รีวิวพิพิธภัณฑ์รถไฟ The Railway museum เมืองไซตามะ ญี่ปุ่น

ญี่ปุ่น / The Railway museum พิพิธภัณฑ์รถไฟ

ประเทศญี่ปุ่นเป็นประเทศที่มีการใช้รถไฟในการเดินทางเป็นหลัก เริ่มสร้างทางรถไฟ และ รถไฟ เป็นประเทศแรกๆ ของโลก มีการพัฒนารถไฟอย่างต่อเนื่องตั้งแต่สมัยหัวรถจักไอน้ำ หัวรถดีเซล จนมาถึงรถไฟความเร็วสูง Shinkansen ใน Series ต่างๆ คนญี่ปุ่นมีความผูกผันกับรถไฟเป็นอย่างมาก ตั้งแต่อดีต จนมาถึงปัจจุบัน

ในรีวิวนี้เราจะพาไปเที่ยวที่ พิพิธภัณฑ์รถไฟ The Railway museum พิพิธภัณฑ์ที่สร้างขึ้นเนื่องในโอกาศครบรอบ 20 ปีของ JR East เป็นหนึ่งในความภาคภูมิใจของชาวญี่ปุ่น ไปดูกันว่ามีรถไฟหลากหลายขนาดไหน ประวัติความเป็นมาเป็นอย่างไร พิพิธภัณฑ์นี้จะให้ความรู้ในทางเครื่องกล วิศวกรรมศาสตร์ และ ประวัติศาสตร์ มีการนำเสนอที่น่าสนใจ

การเดินทางไปพิพิธภัณฑ์รถไฟ The Railway museum

  • จากสถานี Ikebukuro

นั่งรถไฟ JR Saikyo Line ไปลงสถานี Omiya แล้วต่อรถไฟ New Shuttle ไปลงสถานี Tetsudo Hakubutsukan ออกจากสถานีก็จะเจอกับพิพิธภัณฑ์รถไฟเลย ค่าโดยสาร 390 + 190 = 580 เยน ผู้มีบัตร JR Pass หรือ JR Kanto Ares Pass ใช้ขึ้น JR Saikyo Line ได้ ใช้เวลาเดินทางประมาณ 35-40 นาที

  • จากสถานี Ueno

นั่งรถไฟ JR Utsunomiya Line, JR Takasaki Line หรือ Shinkansen Tsubasa, Max Toki, Hakutaka, Yamabiko ไปลงสถานี Omiya แล้วต่อรถไฟ New Shuttle ไปลงสถานี Tetsudo Hakubutsukan ออกจากสถานีก็จะเจอกับพิพิธภัณฑ์รถไฟเลย ค่าโดยสาร 470 + 190 = 660 เยน สำหรับรถไฟธรรมดา และ 3,030 + 190 =3,220 เยน สำหรับรถไฟ Shinkansen ผู้มีบัตร JR Pass หรือ JR Kanto Ares Pass ใช้ขึ้น JR Utsunomiya Line, JR Takasaki Line และ Shinkansen ได้ ใช้เวลาเดินทางประมาณ 25-35 นาที

เมื่อเดินทางมาถึงสถานี Omiya ให้เดินตามป้าย The Railway Museum หรือ New Shuttle

ใช้ Suica แตะผ่านประตูเข้าไปด้านใน

รถไฟที่จะไปยังพิพิธภัณฑ์รถไฟ เป็นรถไฟที่ชื่อว่า New Shuttle รถไฟขบวนนี้มีความพิเศษตรงที่เป็นล้อยางเหมือนรถยนต์ มีโรลเลอร์รอบรถไฟเป็นตัวบังคับทิศทางรถไฟให้วิ่งแนบไปกับราง รถไฟ New Shuttle เป็นรถไฟขบวนสั้นๆ วิ่งคู่ขนานไปกับ Joetsu Shinkansen

จากสถานี Omiya มาสถานี Tetsudo Hakubutsukan ประมาณ 5 นาที

เรายืนดูรางรถไฟ พบว่าไม่มีรางอยู่ตรงแนวล้อ แต่รางจะอยู่ข้างๆ ล้อแทน ถือเป็นความแปลกอย่างหนึ่งของรถไฟในญี่ปุ่น

จากสถานีมีทางเดินสั้นๆ ไปยัง The Railway museum ด้านนอกพิพิธภัณฑ์จัดแสดงล้อรถไฟแบบต่างๆ

ระบบช่วงล่างรถไฟ

ทางเดินไปยังอาคารพิพิธภัณฑ์ทำเป็นตารางรถไฟ Shinkansen

หัวรถไฟรถจักรไอน้ำ JNR Class D51 Stream Locomotive จุดถ่ายรูปยอดนิยมของนักท่องเที่ยว

ขบวนรถราง Nakayoshi Tram

รูปด้านบนเป็นเพียงการเรียกน้ำย่อยครับ ของจริงจะอยู่ข้างใน ซื้อตั๋วเข้าไปชมด้านในกัน

ค่าเข้าชม

  • ผู้ใหญ่ 1,000 เยน
  • เด็กมัธยม 500 เยน
  • เด็กเล็ก 200 เยน

บัตรเข้าชมสามารถซื้อได้กับเครื่องนี้ รับชำระด้วย Suica หรือ เงินสด (เครื่องทอนเงินได้)

ก่อนจะเข้าไปชมด้านในผมขอเล่าประวัติรถไฟของญี่ปุ่นแบบคร่าวๆ ไว้เป็นความรู้จะได้เที่ยวพิพิธภัณฑ์รถไฟอย่างสนุก

ประวัติรถไฟญี่ปุ่น

มีการสร้างรางรถไฟแห่งแรกในปี ค.ศ. 1872 ในเส้นทางโตเกียว – โยโกฮามา การก่อสร้างใช้วิศวกรชาวอังกฤษในการออกแบบระบบ และขบวนรถไฟนำเข้าจากอังกฤษ จุดเริ่มต้นของรถไฟญี่ปุ่นนั้นจะมาจากทางยุโรป ได้แก่อังกฤษ และ เยอรมัน หลังจากนั้นการก่อสร้างระบบรถไฟของญี่ปุ่นมีการขยายตัวอย่างต่อเนื่อง มีการพัฒนา Know How จนสามารถสร้างรถไฟเครื่องจักรไอน้ำได้สำเร็จในญี่ปุ่น ในปี ค.ศ. 1893 รุ่น Class 860 steam locomotive

ช่วงสงครามโลกครั้งที่ 2 รถไฟในญี่ปุ่นถูกใช้ในการทหารเป็นหลัก มีความเสียหายกับรางรถไฟจำนวนมากเนื่องจากสงคราม และการขาดแคลนเหล็ก หลักจากช่วงสงครามมีการซ่อมแซมระบบรางรถไฟ และพัฒนารถไฟให้เป็นรถไฟความเร็วสูง หรือ ชิงกันเซน (Shinkansen)

ค.ศ. 1964 เปิดตัวรถไฟ Shinkansen ชื่อว่า Tōkaidō Shinkansenในเส้นทางโตเกียว (Tokyo) – ชิง-โอซาก้า (Shin-Osaka) และปลดประจำการรถไฟเครื่องจักรไอน้ำ คนญี่ปุ่นติดใจความสะดวกสบายและความเร็วของรถไฟ Shinkansen มีการก่อสร้างไปในเส้นทางต่างๆ ทั่วประเทศ

การก่อสร้างรถไฟ Shinkansen นั้นมีต้นทุนมหาศาลทำให้การรถไฟติดลบ เป็นหนี้จากการลงทุนเป็นจำนวนมากถึง 280 ล้านดอลล่าร์ การแก้ปัญหารถไฟขาดทุน – ติดลบจึงเกิดขึ้น มีการแปรรูปการรถไฟออกเป็นบริษัท JR Group แบ่งบริษัทย่อยตามภูมิภาค ได้แก่ JR Hokkaido, JR East, JR Central, JR West, JR Shikoku และ JR Kyūshū การแปรรูปการรถไฟประสบความสำเร็จ JR Group มีผลกำไร สามารถดำเนินกิจการได้มาจนถึงทุกวันนี้

หลังจากทราบประวัติคร่าวๆ กันแล้วก็เข้าไปลุยในพิพิธภัณฑ์กัน

พิพิธภัณฑ์รถไฟ The Railway museum มีอยู่ด้วยกัน 4 ชั้น ดังนี้

1F : แบ่งเป็น 3 โซน Teppaku playground สนามเด็กเล่น, History Zone จัดแสดงขบวนรถไฟเก่า, Park Zone เมืองย่อส่วนมีรถไฟวิ่ง

2F : แบ่งเป็น 3 โซน Entrance Zone, Collection Zone, Learning Zone

3F : View Deck ที่นั่งดูรถไฟ

4F : Panorama Deck ดาดฟ้าดูรถไฟ

ทางเข้าพิพิธภัณฑ์รถไฟจะต้องแตะบัตรตรงที่กั้น ทำเหมือนทางเข้าสถานีรถไฟ ในพิพิธภัณฑ์สามารถถ่ายรูปได้

1. Dawn of Railways in Japan จุดเริ่มต้นของรถไฟในญี่ปุ่น

จัดแสดงหัวรถจักรสมัยเมจิ เช่น Locomotive No. 1 (class 150) ให้บริการในเส้นทาง Shimbashi และ Yokohama

รถไฟขบวนแรกที่เจอเป็นรุ่น Locomotive No. 1 (Class 150) Japan ผลิตในประเทศอังกฤษ ปี ค.ศ. 1871 ใช้ในเส้นทาง Tokyo – Yokohama Line

Benkei Steam Locomotive (Class 7100) รถไฟเครื่องจักรไอน้ำ ใช้งานในฮอกไกโด ผลิตในปี ค.ศ. 1880

Kaitakushi Passenger Carriage (Class Kotoku 5010) ตู้รถไฟตู้นี้ผลิตในอเมริกา ในปี ค.ศ. 1880

2. Nationwide Railway Network

ช่วงขยายตัวเส้นทางรถไฟ เริ่มตั้งแต่หลังสมัยเมจิ ไปจนถึงสมัยไทโช (Taisho) มีการขยายรถไฟไปเมืองอื่นๆ มีรถไฟหลายแบบ เช่นตู้บรรทุกของ รถไฟดีเซล ฯลฯ

Class Kiha 41300 Railcar รถไฟใช้น้ำมันเบนซิน ผลิตในปี ค.ศ. 1934

Class 9850 Mallet Steam Locomotive รถไฟเครื่องจักรไอน้ำ ขบวนตู้นอน ใช้ในพื้นที่ Hakone ผลิตในปี ค.ศ. 1913

3. Start of Limited Express Service and Commuter Transport

โซนนี้จะเป็นช่วงปีทองของรถไฟ ช่วงก่อนสงครามโลกครั้งที่ 2 เป็นต้นกำเนิดของรถไฟ Limited Express มีคนใช้บริการเป็นจำนวนมาก

Class Kumoha 40 Electric Railcar รถไฟระบบไฟฟ้าตู้ยาว 20 เมตร ผลิตในปี ค.ศ. 1936

รูปปั้นจำลองการทำงานของเจ้าหน้าที่

Class C57 Steam Locomotive ขบวนนี้ตั้งเด่นอยู่ตรงกลางพิพิธภัณฑ์ ขบวนค่อนข้างยาว อยู่ในสภาพสมบูรณ์มาก เป็นรถไฟเครื่องจักรไอน้ำขบวนสุดท้ายในปี ค.ศ. 1975 ใช้ในการขนส่งผู้โดยสารใน Hokkaido ผลิตในปี ค.ศ. 1940

ในเวลา 12.00 และ 15.00 น จะมีโชว์การหมุนรถไฟขบวนนี้เป็นวงกลม และเปิดหวูดรถไฟ การแสดงจะใช้เวลารอบละ 10 นาที

4. Mass Transportation and Electrification

รถไฟญี่ปุ่นมีการเปลี่ยนเป็นระบบไฟฟ้าและมีการพัฒนามากขึ้นในช่วงหลังสงครามโลกครั้งที่ 2

Class Kuha 181 Electric Railcar (Series 181 Electric Multiple Unit) ขบวนนี้ทำความเร็วได้สูงสุด 110 กิโลเมตร / ชั่วโมง ใช้เดินทางในเส้นทางโตเกียว – โอซาก้า

รถไฟบางขบวนเราสามารถเข้าไปชม ไปนั่งในห้องโดยสารได้ด้วย ในขบวนรถไฟ ติดแอร์เย็นฉ่ำจนน่านอนหลับซักงีบ

5. Nationwide Limited Express Network

การพัฒนาระบบไฟฟ้า AC เริ่มในช่วงปลายปี ค.ศ. 1950 ทำให้สามารถติดตั้งไฟฟ้าไปกับเส้นทางรถไฟ และใช้ได้กับรถไฟระบบ AC และ DC รถไฟสามารถวิ่งได้ไกลมากขึ้น โซนนี้มีรถไฟ Series 485 Electric Multiple ขบวน limited express และ ED75 Electric Locomotive มาตั้งแสดงให้ดู

6. Birth of Shinkansen

เดินมาถึงโซนท้ายๆ ของชั้น 1 มุมนี้เป็นต้นกำเนิดชิงกันเซน รถไฟที่นำมาจัดแสดงจะมีแต่ส่วนหัว

Series 0 Shinkansen ชิงคันเซนรุ่นแรกของ Tokaido Shinkansen สร้างขึ้นในปี ค.ศ. 1964 สมัยเมจิ เป็นรถไฟระบบไฟฟ้า ทำความเร็วได้สูงถึง 200 กิโลเมตร / ชั่วโมง ถือว่าเร็วมากๆ ในสมัยนั้น

Series 200 ชิงคันเซนรุ่นแรกของ Tohoku and Joetsu shinkansen สามารถวิ่งในที่พื้นที่ที่มีหิมะตกได้ สร้างขึ้นในปี ค.ศ. 1982

7. Freight Transportation by Rail การขนส่งสินค้าทางราง

นอกจากใช้ในการเดินทางของคนแล้ว รถไฟยังนำมาใช้ในการขนส่งสินค้าในประเทศ การขนส่งสินค้าด้วยระบบรางมีต้นทุนถูกและเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม

รถไฟสีน้ำเงินในรูปด้านบนเป็นรุ่น Class EF66 Electric Locomotive เป็นรถไฟระบบไฟฟ้ากระแสตรง (DC) ประสิทธิภาพสูง ผลิตในปี ค.ศ. 1968

เดินไปจนสุดอาคารจะเป็นทางออกไปด้านนอก เป็นโซน Teppaku Playground เป็นสนามเด็กเล่น มีตู้รถไฟจำลองให้เด็กขึ้นไปเล่น ผู้ใหญ่ อย่างเราๆ ก็สามารถขึ้นไปหามุมถ่ายรูปได้

เดินชมชั้น 1 เสร็จขึ้นบันไดเลื่อนไปที่ชั้น 2 ต่อ บนชั้นสองพื้นที่จะเป็นสี่เหลี่ยม มองทะลุลงไปที่ชั้น 1 ได้

ชั้น 2 The Railway museum

แบ่งเป็น 3 โซน Entrance Zone, Collection Zone, Learning Zone

มุมมองจากชั้น 2 ลงไปที่ด้านล่าง

ข้างๆ บันไดเลื่อนจะเป็นห้อง Railway Model Diorama เป็นเมืองจำลองมีรถไฟหลายรุ่นวิ่งวนผ่านรางขนาดใหญ่ ผ่านภูมิประเทศย่านตึกสูง ป่า ภูเขา เด็กๆ จะชอบห้องนี้เป็นพิเศษถึงกับยืนเกาะติดกระจกเลย

อัตราส่วนของรถไฟ และสถานที่ต่างๆ ดูสวย สมจริง

ชมเมืองรถไฟจำลองเสร็จ มองลงไปที่ชั้น 1 เห็นรถไฟ Class C57 Steam Locomotive เด่นอยู่ที่ชั้นล่าง

ที่ชั้น 2 จะไม่มีรถไฟของจริงให้ชมแล้ว จะจัดแสดงแผนผังประวัติรถไฟตามลำดับเวลา (Railway History Chronological Table) เราจะได้เห็นการเปลี่ยนแปลงของรถไฟอยู่ตลอดเวลา พัฒนาแบบไม่หยุด

คำอธิบายส่วนมากเป็นภาษาญี่ปุ่น อ่านไม่ออกก็เน้นดูรูปเอา

ระหว่างที่ดูแผนผังประวัติรถไฟก็จะมีรถไฟจำลองแล่นผ่านหน้า เดินตามรถไฟจำลองไปจนถึงห้องควบคุม เป็นเหมือนสถานีหลักของรถไฟจำลอง มีนายสถานีควบคุมรถไฟผ่านคอมพิวเตอร์ (เดาเอานะ)

รถไฟหลาย Series ทั้ง Shinkansen และ Limited Express

ถึงจะเป็นรถไฟจำลอง แต่รายละเอียดครบถ้วน เหมือนของจริง

เดินขึ้นชั้น 3 ไปดูรถไฟของจริงที่ห้อง View Deck

พิพิธภัณฑ์รถไฟอยู่ติดกับรางรถไฟชิงกังเซน Tohoku Shinkansen และ Joetsu Shinkansen มีรถไฟผ่านอยู่ตลอดเวลา นั่งดูรถไฟที่ View Deck จะเห็นรถไฟ Series ต่างๆ หลายรุ่น

View Deck ชั้น 3 พิพิธภัณฑ์รถไฟ

ลงมาที่ชั้น 1 เก็บตกในส่วนที่เหลือ ในรูปด้านบนจะเป็น Simulator Hall เป็นห้องที่จำลองมาจากห้องควบคุมของพนักงานขับรถไฟ ให้เราได้ลองขับรถไฟ มีจอโปรเจคเตอร์ขนาดใหญ่แสดงวิวในเส้นทางที่เราผ่าน ขับเร็วจอก็ผ่านเร็ว ขับช้าวิวข้างทางก็ช้าไปด้วย สมจริงมาก ถ้าอยากเล่นเครื่องเล่นนี้จะต้องรอคิวหน่อย

เดินลัดเลาะไปจนสุดพิพิธภัณฑ์ จะเจอกับ Learning Zone โซนนี้คนไม่ค่อยมากัน มีตู้จำหน่ายตั๋ว เกตทางเข้าสถานีและขบวนรถไฟ

ก่อนจะกลับแวะเข้าไปยัง Museum Shop มีของฝากที่เกี่ยวกับรถไฟหลายอย่าง เช่นปากกา พวงกุญแจ Kit kat Version รถไฟ

รวมแล้วเราใช้เวลาในพิพิธภัณฑ์รถไฟ The Railway museum ไป 1 ชั่วโมงครึ่ง เดินเพลิน ได้รูปสวยๆ เพียบ พร้อมได้ความรู้กลับมาบ้างเล็กน้อย โดยรวมแล้วเป็นพิพิธภัณฑ์ที่ดี ถ้ามีโอกาสแนะนำให้ไปกันครับ เดินทางง่าย จากโตเกียวมาไม่ไกล

ขากลับเรานั่งรถไฟ New Shuttle ไปลง Omiya แล้วเข้าโตเกียวครับ

Post Views 1079

ชอบบทความนี้ กด +1 ให้กำลังใจเราด้วยครับ

admin

นักเขียนประจำ emagtravel.com

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *