เที่ยวเมืองตรัง ทัวร์ 4 เกาะ ถ้ำมรกต(เกาะมุก) เกาะกระดาน เกาะเชือก เกาะม้า

อากาศร้อนๆ แบบนี้ ถ้าจะไปเที่ยวให้สะใจ คงหนีไม่พ้นทะเลภาคใต้ ท้องฟ้าสีฟ้าเข้ม น้ำทะเลใสๆ กับทรายขาวๆ ไปดำน้ำสน๊อกเกิ้ลดูปลา ปะการังใต้น้ำ เล่นน้ำให้หายร้อน ทริปนี้ผมจะพาไป เที่ยวทะเลที่จังหวัดตรัง ไปถ้ำมรกต เกาะมุก สน๊อกเกิ้ลเกาะกระดาน เกาะเชือก เกาะม้า

การเดินทางไปจังหวัดตรังด้วยเครื่องบิน ตอนนี้มีให้บริการอยู่ 2 สายการบิน ได้แก่ Air Asia และนกแอร์ ผมเดินทางด้วย Air Asia ครับ ขาไปได้ตั๋วราคาโปรโมชั่น 0 บาท จ่ายแต่ภาษีสนามบิน และค่าเลือกที่นั่งคนละ 177 บาท แต่ขากลับหาราคาโปรโมชั่นไม่ได้ ก็เลยโดนราคาเต็มไปคนละ 1,326 บาท ถัวเฉลี่ยแล้วไป-กลับในราคา 1,503 บาท/คน ก็ยังโอเคอยู่

วันที่ 1 : เดินทางไปตรัง ถนนคนเดินตรัง

ทริปนี้เรามีเวลา 3 วัน 2 คืน ไป One day trip 4 เกาะ ซะ 1 วัน อีก 2 วันเดินเล่นในเมืองตรัง เราเดินทางกันวันศุกร์ตอนเช้า ผมขับรถจากบ้านไปจอดรถที่สนามบินดอนเมือง ตอนนี้ที่ Terminal 2 สนามบินดอนเมืองยังจอดได้ฟรีอยู่ครับ (17/03/13) แต่พักหลังมานี้รถมาจอดเยอะมาก รปภ. ก็ไม่แจกบัตรจอดรถให้เหมือนแต่ก่อนแล้ว ดังนั้นเรื่องความปลอดภัยของรถและทรัพย์สินก็ต้องรับผิดชอบเอาเองนะครับ แต่ถ้าอยากเสียตังค์วันละ 250 บาท แลกกับความสบายใจก็จอดได้ที่ Terminal 1 ได้เลยครับ

เที่ยวบินขาไปของเรา ดอนเมือง –> ตรัง เป็นเที่ยวบิน FD 3241 เครื่องออกเวลา 8 โมง เมื่อมาถึงสนามบินแล้วเช็คเที่ยวบินกับจออีกครั้ง เช็คว่า Delay, Cancel หรือไม่

ดูเวลาแล้วพอที่จะมีเวลาเหลืออยู่ ไปหาข้าวเช้ากินดีกว่า เราฝากท้องที่ KFC ในโซนผู้โดยสารขาออกในประเทศ ร้านใหญ่ๆ ในบริเวณนี้ก็มี Subway, โดนัท Krispy Kream, KFC, McDonald’s, Burger King, กาแฟ Starbuck อาหารในนี้ราคาจะแพงนิดนึง ซื้อกินบนเครื่องยังถูกกว่าเลย

โดนัท Krispy Kream โดนัทเจ้าอร่อยที่เคยมีคนต่อแถวซื้อกันยาวเป็นหางว่าง ใครกลับบ้านต่างจังหวัดซื้อไปบ้านที่บ้านได้สบายๆ ครับ

เมนูโปรดของผม โจ๊กไก่ KFC กินล่าสุดเดือนมกราคม 79 บาท เดือนมีนาคม 85 บาทแล้วครับ แต่ก็อร่อยดี เนื้อโจ๊กเนียน ไก่ชิ้นใหญ่เต็มคำ

ทานข้าวเสร็จแล้วเดินมาที่เกต บรรยากาศเงียบดีจริงๆ เที่ยวบินในประเทศจะเงียบๆ แบบนี้แหล่ะครับ คนจะมากันเยอะๆ ตอนเวลา Boarding Time

สำหรับมือใหม่หัดขึ้นเครื่องผมขออนุญาตอธิบายคำศัพท์ที่เกี่ยวข้องกับการเดินทางนิดนึงนะครับ

– Boarding Time เป็นเวลาขึ้นเครื่อง ปกติแล้วพนักงานจะเรียกผู้โดยสารขึ้นเครื่องก่อนเวลาเครื่องออกประมาณ 30-40 นาที

– Gate Closes เวลาปิดเกตผู้โดยสารที่มาหลังเวลานี้จะไม่สามารถขึ้นเครื่องได้ เว้นแต่ว่าบางทีเจ้าหน้าที่จะอนุโลมให้เป็นพิเศษ ปกติแล้ว Gate Closes ก่อนเวลาเครื่องออกประมาณ 20 นาที

– Depart Time เป็นเวลาเครื่องออก เวลาเดียวกับที่แจ้งตอนจองตั๋ว ผู้โดยสารจะอยู่ในเครื่องหมดแล้ว

การเดินทางด้วยเครื่องบินเราจำเป็นอยู่อยู่หน้าเกต รอขึ้นเครื่องอย่างน้อย 30 นาทีก่อนขึ้นเครื่อง ต่างกับการขึ้นรถทัวร์ที่ไปให้ถึงรถตามเวลารถออกก็พอแล้ว

เครื่องบินใช้เวลาประมาณ 1 ชั่วโมงกับอีก 20 นาทีก็มาลงจอดที่สนามบินตรัง จังหวะที่เครื่องบิน Landing ทันทีที่ล้อถึงพื้น เครื่องบินจะเบรคตัวโก่งเลย เป็นเพราะ Runway สนามบินตรังมีระยะทางสั้น 2 กิโลเมตร ถ้าเทียบกับสนามบินกระบี่มี Runway ยาว 3 กิโลเมตร

สนามบินตรังเป็นสนามบินเล็กๆ พอๆ กับสนามบินนครศรีธรรมราช ลงจากเครื่องก็เดินเข้าอาคารผู้โดยสารได้เลย ไม่มีงวงช้าง ไม่มีบัสเกต

ด้านบนเป็นรูปผู้โดยสารเพิ่งลงจากเครื่อง แต่ละคนเดินชิลๆ สัมภาระไม่เยอะ แต่ขากลับกรุงเทพฯ แต่ละคนหิ้วเค้กเมืองตรัง หมูย่างเมืองตรัง คนละ 3-4 กล่องจนเต็มช่องเก็บของเหนือศรีษะ

เดินเข้าอาคารผู้โดยสาร

ที่สนามบินตรังจะมีรถเช่าอยู่ 2 เจ้าได้แก่ Avis และ Budget รถที่ให้เช่าส่วนมากจะเป็นรถรุ่นเล็กเช่น Toyota Vios, Honda City รถคันใหญ่ๆ จะไม่ค่อยมีครับ คนมาใช้บริการไม่เยอะเหมือนกระบี่ ภูเก็ต จึงมีรถให้เลือกไม่มาก

ถ้าจะเข้าเมืองตรัง ติดต่อรถได้ที่นี่เลยครับ คนละ 90 บาท ระยะทางจากสนามบินตรังเข้าตัวเมืองประมาณ 9 กิโลเมตร ใช้เวลา 15 นาทีเท่านั้น

สำหรับท่านที่พักโรงแรมเรือรัษฎา, โรงแรมธรรมรินทร์ หรือ โรงแรมธรรมรินทร์ ธนา จะมีพนักงานมารับถึงสนามบินราวกับว่าเป็นบุคคล VIP

ผู้หญิงขวามือในรูปบนเธอเป็นพนักงานของโรงแรมเรือรัษฎา แต่งชุดมาแบบเต็มยศ ดูดีมากครับ

ผมเองก็พักที่โรงแรมธรรมรินทร์ เลยรอไปรถตู้ของโรงแรม เที่ยวบินนี้มีอยู่ประมาณ 6 คนครับ นั่งไปแบบสบายๆ รถตู้ของโรงแรมธรรมรินทร์จะมีค่าบริการอยู่ที่คนละ 90 บาท / เที่ยว

โรงแรมในเครือธรรมรินทร์ จะมีอยู่ 2 โรงแรมได้แก่โรงแรมธรรมรินทร์, โรงแรมธรรมรินทร์ ธนา ระวังจะสับสนกันนะครับ

โรงแรมธรรมรินทร์ เป็นโรงแรมที่อยู่ใจกลางตัวเมืองตรัง ใกล้สถานีรถไฟตรัง เป็นโรงแรมเก่า ส่วน โรงแรมธรรมรินทร์ ธนา จะสร้างทีหลัง ใหม่กว่า หรูกว่า แพงว่า อยู่ห่างจากโรงแรมธรรมรินทร์ ประมาณ 800 เมตร สามารถเดินถึงกันได้แบบไม่เหนื่อยมาก

รถตู้จะไปส่งที่โรงแรมธรรมรินทร์ ธนา ก่อน แล้วมาส่งที่โรงแรมธรรมรินทร์

โรงแรมธรรมรินทร์ จะอยู่ตรงสี่แยก ตึกสีขาวแบบในรูปเลยครับ ตรงข้ามกับโรงแรมเป็นที่ทำการไปรษณีย์ทับเที่ยง

ลงจากรถตู้ปุ๊ปมีพนักงานต้อนรับมาเชิญเข้าโรงแรม โรงแรมนี้ถึงจะเก่า แต่การบริการก็ไม่มีตกหล่นครับ ผมไปถึงโรงแรมตอน 10 โมงนิดๆ ซึ่งยังไม่ถึงเวลาเช็คอิน แต่ก็ลองถามเค้าดูว่าขอเช็คอินเลยได้ไหม พนักงานก็วอเช็คห้องว่างให้ มีห้องว่างพอดี เลยได้เช็คอินเลย

ผมจองห้อง Business Deluxe กับ agoda ในราคา 1,000 บาท / คืน ราคา walk in จะอยู่ที่ 1,200 บาท จองกับ agoda ถูกกว่า 200 บาท การเช็คอินก็ง่ายมาก แค่ยื่น Hotel Voucher ที่ agoda ให้มาทาง email กับพนักงาน พร้อมบัตรประชาชน เซ็นชื่อเข้าพัก เป็นอันเสร็จ พนักงานจะให้คูปองอาหารเช้าตามจำนวนวัน 1 คน / ใบ / วัน

Link. เช็คราคาโรงแรมธรรมริทร์ รับประกันราคาถูกสุด

ตรง Lobby ของโรงแรมธรรมรินทร์ จะมีที่ให้นั่งคุย มีคอมพิวเตอร์ให้เล่นเนต มี wifi ให้ใช้ฟรี แต่ในห้องพักไม่มี wifi ให้ใช้ฟรี มีแต่แบบเสียตังค์

ตู้เครื่องดื่มตรง Lobby หยิบจากตู้แล้วไปจ่ายเงินกับพนักงานได้เลย ราคาจะแพงกว่าปกตินิดหน่อย นอกจากเครื่องดื่มแล้วยังมีเค้กเมืองตรัง ขนมเปี๊ยะธรรมรินทร์ขายด้วย ราคาไม่แพงเหมาะสำหรับซื้อไปเป็นของฝากสำหรับคนที่ไม่มีเวลาไปหาซื้อข้างนอก

ได้กุญแจห้องแล้ว เข้ามาดูภายในห้องพักกันดีกว่า ห้องค่อนข้างกว้างตามแบบฉบับของโรงแรมประจำจังหวัดในสมัยก่อน ภายในห้องมีการ renovate ทาสีใหม่หมด พื้นที่เคยเป็นพรมก็เปลี่ยนเป็นปูกระเบื้องไวนิล ใครที่เคยอ่านเจอมาว่าโรงแรมธรรมรินทร์ห้องเหม็นอับพรม เดี๋ยวนี้ไม่มีแล้วครับ

ภายในห้องมี TV มีช่องให้ดูเยอะมาก, กาต้มน้ำ กาแฟ, ตู้เย็น, น้ำดื่มวันละ 3 ขวด, มุมรับแขก, ตู้เสื้อผ้า, โต๊ะเครื่องแป้ง

ในห้องน้ำก็ทำใหม่บางส่วน มีอ่างอาบน้ำรุ่นโบราณ ฝักบัว สุขภัณฑ์ ยังคงเป็นของเดิม น้ำรั่วบ้าง แต่ก็พอรับได้ ความสะอาดอยู่ในขั้นดี ผ้าเช็ดตัวของโรงแรมชายเปื่อยเห็นด้ายเป็นเส้นๆ แต่ก็สะอาด เนื่องจากว่าห้องนี้เป็นห้องหัวมุม ตรงห้องน้ำจะมีหน้าต่างด้วย มีมูลี่ผุๆ คอยบังให้เรารู้สึกเป็นส่วนตัว แต่สภาพมันไม่ไหวแล้ว

ถ้าถามว่าผิดหวังไหมกับโรงแรมนี้ ผมว่าไม่ มันก็สมราคา โรงแรมทำเลดี พนักงานก็ดี ห้องกว้าง นอนสบาย แอร์เย็น มีอาหารเช้าให้ด้วย จะตกหล่นนิดหน่อย ก็ไม่เป็นไร รับได้ครับ

เก็บของเสร็จออกไปเดินเล่นในตัวเมืองตรัง ออกจากโรงแรมแล้วเลี้ยวขวา ไปที่สถานีรถไฟตรัง สถานีรถไฟเก่าแก่สายใต้ ฝั่งอันดามัน ที่หน้าสถานีรถไฟจะมีตุ๊กตุ๊กหัวกบ คอยจอดรับผู้โดยสารที่เดินทางมากับรถไฟ

ตุ๊กตุ๊กหัวกบ เป็นเอกลักษณ์อย่างหนึ่งในจังหวัดตรัง เท่าที่ผมทราบ ตุ๊กตุ๊กหัวกบมีอยู่ 2 จังหวัดในประเทศไทยได้แต่จังหวัดพระนครศรีอยุธยาและจังหวัดตรัง

ถ้าต้องการเที่ยวในตัวเมืองตรังไปบ้านอดีตนายกชวน ไปดูต้นยางพาราต้นแรกของประเทศไทย สถานีรถไฟกันตัง ถ้ำเลเขากอบ ก็สามารถเหมาไปได้ ไปกัน 4 คน ค่ารถไม่กี่บาทครับ แถมยังเป็นไกด์ให้เราได้ด้วย

ที่จำหน่ายตั๋วสถานีรถไฟตรัง

จากสถานีตรังมีรถไฟรอบ 10.31 น. ไปถึงสถานีรถไฟกันตังเวลา 11.20 น. และขากลับจากสถานีรถไฟกันตังเวลา 12.40 น. ถึงสถานีตรัง 13.24 น. ถ้าต้องการไปเดินเล่น ถ่ายรูปที่สถานีรถไฟกันตังก็นั่งรถไฟไปได้ครับ แต่ก็ต้องทำใจเรื่องเวลาที่เลทไปจากความเป็นจริง

ที่หน้าสถานีรถไฟตรังมีรถสองแถวสีขาววิ่งระหว่าง บขส. – สถานีรถไฟ ค่ารถคนละ 12 บาท รถออกทุก 30-45 นาที สามารถนั่งไปเที่ยวที่สวนสาธารณะพระยารัษฎานุประดิษฐ์, โรบินสัน ตรังได้ และสุดสายที่ บขส. ตรัง ที่บขส. ตรัง สามารถต่อรถไปยังจังหวัดภาคใต้ได้หลายที่เช่นสุราษฎร์ธานี หาดใหญ่ สตูล นครศรีธรรมราช กระบี่ พัทลุง ภูเก็ต เกาะลันตา ฯลฯ

คันสีชมพู ก็เป็นรถเมล์ในจังหวัดตรัง สาย 6.

ข้างๆ สถานีรถไฟตรังมีร้านกาแฟโกปี๊ เป็นร้านกาแฟชื่อดังของตรัง ตกแต่งร้านแบบโบราณย้อนยุค ไม่ติดแอร์ ราคาไม่แพง นักท่องเที่ยว ฝรั่งชอบมาทานร้านนี้กันครับ

คำว่า Kopi (โกปี๊) เป็นภาษามาเลเซีย อินโดนีเซียแปลว่ากาแฟ ร้านนี้ก็จะเน้นขายเครื่องดื่มชา กาแฟ และนอกจากนี้ก็มีอาหารจานเดียว ของทานเล่นขายด้วย

ภายในร้านโกปี๊

ชามะนาว กับชานมเย็น แก้วละ 25 บาท หอม อร่อย ชามะนาวเปรี้ยว ด้วยมะนาวแท้ๆ ครับ อร่อยมาก ราคาไม่แพงด้วย

ข้าวไก่อบจานละ 50 บาท อร่อยอีกเหมือนกัน แต่ให้น้อยไปหน่อยจานเดียวไม่ค่อยอิ่ม

มื้อนี้ทาน 2 คนหมดไปแบบเบาๆ 150 บาท

ใกล้ๆ กับสถานีรถไฟตรังมีโรงแรมศรีตรังเป็นโรงแรมห้องแถวที่เก่าแก่อีกโรงแรมหนึ่งของจังหวัดตรัง เปิดให้บริการตั้งแต่ปี ค.ศ. 1952 โรงแรมนี้คนก็นิยมมาพักกันครับ ตกแต่งสวย ราคาไม่แพง และยังติดกับถนนคนเดินอีกด้วย

โรงแรมนี้มีมอเตอร์ไซค์ให้เช่าวันละ 250 บาท ใครขี่มอเตอร์ไซค์เป็น ขี่ไปเที่ยวเช้าไป เย็นกลับก็คุ้มดีนะครับ ไปได้หลายที่เลย เช่นหาดปากเมง หาดเจ้าไหม หาดราชมงคล สถานีรถไฟกันตัง

ใกล้ๆ กับโรงแรมศรีตรัง มี บ.ทัวร์ อยู่หลายร้าน จะไปเที่ยว 4 เกาะ เกาะไหง เกาะลิบง เกาะมุก เกาะกระดาน ลองสอบถามดูได้ครับ บ.ทัวร์ แถวนี้ขายราคาถูกกว่าจองเองเสียอีก

ถ้าเดินเลยจากโรงแรมธรรมรินทร์ไปเรื่อยๆ จะเจอกับวงเวียนหอนาฬิกา เป็นอีกมุมหนึ่งที่คนชอบมาถ่ายรูป

เดินไปเดินมาชักร้อน เลยขอกลับไปพักในโรงแรมให้หายเหนื่อย แล้วช่วงเย็นมาเดินเล่นต่อที่ถนนคนเดินตรัง

ถนนคนเดินตรัง เป็นถนนคนเดินที่เปิดในวันพฤหัสบดี ศุกร์ เสาร์ อาทิตย์ เปิดตั้งแต่ 17.30 น. – 22.00 น. ที่ตั้งของถนนคนเดินตรัง เริ่มต้นจากสถานีรถไฟตรังยาวไปประมาณ 100 เมตร

ของที่ขายส่วนมากจะเป็นของกิน เครื่องดื่ม อาหารพื้นเมือง อาหารใต้ มีให้เลือกซื้อเยอะมาก ในราคาไม่แพง พ่อค้า แม่ค้าที่นี่ส่วนมากเป็นคนพื้นเมือง

ช่วงเวลาประมาณ 1 ทุ่ม คนจะมาเดินเยอะมาก ต้องไหลตามๆ กันไป

คนที่มาเดินมีทั้งคนตรัง นักท่องเที่ยว ชาวต่างชาติ

ถนนคนเดินตรัง

มื้อเย็นวันนี้เราฝากท้องไปกับร้านข้าวแกงใต้ ที่ถนนคนเดินตรัง ราคาอิ่มละ 30-40 บาท อร่อย และราคาไม่แพงครับ

วันที่ 2 : ทัวร์ 4 เกาะ ถ้ำมรกต (เกาะมุก) เกาะกระดาน เกาะเชือก เกาะม้า

วันนี้ถือว่าเป็นไฮไลท์ของทริปตรัง เราซื้อ One day trip ทัวร์ 4 เกาะ ถ้ำมรกต (เกาะมุก) เกาะกระดาน เกาะเชือก เกาะม้า โดยตรงจากจาระวีทัวร์ ราคาคนละ 750 บาท + ค่ารถรับ-ส่งที่โรงแรมอีกคนละ 100 บาท รวมเป็นคนละ 850 บาท จองทางโทรศัพท์ จ่ายเงินก่อนขึ้นเรือ

แต่ถ้าซื้อกับเอเจนซี่ขายทัวร์ แถวๆ โรงแรมธรรมรินทร์ ทัวร์ 4 เกาะของจาระวีทัวร์ + รถมารับ เค้าขายกันเพียง 700 บาท ผมแนะนำให้ซื้อกับเอเจนซี่ดีกว่าประหยัดได้ตั้งคนละ 150 บาท

มื้อเช้าเราทานที่โรงแรมธรรมรินทร์ ที่ห้องอาหารชั้นล่างใกล้ๆ กับ Lobby อาหารเช้าที่นี่เป็นเซตให้เราเลือก มีอาหารแบบยุโรป (แยมโรล ชา กาแฟ ขนมปัง น้ำส้ม) , แบบอเมริกัน (ไข่ดาว ขนมปัง ไส้กรอก แฮม น้ำส้ม กาแฟ), แบบไทยมีข้าวต้มหมู ข้าวต้มทะเล (มุสลิมทานได้)

แต่ถ้าไม่อยากทานอาหารโรงแรมแนะนำให้ทานติ่มซำร้านเลตรัง หรือร้านเรือนไทยติ่มซำ 2 ร้านนี้ เป็นร้านติ่มซำเจ้าอร่อยของเมืองตรัง

อาหารเช้าแบบไทย ข้าวต้มหมู น้ำส้ม กาแฟ

อาหารเช้าแบบอเมริกัน ไข่ดาว ขนมปัง ไส้กรอก แฮม น้ำส้ม กาแฟ

ปริมาณและรสชาติ ถือว่าดีเลยครับ อร่อย ทานอิ่ม

ของที่จำเป็นต้องนำติดตัวไปด้วย สำหรับ One day trip ทัวร์ 4 เกาะ ถ้ำมรกต(เกาะมุก) เกาะกระดาน เกาะเชือก เกาะม้า

– ถุงกันน้ำ Ocean pack ขนาด 5 ลิตร หรือ 10 ลิตร ไว้ใส่กล่อง โทรศัพท์ ถ้าไม่มีถุงนี้จะไม่สามารถเอากล้องไปถ่ายรูปที่เกาะกระดานและถ้ำมรกต

– ผ้าเช็ดตัวผืนเล็ก ไว้เช็ดมือ เช็ดตัว เวลาขึ้นจากน้ำ

– เสื้อผ้าใส่เปลี่ยนขากลับ

รูปบน. ถุงกันน้ำ Ocean pack 10 ลิตร ซองกันน้ำ Iphone, ซองกันน้ำกล้อง Compact

ซองกันน้ำราคาประหยัด สำหรับท่านที่สนใจซื้อซองกันน้ำ Iphone, Samsung Galaxy, Smartphone, กล้อง Compact ไปถ่ายรูปที่ถ้ำมรกต สามารถซื้อได้ที่ link นี้เลยครับ –> จำหน่ายซองกันน้ำสมาร์ทโฟน Iphone Samsung

จาระวีทัวร์ นัดกับเราว่าจะมารับที่โรงแรม ประมาณ 8.00 – 8.30 น. ประมาณ 8.10 น. รถตู้ก็มาจอดรอรับที่หน้าโรงแรมแล้ว แต่ก็ต้องเสียเวลารอคนอีกกรุ๊ปหนึ่งซึ่งกว่าจะมากันครบก็ 8.50 น. มาช้าแล้วยังไม่ขอโทษซักคำ การเดินทางกับคนอื่นควรตรงต่อเวลาครับ เวลาของทุกคนมีค่าเหมือนกัน

รถตู้ใช้เวลาประมาณ 30 นาทีก็มาถึงท่าเรือปากเมง เป็นท่าเรือ One day trip จากตรังไปเกาะต่างๆ

ลงจากรถก็มาลงทะเบียนจาระวีทัวร์ แล้วก็รอเรียกชื่อขึ้นเรือ ตรงนี้ต้องตั้งใจฟังดีๆ ครับว่าใช่ชื่อเราไหม เพราะเค้าเรียกแต่ชื่อ ไม่มีนามสกุล บางทีก็อ่านชื่อผิดอีกต่างหาก น่าจะใช้เป็นสติกเกอร์สีต่างๆ อย่างที่ทัวร์อื่นเค้าทำกัน แบบนี้จะง่ายกว่าเยอะ เช่นสติกเกอร์สีเหลืองขึ้นเรือได้แล้ว

ใครที่ต้องการถุงกันน้ำ Ocean Pack ไว้ใส่กล้อง โทรศัพท์มือถือที่จาระวีทัวร์ก็มีให้เช่า ขนาด 5 ลิตร 50 บาท ขนาด 10 ลิตร 100 บาท ใช้บัตรประชาชนในการมัดจำ ใครอยากได้รูปสวยๆ ในทริปนี้จำเป็นมากๆ ครับที่ต้องมีถุงกันน้ำ หรือถ้ามีกล้องกันน้ำอยู่แล้วก็ยิ่งดีใหญ่

คนที่กลัวว่าจะเมาเรือก็ไปขอยาแก้เมาเรือได้กับไกด์เลยครับ

ก่อนขึ้นเรือจาระวีทัวร์ มีประกาศขายขนมปังด้วย 3 ก้อนร้อย พร้อมบอกให้ซื้อบุหรี่ เบียร์เตรียมไว้ บนเกาะราคาแพง ผมเริ่มไม่แน่ใจแล้วว่านี่เป็นทัวร์แนวไหน

ประมาณ 10 โมงก็ได้เวลาขึ้นเรือแล้ว วันนี้มีเรือของจาระวีทัวร์ออก 2 ลำ ลำนึงก็บรรจุคนได้ประมาณ 100 คน จากออฟฟิตจาระวีทัวร์เดินไปขึ้นเรือที่ท่าเรือปากเมง

บรรยากาศหาดปากเมง ยังคงความเป็นธรรมชาติอยู่ มีปูก้ามใหญ่ตัวเล็กๆ อยู่เต็มชายหาด มีต้นไม้ชายเลนขึ้นประปราย แต่หาดไม่สวยครับ เป็นเลน น้ำไม่ใส ไม่เหมาะกับการเล่นน้ำ แต่เหมาะกับการมานั่งทานข้าว รับลม ชมวิว

วันนี้มีนักท่องเที่ยวเยอะมาก ร้อยละ 95 เป็นคนไทย และส่วนมากเป็นคนใต้ครับ แสดงว่าทัวร์ของที่นี่เน้นคนท้องถิ่นมากกว่า

บรรยากาศที่ท่าเรือวุ่นวายมาก คนรอขึ้นเรือเป็นร้อยๆ คน ถ้าเลือกได้ผมชอบเดินทางกับ Speed boat มากกว่า คนน้อย เดินทางสะดวก รวดเร็ว

เรือของจาระวีทัวร์เป็นเรือสีชมพูตามรูปด้านบน นั่งได้ 2 ชั้น ชั้นบนชมวิวได้ดีกว่า แต่ของกินและห้องน้ำจะอยู่ชั้นล่าง ห้องน้ำในเรือจะใช้งานได้ตอนที่เรือเคลื่อนที่เท่านั้น เพราะเป็นระบบปล่อยของเสียลงสู่ทะเล

เรือ One day trip ของที่นี่ส่วนมากจะเป็นเรือใหญ่ ขนาดประมาณ 100 คน ส่วนเรือ speed boat ไม่ได้รับความนิยมเพราะมีราคาแพงกว่าเรือใหญ่ เกือบเท่าตัว ตัวอย่างราคาทัวร์ 4 เกาะ เกาะมุก เกาะกระดาน เกาะเชือก เกาะม้า ของทัวร์แห่งหนึ่งอยู่ที่ 1,350 บาท/คน รวมค่ารถไปรับอีก 100 บาท เป็น 1,350 บาท/คน แพงเกินไปจริงๆ กับระยะทางเท่านี้ ส่วนเรือหางยาวแบบเหมาลำ ก็มีน้อย ไม่เยอะเหมือนกระบี่ มีแต่ชาวต่างชาติ ที่เหมาลำไปเที่ยว

ผู้ให้บริการทัวร์ 4 เกาะ เกาะมุก เกาะกระดาน เกาะเชือก เกาะม้า นอกจากจาระวีทัวร์แล้วก็มี ลิบง การท่องเที่ยว ทั้งสองเจ้านี้เป็นเจ้าใหญ่ การบริการ ราคา และอาหารบนเรือก็จะคล้ายๆ กัน

ภาษาที่ไกด์ใช้คุยกับนักท่องเที่ยวจะเป็นภาษาไทยเท่านั้น ไม่ได้เป็นภาษาอังกฤษเหมือน One day trip ที่กระบี่ ภูเก็ต

ในช่วงเทศกาลวันหยุดที่มีคนไปเที่ยวเยอะ แนะนำว่าจองไปกับทัวร์เจ้าดังเท่านั้น เพราะจะมีทัวร์เฉพาะกิจเพิ่มเรือเสริมขึ้นมา บางลำบรรทุกผู้โดยสารเกินจำนวนที่เรือระบุไว้ บางลำก็พาไปไม่ครบทุกเกาะ ไม่พาไปดำน้ำเกาะม้าบ้างก็มี อ้างว่าอยู่ในเขตกระบี่ ซึ่งมันก็ไม่ได้เกี่ยวอะไรกับเรา เราจ่ายเงินซื้อทัวร์ 4 เกาะก็ควรจะได้ไป 4 เกาะ และสิ่งที่สำคัญที่สุดคือความปลอดภัย ผมเชื่อว่าทัวร์เฉพาะกิจไม่มีประสบการณ์ และความปลอดภัยเทียบเท่ากับทัวร์ที่ให้บริการประจำ

ขึ้นเรือแล้วก็จับจองที่นั่งกันเลย เสื้อชูชีพจะแขวนไว้บนที่นั่ง นั่งตรงไหนก็ได้ครับ

ตรงนี้เป็นส่วนท้ายเรือมีเครื่องดื่ม อาหาร ห้องเปลี่ยนเสื้อผ้า และห้องน้ำ

เรือแล่นไปอย่างช้าๆ ความเร็วประมาณเรือข้ามไปเกาะล้าน เกาะสีชัง แต่นั่งแล้วก็ไม่เมาเรือนะครับ อาจเป็นเพราะว่าวันนี้คลื่นไม่แรง

สถานที่แรกที่เราจะไปนั้นเป็น ถ้ำมรกต อยู่บนเกาะมุก หนึ่งใน Unseen จ.ตรัง ห่างจากท่าเรือปากเมงประมาณ 13 กิโลเมตร ใช้เวลาเดินทางประมาณ 1 ชั่วโมงครึ่ง เรือแต่ละลำจะมีโปรแกรมไม่เหมือนกันนะครับ บางลำเข้าถ้ำช่วงเช้า บางลำเข้าช่วงบ่าย ต้องสลับกันไป ถ้ามาลงเหมือนกันหมดคนจะเยอะ

แต่ถ้าเลือกได้เข้าช่วงบ่ายจะดีกว่าเป็นช่วงน้ำลง มีช่องว่างระหว่างระดับน้ำกับผนังถ้ำเยอะกว่า

เนื่องจากว่าบริเวณปากถ้ำจะหันหน้าไปทางทะเลอันดามัน ถ้าวันไหนมีคลื่นแรงไม่ควรเข้าถ้ำมรกตโดยเด็ดขาดครับ ถ้าเราลอยคออยู่ในถ้ำแล้วเจอคลื่นใหญ่ซัดเข้ามาน้ำจะเข้าไปในถ้ำ เราจะขาดอากาศหายใจไม่ได้ อันตรายมากครับ ถ้าเราไปกับทัวร์ที่มีประสบการณ์เค้าจะรู้ถึงอันตรายตรงนี้ครับ แต่ถ้าโชคร้ายไปกับทัวร์ที่ไม่มีประสบการณ์ก็ต้องดูแลตัวเอง

ถ้ำมรกต จะเป็นถ้ำที่มีเพดานถ้ำอยู่สูงจากระดับน้ำทะเลไม่กี่สิบเซนติเมตร การจะเข้าไปในถ้ำต้องใช้วิธีว่ายน้ำเข้าไป หรือในช่วงที่น้ำลงมากๆ ก็อาจจะพายเรือเข้าไปได้ ระยะทางในถ้ำประมาณ 80 เมตร แสงสว่างเข้าไปไม่ถึง ที่ปลายถ้ำมีชายหาดเล็กๆ เป็นปล่องภูเขา มีแสงแดดส่องลงมา รอบๆเป็นป่าตามธรรมชาติ

ถ้ำมรกตถูกค้นพบเมื่อหลายสิบปีมาแล้ว เคยเป็นที่ซ่อนทรัพย์สินของโจรสลัดในสมัยก่อน และต่อมาก็ถูกค้นพบด้วยชาวบ้านที่เข้าไปหารังนกนางแอ่น

ก่อนที่จะลงจากเรือไกด์จะให้เราสวมเสื้อชูชีพให้ดี หางปลาของเสื้อชูชีพจะต้องรัดให้เรียบร้อย คนข้างหลังอาจจะเหยียบตอนลงเรือได้ ถ้าต้องการไปถ่ายรูปในถ้ำให้เอากล้องใส่ถุงกันน้ำติดตัวมาด้วย และอย่างลืมผ้าแห้งไว้เช็ดมือ หรือจะฝากกล้อง (ตัวเล็ก) ให้ไกด์เอาเข้าไปให้ก็ได้

ลงน้ำมาแล้วก็ต่อแถวกันคนข้างหลังจับเสื้อชูชีพคนข้างหน้า จับต่อกันไปเรื่อยๆ ที่หัวแถวไกด์จะสวมชุดตีนกบลากห่วงยางพาเข้าถ้ำ นักท่องเที่ยวอย่างเรามีหน้าที่เพียงจับเสื้อคนหน้าให้แน่น แล้วปั่นจักรยานใต้น้ำส่งตัวไปด้านหน้า แต่อย่าปั่นแรงนะครับเท่าจะไปโดนคนข้างหน้า ข้างหลัง

ระยะเวลาที่อยู่ในถ้ำประมาณ 10 นาที แต่เหมือนนานมาก ในถ้ำมืด มีเพียงแสงไฟจากไฟฉายของไกด์ คนก็เบียดไปมากันตลอด ทั้งคนเข้า คนออก ต้องคอยระวังไม่ให้โดนผนังถ้ำ เดี๋ยวจะบาดเป็นแผล ในจุดโค้งของถ้ำจะมีเด็กเรือคอยดูแลความปลอดภัยดันเราออกจากผนังถ้ำ การเข้าไปในถ้ำมรกตจำเป็นมากครับที่ต้องมีไกด์ไปด้วย

พอถึงหาดทรายปลายถ้ำแล้วก็รู้สึกโล่งขึ้น หาดทรายบริเวณนี้ทรายขาว น้ำใสดีครับ แต่ให้เล่นน้ำคงไม่ไหว คนเยอะมาก รอบๆ เป็นป่ามีต้นไม้ขึ้นเยอะ เช่นต้นหูหวางทะเล เตยทะเล จิกทะเล ฯลฯ เนื่องจากว่าผมไม่ได้เอากล้องไปด้วยเลยอดได้ภาพสวยๆ มาฝาก ก็ดูรูปจากภาพถ่ายดาวเทียมของ google map ไปก่อนนะครับ เราใช้เวลาอยู่ที่นี่ประมาณ 15 นาที ไกด์ก็เรียกต่อแถวออกจากถ้ำซึ่งมันก็จะเหมือนขาเข้ามาแหล่ะครับ

จริงๆ แล้วเกาะมุกไม่ได้มีดีแค่ถ้ำมรกตเท่านั้น บริเวณรอบๆ เกาะมุกเป็นแหล่งดำน้ำตื้น และ น้ำลึกที่สวยงามไม่แพ้ทะเลที่อื่นเลย แต่ทัวร์ One day trip นี้ไม่ได้ให้ลงดำน้ำที่จุดนี้ ถ้าอยากมาดำน้ำอาจจะต้องค้างคืนที่เกาะมุกแล้วเหมาเรือมาดำน้ำ จะมีจุดดำน้ำอยู่ 4-5 จุดรอบเกาะ ใต้น้ำมีกัลปังหา ปะการังอ่อน ปลาการ์ตูน ดอกไม้ทะเล ฯลฯ

ที่ปากถ้ำทางด้านนอกมีเรือใหญ่มาจอด 3-4 ลำ คนบนเรือก็โปรยขนมปังไป ปลาสลิดหินลายเสือก็มากินขนมปังกันเยอะเลย คนให้อาหารปลาก็อาจจะสนุกได้เห็นปลาเยอะ แต่เป็นการทำลายระบบนิเวศน์ ปลาที่เคยกินตะไคร่น้ำที่ปะการังก็จะไม่กินแล้ว ปะการังก็ไม่โต สุดท้ายแล้วปลาที่อยู่ได้ก็จะมีแต่ปลาสลิดหินลายเสือนี่แหล่ะครับ ถ้าใครเคยไปที่เกาะนางยวน สุราษฎร์ธานี ที่นี่มีปลาหลายชนิดมาก ปลานกแก้วตัวใหญ่ๆ ก็มี เพราะที่นี่ห้ามให้อาหารปลา ปลาจึงมีอยู่หลากหลายตามธรรมชาติ

ขึ้นมาจากน้ำ เอาน้ำจืดที่ท้ายเรือราดล้างตัวให้หายเหนียว ตอนนี้ก็ได้เวลาทานอาหารกลางวันแล้ว เป็นอาหารกลางวันแบบ Buffet ทานกันบนเรือเลย เท่าที่ผมจำได้ก็มีปีกไก่ทอดที่คล้ายๆ น่อง 2 ชิ้น ทอดมัน 2 ชิ้น ยำมะม่วง ไข่ชะอม แกงส้ม ผัดวุ้นเส้น น้ำพริกกะปิ ผักสด อาหารแบบท้องถิ่นมาก สงสารชาวต่างชาติที่มาเที่ยว แต่โดยรวมแล้วผมว่าอาหารใช้ได้นะครับ มีเพียงพอ

ส่วนผลไม้ก็มีแตงโม สัปปะรด

ระหว่างที่ทานอาหารบนเรือ เรือก็แล่นไปเรื่อยๆ จนมาถึงเกาะกระดาน

เกาะกระดาน เป็นเกาะที่ได้ชื่อว่ามีหาดทรายขาว น้ำใสที่สุดในทะเลตรัง พื้นที่บนเกาะอยู่ในเขตอุทยานแห่งชาติหาดเจ้าไหมและส่วนของเอกชน เกาะกระดานเป็นสถานที่ที่ใช้จัดงานวิวาห์ใต้สมุทร ส่วนที่มาของชื่อเกาะกระดานน่าจะมาจากภูมิประเทศของเกาะที่แบน ไม่มีภูเขา และรูปร่างของหาดทรายที่เป็นเส้นตรงยาวตั้งแต่หัวเกาะถึงท้ายเกาะ

น้ำทะเลของที่นี่จะสีออกเขียว หาดทรายขาว แต่หาดทรายสั้น

เรือของจาระวีทัวร์ และเรือลำใหญ่จะไม่สามารถจอดได้ที่หาด ถ้าอยากขึ้นเกาะกระดานก็ต้องสวมชูชีพลงน้ำลึกประมาณ 2 เมตรที่ท้ายเรือ แล้วว่ายเข้าฝั่ง ความฝันที่จะได้ถ่ายรูปที่ชายหาดเกาะกระดานเป็นอันต้องจบลงเพราะผมไม่มีถุงกันน้ำใส่กล้อง ก็เลยต้องอยู่บนเรือไป

ผู้สูงอายุ หรือคนที่ว่ายน้ำไปไม่ได้สามารถบอกไกด์ได้ครับ เค้าจะหาเรือหางยาวมารับเราจากเรือใหญ่ไปยังเกาะ

หลังแนวต้นสนเป็นที่พักบนเกาะกระดานชื่อ Kradan beach resort ที่พักบนเกาะกระดานมีอยู่ไม่กี่ที่ครับ ราคาไม่แพงด้วย เหมาะสำหรับคนที่ชอบความสงบ อยู่กับธรรมชาติ

เรามีเวลาอยู่บนเกาะกระดานประมาณครึ่งชั่วโมง พอให้มื้อกลางวันได้ย่อย จากนั้นก็ไปดำน้ำแถวๆ รอบเกาะกระดาน ไกด์จะแจกสน๊อกเกิ้ลให้กับคนที่จะดำน้ำ ไปลงชื่อรับมาได้เลย ได้มาแล้วรักษาไว้ดีๆ นะครับ ถ้าหายชุดละ 1,000 บาท

ผมมานั่งคิดดูแล้วปีนึงเราก็มีทริปสน๊อกเกิ้ลอยู่หลายทริป ทำไมเราไม่ซื้อใช้เองเป็นของส่วนตัวซะเลย สะอาดปลอดภัย กว่าของที่ใช้ร่วมกัน หน้ากากดำน้ำพร้อมท่อชุดนี้ผมซื้อมา 1,090 บาท จากโรบินสัน โซน Super sport เป็นของจีน ใช้งานได้ดีครับ หน้ากากรัดแน่น น้ำไม่เข้า คุณภาพจะดีกว่าที่ทัวร์แจกให้ใช้ มีวาล์วน้ำออกที่ปาก ท่ออากาศมีที่กั้นน้ำ

พวกอุปกรณ์ดำน้ำถ้าอยากซื้อในราคาถูกให้ไปดูที่บางนาทาวน์เวอร์ แต่ถ้าซื้อไม่เยอะเลือกซื้อที่ใกล้บ้านก็สะดวกกว่า ไม่เปลืองค่ารถ

ส่วนหน้ากากสน๊อกเกิ้ลของจาระวีทัวร์ ผมเห็นเค้าล้างสบู่ ตอนเรือขึ้นฝั่งแล้ว ก็น่าจะสะอาดปลอดภัยครับ แต่ถ้าให้ชัวร์จริงๆ พอลงน้ำไปแล้ว เอาไปล้างกับน้ำทะเลอีกรอบก็น่าจะดีกว่า

การใส่สน๊อกเกิ้ลนั้นจะต้องปรับสายรัดให้กระชับกับใบหน้า และอย่าให้เส้นผมเข้าไปที่ด้านหน้าของหน้ากาก เพราะจะทำให้น้ำเข้าได้ครับ

มาเที่ยวกับเรือลำใหญ่ เวลาดำน้ำก็จะเจอคนเต็มไปหมด ว่ายไปนิดนึงก็ชนคน ต้องระวังครับ

ช่วงบ่ายเหมือนฟ้าไม่เป็นใจ ฟ้าปิด เมฆครึ้ม และฝนตกในที่สุด ใต้น้ำมีปลาเยอะดีครับ แต่ส่วนมากจะเป็นปลาเจ้าถิ่น สลิดหินลายเสือ ส่วนปะการังไม่ค่อยเห็นอะไรมาก เห็นแต่ซากปะการังที่ตายไปแล้ว ที่พื้นด้านล่างมีหอยเม่นด้วย ระวังเท้าไปโดน

ไกด์บอกกับเราว่าบริเวณนี้มีปลาการ์ตูนด้วย คงต้องหากันหน่อยละครับ อาจจะหายากนิดนึง

พอฝนตกก็รีบขึ้นเรือกัน สรุปว่าได้ลงน้ำแปปเดียวเอง มาเที่ยวทะเลหน้าร้อนก็มีสิทธิ์เจอฝนเหมือนกัน

น้องกลุ่มนี้เล่นน้ำกันอย่างไม่กลัวฝน

ขึ้นมาบนเรือก็มีของว่างให้ทานอีก เป็นเค้กเมืองตรังกับโอวันติน หรือ กาแฟ

สภาพบนเรือตอนนี้นี่เน่ามาก ฝนสาดเข้ามาในเรือหมดกระเป๋าเสื้อผ้าก็โดนฝน หลังคาเรือมีน้ำรั่วลงมา ไม่รู้จะหลบไปตรงไหน

เรือขับหนีฝนมาถึงเกาะเชือก เกาะม้าซึ่งเป็นจุดดำน้ำอีกจุดหนึ่ง พอลงน้ำได้อีกแปปนึง ฝนก็ตกลงมาอีก

ในรูปบนมีกระท่อมสร้างอยู่บนเกาะ เป็นคนเฝ้าเกาะกันคนมาขโมยเก็บรังนกนางแอ่น

เกาะม้า ดูแล้วเหมือนม้าไหมครับ ผมว่ามันก็พอคล้ายอยู่บ้าง

ตอนเรือจอดที่เกาะม้ามีของว่างเป็นเฉาก๋วย เพิ่มความสดชื่นในช่วงบ่าย ไปกับจาระวีทัวร์กินอิ่มตลอดทริปครับ

เรือหางยาวลำนี้มารับคนจากเรือจาระวีไปส่งเกาะไหง เรือของจาระวีไม่แวะที่เกาะไหง

จากนั้นเรือก็ขับยาวไปยังปากเมง ใช้เวลาอีก 1 ชั่วโมง

เรือมาถึงปากเมงตอนเวลา 5 โมงเย็น ฟ้าใสแดดดีเชียว มันน่าเจ็บใจที่ระหว่างทางฝนดันตก

ที่ปลายสะพานมีรูปนักท่องเที่ยวมาวางขาย เป็นรูปตอนเช้าก่อนขึ้นเรือ รูปเยอะละลานตามาก เป็นร้อยๆ รูป สงสัยจริงว่าขายได้เยอะหรือเปล่า ผมเองก็ไม่เคยซื้อรูปพวกนี้ครับ เค้ามาถ่ายทีเผลอตอนเรายังไม่พร้อม ภาพก็จะออกมาแบบเหวอๆ ดูแล้วไม่สวย

ขากลับจากปากเมงเข้าตัวเมืองตรัง เรานั่งรถตู้ของจาระวีทัวร์กลับ รถตู้ส่งถึงหน้าโรงแรม

เข้าโรงแรมได้ก็อาบน้ำ สระผม เดินเล่นถนนคนเดิน หมดไปอีก 1 วัน

วันที่ 3 : ซื้อของฝาก ขึ้นเครื่องกลับ

วันนี้เป็นวันสุดท้ายของทริปนี้แล้ว ทานข้าวเช้าเสร็จ เราก็เดินมาหาซื้อของฝาก ของที่คนนิยมซื้อกลับไปก็มีเค้กเมืองตรัง เป็นเค้กนุ่ม ฟูๆ เหมือนชิฟฟ่อนเค้ก มีรูตรงกลางเหมือนโดนัท กล่องละไม่เกินร้อย และของขึ้นชื่ออีกอย่างก็หมูย่างเมืองตรัง ใครชอบกินอาหารใต้ก็แวะซื้อพริกแกงใต้ในตลาดไปทำกินที่บ้านได้

ในตัวเมืองตรัง มีบ้านเมืองเก่าแก่อยู่หลายหลัง บางหลังก็สร้างแบบจีน บางหลังก็มีชิโนโปรตุกีส ปนมาบ้าง

รถโพถ้อง

บ้านแบบชิโนโปรตุกีส จะอยู่บนถนนพระรามที่ 6, กันตัง, ราชดำเนิน

บ้านไม้เก่าในตัวเมืองตรัง

วันนี้เราขึ้นเครื่องตอน 15.00 น. รถตู้ออกจากโรงแรมธรรมรินทร์ตอน 13.40 น. รอขึ้นรถตู้ไปสนามบินได้ที่ Lobby ของโรงแรมได้เลย

รถตู้จากโรงแรมธรรมรินทร์ ไปสนามบิน

พอไปถึงสนามบิน นั่งรอได้ไม่นานก็ได้ขึ้นเครื่องเลยครับ สนามบินตรัง กับตัวเมืองใกล้กันแค่นี้ เดินทางสะดวกมากครับ ไม่ต้องเผื่อเวลามาก

เที่ยวบินขากลับของเราเป็นเที่ยวบิน FD 3244 เที่ยวบินนี้ สัมภาระของผู้โดยสารเยอะมากครับ เยอะจนช่องเก็บของเหนือหัวไม่พอจะเก็บ ต้องสอดไว้ใต้เก้าอี้ โดยเฉพาะบรรดาของฝาก เค้กเมืองตรัง หมูย่างเมืองตรัง หิ้วกันมาคนละ 4-5 กล่องกับกระเป๋าสัมภาระคนละ 1-2 ใบ จนแอร์โฮสเตสต้องประกาศย้ำอยู่หลายรอบว่า Air asia อนุญาตให้นำกระเป๋าขึ้นเครื่องได้เพียง 1 ใบ น้ำหนักไม่เกิน 7 กิโลกรัม ถ้ายังเป็นแบบนี้เรื่อยๆ ผมว่า Air Asia คงเข้มงวดเรื่องสัมภาระติดตัวขึ้นเครื่องเพิ่มมากขึ้น

สรุปทริปเที่ยวตรังทัวร์ 4 เกาะ ถ้ำมรกต(เกาะมุก) เกาะกระดาน เกาะเชือก เกาะม้า

ตรังเป็นจังหวัดทางภาคใต้ที่ติดทะเลอันดามัน แต่นักท่องเที่ยวไม่เยอะเหมือนกระบี่ ภูเก็ต คนที่มาเที่ยวตรังส่วนมากจะเป็นคนท้องถิ่นภาคใต้ ชาวต่างชาติไม่ค่อยมี ทะเลตรังยังสวยสู้ภูเก็ต กระบี่ไม่ได้ แต่ค่าใช้จ่ายก็ไม่แพงเหมือนกระบี่ ภูเก็ต คนตรังส่วนมากแล้วนิสัยดี ไม่เอาเปรียบนักท่องเที่ยว

ทัวร์ 4 เกาะของจาระวีทัวร์ โดยรวมแล้วยังไม่ค่อยน่าพอใจเท่าไหร่เรือแล่นช้ามาก ช้ากว่าเจ้าอื่นอีก ไกด์ก็พูดจาดุไปหน่อย ราคาทัวร์ 4 เกาะซื้อตรงกับจาระวีทัวร์ราคา 850 บาท แต่ซื้อกับเอเจนซี่ 700 บาท ส่วนเรื่องอื่นๆ ก็น่าจะเป็นเหมือนกันทุกทัวร์ ข้อดีของจาระวีทัวร์ก็มีตรงที่อาหารจัดมาเต็ม ทั้งมื้อหลักและของว่าง อิ่มกันตลอดทริป และไกด์ก็ดูใส่ใจกับความปลอดภัยดี

สรุปค่าใช้จ่ายของ 2 คน 3 วัน 2 คืน

– ค่าตัวเครื่องบิน Air Asia ดอนเมือง – ตรัง 3,005 บาท

– ค่าโรงแรมธรรมรินทร์ 2 คืน 2,000 บาท

– One day trip จาระวีทัวร์ 850 x 2 = 1,700 บาท

– ค่ารถตู้โรงแรมธรรมรินทร์ <–> สนามบินตรัง 90 x 4 = 360 บาท

– ค่าอาหาร 1,000 บาท

– ของฝาก 1,000 บาท

– อื่นๆ 500 บาท

รวม 9,565 บาท เฉลี่ยคนละ 4,782.5 บาท

Link.

เช็คราคาโรงแรมธรรมริทร์ รับประกันราคาถูกสุด

ที่พักตรัง

ที่พักเกาะมุก, ที่พักเกาะไหง, ที่พักเกาะกระดาน

สินค้าแนะนำในทริปนี้ จัดส่งฟรีทุกรายการ

Post Views 12913

กระเป๋าใส่ Passportเครื่องชั่งน้ำหนักกระเป๋าเดินทาง

ชอบบทความนี้ กด +1 ให้กำลังใจเราด้วยครับ

admin

นักเขียนประจำ emagtravel.com

2 thoughts on “เที่ยวเมืองตรัง ทัวร์ 4 เกาะ ถ้ำมรกต(เกาะมุก) เกาะกระดาน เกาะเชือก เกาะม้า

  • March 11, 2017 at 11:17 am
    Permalink

    อยากทราบว่าถ้าเราไม่ได้บอกโรงแรมไว้ว่าให้รถมารับที่สนามบิน เราสามารถติดต่อเขาที่สนามบินเลยได้มั้ยคะ?

  • March 11, 2017 at 11:43 am
    Permalink

    ตอบคุณ ตัวเอง

    ไม่ต้องแจ้งล่วงหน้าครับ ติดต่อที่สนามบินได้เลย

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *