้

Post Views 4939

ชอบบทความนี้ กด +1 ให้กำลังใจเราด้วยครับ

admin

นักเขียนประจำ emagtravel.com

3 thoughts on “หนีร้อนไปนอนเกาะเสม็ด หาดทรายแก้ว อ่าวไผ่

  • December 30, 2014 at 4:15 am
    Permalink

    เห็นเขียนว่า 3วัน 2คืน แล้วอีกคืนไปนอนที่ไหนอ่ะคะ เพราะจ่ายค่าที่พักแค่คืนเดียวเอง

  • December 30, 2014 at 6:54 am
    Permalink

    ตอบคุณ Kasama Zaar

    พิมพ์ผิดครับ (อายจัง) ที่ถูกคือ 2 วัน 1 คืน

  • September 25, 2015 at 12:54 am
    Permalink

    รีวิวได้ดีคัฟ ยังกะกูเกิลสตรีทวิว

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *