รีวิวเที่ยวเวียดนามกลางดานัง ฮอยอัน บาน่าฮิลล์ งบหมื่นต้นๆ

ว่ากันว่าเที่ยวเวียดนามครั้งแรก เวียดนามกลางไปง่ายที่สุดแล้ว เมืองท่องเที่ยวยอดนิยมก็มีดานัง ฮอยอัน บาน่าฮิลล์ และ เว้ ส่วนสายการบินก็มีให้เลือกหลายสายการบิน แต่ที่นิยมสุดก็จะเป็น Air asia และ Thai Vietjet มีดีที่ราคาถูก ตั๋วไป + กลับ ไม่เกิน 4,000 บาท มีโปรจัดบ่อยๆ

นอกจากจะมีเส้นทางบินจากกรุงเทพฯ แล้ว ยังมีบินตรงจากเชียงใหม่ ไปยังดานัง สะดวกสบายกับคนภาคเหนือจะได้ไม่ต้องไปต่อเครื่องที่กรุงเทพฯ เหมือนแต่ก่อน ในทริปนี้ผู้เขียนก็บินจากเชียงใหม่ เป็นการไปเวียดนามครั้งแรกเลย ส่วนใครที่กำลังไปเวียดนาม ดานังครั้งแรก ก็สามารถลอกทริปในรีวิวนี้ได้เลย เป็นทริปสบายๆ 4 วัน 3 คืน ไปง่าย ปลอดภัยจากการโดนโกง ใช้งบไม่เยอะ

ตั๋วเครื่องบิน

จองกับ Air Asia คนละ 4,090 บาท ไม่เลือกที่นั่ง ไม่โหลดกระเป๋า ซื้ออาหารบนเครื่องขาไป 1 มื้อ

แลกเงิน

ในเชียงใหม่หาแลกเงินเวียดนาม (เงินดอง) ยากมาก แต่ก็เจอ 1 ร้านที่มีเงินเวียดนามให้แลก อัตราแลกเปลี่ยนไม่ค่อยดีเลย อยู่ที่ 1 THB : 633 VND เปรียบเทียบกับเรทร้านแลกเงินที่เวียดนามจะให้เรทที่ 1 THB : 680 – 690 VND ด้วยความที่ไปเวียดนามครั้งแรกเลยอยากมีติดตัวให้อุ่นใจ เลยแลกไปเบื้องต้น 4,000,000 VND = 6,320 บาท หลังกลับจากทริป ได้ข้อมูลเพิ่มมา ไม่แนะนำให้แลกกับร้านแลกเงินที่เรทต่ำแบบนี้ จะแนะนำวิธีที่ดีกว่านี้ให้แทน

แลกเงินเวียดนามทางไหนให้ได้เรทดี

  1. ในกลุ่มเที่ยวเวียดนาม https://www.facebook.com/groups/561297307344118 จะมีคนกลับจากไปเที่ยว แล้วต้องการขายเงินเวียดนาม โดยปกติจะได้เรท 1 THB : 680 – 700 VND แนะนำแบบนัดเจอกัน ปลอดภัยสุด
  2. แลกที่สนามบินดานัง เรทประมาณ 1 THB : 680 – 690 VND
  3. กดจากตู้ ATM ที่เวียดนาม โดยใช้บัตร U trip ผู้เขียนได้เรท 1 THB : 693 VND เรทจัดว่าดีเลย แต่ก็อาจมีค่าธรรมเนียมการกด 22,000 – 50,000 VND ต่อ 1 ครั้ง ถ้าโชคดีอาจเจอตู้ที่ไม่มีค่าธรรมเนียม

เงินเวียดนาม – อัตราแลกเปลี่ยน

จะมีธนบัตรเท่านั้น (ไม่มีเหรียญ) ที่ใช้กันทั่วไปก็จะเป็น 1,000, 2,000, 5,000, 10,000, 20,000, 50,000, 100,000, 200,000 และ 500,000 ดองเวียดนาม

อัตราแลกเปลี่ยน 1,000 VND = 1.48 บาท (อัตราแลกเปลี่ยนวันที่ 28/5/66) วิธีคำนวณอัตราแลกเปลี่ยนอย่างง่ายๆ แบบที่คิดในใจได้ ให้ตัด 000 ออก แล้ว x 1.5 อย่างเช่น เฝอชามละ 60,000 จะได้ 60 x 1.5 = 90 บาท

เตรียมตัวไปเวียดนาม

  • VISA – Passport : ประเทศเวียดนามคนไทยสามารถเข้าได้โดยไม่ต้องมี VISA ใช้เพียง Passport ที่มีอายุเหลือมากกว่า 6 เดือน อยู่ได้ 30 วัน
  • เอกสาร COVID : ปัจจุบัน (ข้อมูลวันที่ 29/5/66) ไม่ต้องใช้เอกสารการฉีดวัคซีน ไม่ต้องมีผลตรวจ

ปลั๊กไฟ

เวียดนามใช้ไฟ 220VAC / 50Hz รูปลั๊กไฟใช้เหมือนของไทย สามารถเอาอุปกรณ์ไฟฟ้าจากไทยไปใช้ที่เวียดนามได้เลย ไม่ต้องมี Adaptor แปลง

ซิมโทรศัพท์

ผู้เขียนใช้ซิม 2 แบบ เพื่อใช้อินเตอร์เนตที่เวียตนาม

  1. SIM2Fly ซิมเติมเงินของค่าย AIS ซิมนี้มีอยู่แล้ว เปลี่ยน package ไปใช้โรมมิ่งในวันที่ไป ใช้ได้เฉพาะดาต้า 10 GB 10 วัน 399 บาท
  2. ซิมเวียดนาม vinaphone ซื้อจาก Shopee 4 GB/วัน 4 วัน (16 GB) 226 บาท ร้านบริการดี ซื้อจากทางนี้ https://shope.ee/504JTUwVV1

ใช้งานได้ดีทั้งคู่เลย แนะนำซิมเวียดนาม เพราะราคาถูกกว่า รับสัญญาณโดยตรง ตามหลักการจะเสถียรกว่า

วันเดินทาง

ขับรถไปจอดที่สนามบินเชียงใหม่ ถึงสนามบิน 6:00 น. เที่ยวบินของเราคือ FD906 เชียงใหม่ – ดานัง ออกเดินทางเวลา 8:05 น. ข้อดีของการขึ้นเครื่องที่เชียงใหม่คือ คิวเช็คอิน และ ตม. แถวสั้น รอไม่นาน

สำหรับคนที่ Check in Online มาแล้ว ก็แนะนำว่าให้ไปที่เค้าน์เตอร์รับ Boarding pass จากสายการบิน หลีกเลี่ยงการใช้กระดาษที่พิมพ์มาจากบ้าน เพราะอาจจะมีปัญหาใช้ไม่ได้

พร้อมเดินทาง สำหรับคนที่ไม่ได้ไปต่างประเทศมานาน ตอนนี้คนไทยไปต่างประเทศ ไม่ต้องเขียนใบ ตม. แล้ว เป็นอะไรที่สะดวกขึ้น

6.50 น. เราก็เข้ามาอยู่ในเกตระหว่างประเทศแล้ว ร้าน Duty Free เปิดให้บริการแต่เช้า ส่วน Burger King ยังไม่เปิด ของกินด้านในไม่ค่อยมีเท่าไหร่ แนะนำทานมาให้เรียบร้อยก่อนเข้าด้านในดีกว่า

เราเดินทางช่วงกลางเดือนพฤษภาคม อากาศเชียงใหม่ในเดือนนี้ดีกว่าเดือนเมษายน อย่างมาก ฟ้าใส ค่าอากาศอยู่ในเกณฑ์มาตราฐานแล้ว

FD906 เครื่องออกตรงตามเวลา ตามตารางบิน 8.05 – 10.00 น. แต่ส่วนมาก Air Asia จะมาถึงก่อนเวลา อย่างเที่ยวบินนี้ 9.45 น. เราก็มาถึงสนามบินดานังแล้ว สนามบินสวย ห้องน้ำสะอาด และดูดีกว่าที่คิดไว้มาก เทียบกับสนามบินเชียงใหม่แล้ว สนามบินดานังดีกว่าเยอะเลย ในส่วนของเวลา เวียดนามใช้เวลาเดียวกับไทย ไม่ต้องปรับตัวตาม Time Zone

ตม. เวียดนาม

ลงจากเครื่องก็ผ่าน ตม. เวียดนาม สอด Boarding pass ไว้ใน Passport แล้วยื่นให้ ตม. ได้เลย ไม่มีการถามอะไรทั้งนั้น ที่เวียดนามก็ไม่ต้องกรอกใบ ตม. ด้วยเช่นกัน คนไทยสามารถอยู่ในเวียดนามได้นานถึง 30 วัน โดยไม่ต้องมีวีซ่า

ตรงสายพานรับกระเป๋ามีรถเข็นวางประจำจุดให้แล้ว สะดวกในการใช้มาก

ก่อนจะถึงทางออกมีร้านขายซิมการ์ดหลายร้านเลย ถ้าไม่ติดเรื่องเสียเวลา ซื้อที่สนามบินก็สะดวกดี

ก่อนจะถึงประตูทางออกจะมีจุดสแกนกระเป๋า ผ่านตรงนี้ไปจะเป็นประตูทางออกผู้โดยสารขาเข้า

ออกประตูเดินไปทางซ้าย จะเป็นร้านแลกเงิน ส่วนมากก็จะเป็นธนาคารในเวียดนาม

ออกจากประตูเดินไปทางขวา จะเป็นตู้ ATM มีตู้ SeaBank กับ HSBC

โดยปกติแล้วการแลกเงินกับร้านมักจะได้เรทที่ดีกว่า เนื่องจากการกดตู้ ATM ส่วนมากจะมีค่าธรรมเนียม

ส่วนผู้เขียนเลือกที่จะกดจากตู้ ATM เนื่องจากอยากลองบัตร YOUTRIP ที่เพิ่งสมัคร กดกับตู้ HSBC กดมา 2 ครั้ง 2,000,000 + 1,900,000 = 3,900,000 VND เสียค่าธรรมเนียมการกดครั้งละ 50,000 VND

ได้เรท 1 THB : 693 VND ดีกว่าเรทร้านแลกเงินในเชียงใหม่ ที่ไปแลกมาอีก สำหรับคนที่ไปต่างประเทศแนะนำบัตร YOUTRIP เลย ตอนนี้มีโปรโมชั่นสมัครฟรี ส่งบัตรมาให้ถึงบ้าน เป็นบัตรเครดิตแบบเติมเงิน มีดีตรงที่อัตราแลกเปลี่ยนดี เติมเงินเท่าไหร่ ก็ใช้ได้แค่นั้น ลดความเสี่ยงจากการโดนแฮก และสามารถปิด – เปิดบัตร ได้ใน app ด้วย

ถ้าสมัครในช่วงนี้ สมัครฟรี และมีโบนัสให้อีก 100 บาทด้วย กดที่ลิงก์เพื่อโหลดแอป YouTrip

โปรแกรมเที่ยวในวันนี้

จากสนามบินดานัง เดินทางไปฮอยอัน เมืองเก่ามรดกโลก พักที่ฮอยอัน 1 คืน เดินเที่ยวถ่ายรูป ไม่ลงเรือตระกร้า

การเดินทางไปฮอยอัน

จากสนามบินดานัง ไปฮอยอัน เราใช้บริการรถตู้ จองผ่าน KLOOK ในราคาคนละ 187 บาท ข้อดีเมื่อเปรียบเทียบกับ Grab คือค่ารถถูกกว่า ถ้านั่ง Grab ค่ารถประมาณ 530 บาท และที่สำคัญคือปลอดภัยกว่า

ที่ผู้เขียนเคยอ่านมา เวลาเรียก Grab ที่สนามบินจะมีกลโกงหลายอย่าง เช่น หลอกว่าตัวเองเป็น Grab ที่เรากดเรียก เมื่อหลงขึ้นรถไปก็จะเรียกค่าโดยสารที่แพงกว่า และ Grab บางคนก็หลอกให้เราจ่ายค่าผ่านทางสนามบินเป็นเงินสดคนละ 250,000 VND (มีเก็บจริงแต่ยอดที่ถูกต้องคือ 10,000 VND ต่อคัน) ซึ่งคนที่ไปครั้งแรกอาจไม่ทันกลโกงแบบนี้ ดังนั้นนั่งรถตู้ KLOOK น่าจะปลอดภัยกว่า

ใครที่สนใจจองรถ สามารถจองได้ที่ Link ด้านล่างเลย ผู้เขียนทำ Link ไว้ให้แล้ว

Klook.com

จุดนัดเจอกับคนขับจะเป็นหน้าประตู A4 ฝั่งในประเทศ เดินไปประมาณ 120 เมตร

คนขับก็จะมาถือป้ายรอเรา และทักมาใน Whatsapp ยังไงก็หากันเจอ

เมื่อผู้โดยสารครบแล้วก็ไปขึ้นรถกัน

จุดขึ้นรถจะเดินไปไม่ไกล

รถตู้ให้บริการเป็นรถตู้ Ford คันใหญ่ วางกระเป๋าท้ายรถ เลือกที่นั่งได้เลย ผู้ให้บริการชื่อ HoiAn Express

คนขับวนไปรับคนเพิ่มในดานัง แถวสะพานมังกร หาดหมีเคว์ นั่งชมวิวสักพักก็มีผู้โดยสารเต็มคันแล้ว

ก่อนเข้าเมืองฮอยอันจะต้องย้ายรถ แบ่งเป็น 3 คัน เพื่อความสะดวกในการกระจายไปส่งตามโรงแรมต่างๆ ผู้เขียนได้ต่อรถใหม่เป็น Fortuner

รถส่งถึงหน้าโรงแรมเลย จากสนามบินดานัง มายัง ฮอยอัน ใช้เวลาไปทั้งหมด 1 ชั่วโมง 15 นาที ไม่มีอะไรต้องจ่ายเพิ่มเติม

ที่พักฮอยอัน La an central boutique villa

จองกับ Agoda ในราคา 1,323 บาท ห้องซุพีเรีย มีอาหารเช้า ทำเลอยู่ใกล้ย่านริมน้ำ ตลาดกลางคืน เดินไปสะพานญี่ปุ่น ประมาณ 5 นาที แถวโรงแรมเป็นเหมือนโซนที่พักคนฮอยอัน เงียบสงบ ไม่มีเสียงรถวิ่งกลางคืน ไม่มีเสียงดนตรี เจ้าของอัธยาศัยดี ชวนคุย แนะนำที่กิน ที่เที่ยว โดยรวมก็จัดว่าดี เช็คราคาที่พักที่ปุ่มข้างล่างได้เลยครับ

เราไปถึงโรงแรมเวลา 12.30 น. ซึ่งยังไม่ถึงเวลาเช็คอิน แต่เจ้าของใจดีให้เราเช็คอินได้เลย การเช็คอินก็ใช้เพียง Passport + ใบจองโรงแรมจาก agoda ไม่มีมัดจำ ไม่เก็บ Passport ระหว่างที่รอห้อง เจ้าของที่พักก็ชวนคุย แนะนำที่เที่ยว ชวนล่องเรือตระกร้า (Basket boat) และ มีบริการเรียกรถไปส่งยังดานัง บาน่าฮิลล์ ในวันพรุ่งนี้ด้วย แต่เราปฏิเสธไปหมด เจ้าของที่พักก็ไม่ได้ hard sell ให้เรารู้สึกอึดอัด

ที่พักเป็นโรงแรมเล็กๆ ตกแต่งสวย

มีสระว่ายน้ำเล็กๆ ที่ดูแล้วไม่เหมาะที่จะว่าย เพราะค่อนข้างเล็ก และติดกับ Lobby

เจ้าของเดินมาส่งถึงห้องพัก ถึงจะเป็นโรงแรมเล็กๆ แต่ก็มีลิฟต์ด้วยนะ

ห้องพักกว้างกำลังดี ในหน้าเวบบอกว่าขนาดห้อง 35 ตารางเมตร

สิ่งอำนวยความสะดวกในห้องมีเหมือนโรงแรมทั่วไป ระเบียงหลังห้องเป็นระเบียงร่วมกับห้องข้างๆ ด้านหลังติดกับบ้านคนเลย สังเกตว่าบ้านคนเวียดนามจะทรงคล้ายๆ กัน เป็นห้องแถวคล้ายทาวน์เฮ้าส์ ไม่ค่อยเห็นบ้านเดี่ยว

ที่นอน หมอน นิ่มมาก

ห้องน้ำ แยกโซนเปียกโซนแห้ง มีสบู่ แชมพู ไดร์เป่าผมให้

ลองกดเปิด TV ต่อกับกล่อง Android box ขึ้นหน้าจอว่าไม่ได้เสียบสาย น่าจะเป็นสายฝั่งต้นทาง เลยดูไม่ได้

มีน้ำเปล่า 2 ขวดเล็กที่ไม่แช่เย็นให้ฟรี ชา กาแฟ ก็ฟรี ที่เหลือไม่ฟรี แต่ก็ไม่ได้แพงอะไร

เก็บของเรียบร้อยแล้ว ก็ออกไปหาของกิน ผู้เขียนมีร้านที่เลือกไว้แล้ว อยู่ห่างจากที่พักประมาณ 5 นาที ชื่อร้าน Madam Lau เป็นร้านอาหารเวียดนาม – อิตาเลียน ได้คะแนนรีวิวใน Google ค่อนข้างสูง ราคาก็ไม่แพงด้วย

พิกัดร้าน. Madam Lau

สั่งมา 2 รายการ เป็นเฝอเนื้อ กับแหนมเนือง

เฝอเนื้อ ชามละ 55,000 VND ประมาณ 82 บาท อร่อยใช้ได้เลย

แหนมเนือง ชุด 5 ไม้ 70,000 VND ประมาณ 105 บาท สูตรเวียดนามแป้งที่ใช้ห่อจะแผ่นใหญ่กว่าบ้านเรา และ เป็นแป้งที่ทานได้เลย ไม่ต้องแช่น้ำ ส่วนหมูยอพันรอบตะไคร้ มีกลิ่นหอม น้ำจิ้มรสชาติไม่จัดเท่าในไทย โดยรวมแล้วถูกปากสูตรที่ขายในไทยมากกว่า

มื้อนี้เราหมดไป 300 บาท ทาน 2 คน เฉลี่ยคนละ 150 บาท

เรามาเที่ยวในเดือนพฤษภาคม สำหรับคนที่อยากรู้ว่าอากาศช่วงนี้เป็นยังไง โดยรวมอากาศร้อน อบอ้าว (แต่เชียงใหม่ร้อนกว่า) มีฝนตกเป็นบางวัน มาช่วงนี้ก็ต้องวัดดวงกับฝน

เวียดนามยังใส่หน้ากากอนามัยกันไหม

ช่วงที่เราไป (พฤษภาคม 66) คนส่วนมาก ประมาณ 85% ขึ้นไป ไม่ใส่หน้ากากกันแล้ว แต่คนที่ขี่มอเตอร์ไซค์ กับคนทำงานในสนามบิน ส่วนมากก็ใส่กัน สำหรับคนไทยอยากจะใส่ หรือ ไม่ใส่ก็ได้ เอาตามความสะดวก

เดินเที่ยวเมืองเก่า Hoi An

เริ่มต้นเดินจากโซนริมแม่น้ำ Thu Bon ทางเดินเลียบแม่น้ำกว้าง น่าเดิน ช่วงกลางคืนจะสวยมาก เรือพายจะประดับโคมไฟเต็มไปหมด นักท่องเที่ยวส่วนมากก็จะออกมาเดินช่วงเย็น

เอกลักษณ์ของเมืองฮอยอันก็จะเป็นบ้านเรือนสีเหลืองมัสตาร์ด มีตึกเก่าๆ หลายหลัง

เดินข้ามสะพาน An Hoi Bridge ก็จะเป็นย่านเมืองเก่า

ร้านน้ำชา กาแฟแบบ Local จะมีเก้าอี้เล็กๆ ให้นั่งทาน ถ้ามาตอนเช้าคนจะนั่งกันเยอะเลย

หนึ่งในไฮไลต์ของฮอยอัน ก็คือสะพานญี่ปุ่น โชคไม่ค่อยดีเท่าไหร่ ช่วงที่เราไปเค้ากำลังบูรณะสะพานกันอยู่ และสร้างโครงสร้างหลังคามาครอบสะพานญี่ปุ่นอีกที หลังจากนี้เราจะไม่เห็นสะพานญี่ปุ่นแบบเดิมอีกต่อไปแล้ว การก่อสร้างใช้เวลา 360 วัน กว่าจะเสร็จก็ปี พ.ศ. 2567 เลย

สะพานญี่ปุ่น (Chua Cau)

สะพานดั้งเดิม สร้างโดยพ่อค้าชาวญี่ปุ่น ก่อสร้างเสร็จในปี ค.ศ. 1595 ต่อมามีการสร้างใหม่ใน ค.ศ. 1817 มีการผสมผสานสถาปัตยกรรมของเวียดนาม และ จีนแทนที่สิ่งก่อสร้างเดิมของญี่ปุ่น ตัวสะพาน ยาว 18 เมตร กว้าง 3 เมตร มีวัดเล็กๆ ตั้งอยู่บนสะพาน โครงสะพานทำจากไม้ Chua Cau เนื่องจากตัวสะพานมีอายุค่อนข้างมาก และกำลังจะจมลงจากการกัดเซาะใต้ดิน ปัจจุบันกำลังบูรณะสะพานนี้อยู่

แผนการบูรณะสะพานญี่ปุ่น

ปัจจุบันเปิดให้เดินผ่านในสะพานได้ (มีค่าเข้า*) แต่จะไม่สามารถถ่ายรูปสะพานจากด้านนอกได้เลย เนื่องจากมีแนวรั้วกั้นในเขตก่อสร้าง

*ค่าเข้าชมสถานโซนเมืองเก่า ค่าเข้าสถานที่ต่างๆ เช่นวัด พิพิธภัณฑ์ บ้านเก่า 150,000 VND ซื้อบัตรเข้าชมได้ที่ตีนสะพาน An Hoi Bridge

ถัดไปอีกไม่ไกลเป็นอาคารดูคล้ายวัดจีน ชื่อว่า hội quán quảng triệu แต่จริงๆ แล้วเป็น หอประชุมกวางตุ้ง เป็นสถานที่ทางศาสนาพิเศษสำหรับชาวจีนที่มาค้าขายในช่วง ศตวรรษที่ 15 ถึงศตวรรษที่ 19 หอประชุมถูกสร้างขึ้นในปี ค.ศ. 1885 โดยพ่อค้าชาวจีน เดิมทีเพื่อบูชาขงจื๊อและเทียนห่าวทานเมา หลังจากปี ค.ศ. 1911 ได้เปลี่ยนเป็นบูชาเทียนเหียนและกวานกง

หอประชุมกวางตุ้ง เข้าได้เฉพาะผู้ที่มีบัตรเข้าชม

ภายในมีวัตถุโบราณ และภาพวาดเก่าแก่

อาคารบ้านเรือน อนุลักษณ์ไว้อย่างดี ผู้เขียนรู้สึกว่าบรรยากาศคล้ายเมืองมะละกา ประเทศมาเลเซีย

เดินตรงไปจะเจอกับร้านน้ำสมุนไพร MOT ที่คนไทยเรียกว่าร้านน้ำดอกบัว เนื่องจากมีกลีบดอกบัวประดับที่บนแก้ว น้ำจะรสชาติหวานๆ เปรี้ยว มีกลิ่นสมุนไพร น่าจะมีส่วนผสมของน้ำมะนาว และ ตะไคร้ ร้านนี้เป็นร้านเล็กๆ แต่ขายดีมาก คนขายบางคนพูดไทยได้ด้วย

ราคาแก้วละ 16,000 VND ประมาณ 24 บาท ในร้านมีที่นั่งทาน แต่จะซื้อแล้วเดินทานก็ได้ หลอดจากธรรมชาติ ผู้เขียนคิดว่าเป็นหลอดที่ทำจากหญ้าชนิดหนึ่ง ที่ชื่อว่า Lepironia articulata บ้านเราเรียกว่ากระจูด เคยอ่านเจอมาว่าชาวเวียดนามเป็นผู้เริ่มนำมาใช้เป็นหลอด

โดยรวมแล้วน้ำก็อร่อย สดชื่นดี แนะนำให้มาลองกัน

บริเวณถนนในโซนเมืองเก่า อาจจะมีวุ่นวายเป็นบางช่วง มีจักรยาน มอเตอร์ไซค์ รถสามล้อสำหรับนักท่องเที่ยว สังเกตว่าคนเวียดนามจะใช้แตรเก่งมาก ใช้ในลักษณะเตือนให้ระวัง

ร้านชา กาแฟ มีหลายร้านมาก

ร้านที่ขึ้นชื่อในย่านเมืองเก่าจะเป็น Faifo Coffee ราคาเครื่องดื่มประมาณ 45,000 – 75,000 VND ร้านตกแต่งสวย ในร้านจะมีที่นั่ง 3 ชั้น ชั้นที่ได้รับความนิยมที่สุดจะเป็นชั้น 3 หรือ ดาดฟ้า เป็นมุมถ่ายรูป และ จุดชมวิวเมืองฮอยอัน

Faifo Coffee ป้ายร้านตัวเล็กๆ ถ้าไม่ได้ตั้งใจหา อาจหาไม่เจอ เพราะมีร้านแนวนี้หลายร้านเลย

ตรอกเล็กๆ ดูแล้วน่าจะเป็นมุมถ่ายรูปที่ดูสวย

รถสามล้อปั่น ราคากลางจะอยู่ที่คนละ 150,000 VND ใช้เวลา 40 นาที แต่พอลงรถอาจจะกลายเป็นอีกราคานึง เป็นสิ่งที่นักท่องเที่ยวต้องระวังมาก แนะนำว่าไม่ควรนั่ง ไม่ว่าจะที่ไหนในเวียดนามก็ตาม

ร้านโคมไฟ ถ้ามากลางคืนจะสวยมาก ส่วนมากจะให้เช่าถ่ายรูป คนละ 10,000 VND

เดินมาเจอกับสิ่งก่อสร้างแบบจีน มีป้ายชื่อบอกว่า THE FUKIENCHINESE CONGREGATION ASSEMBLY HALL

Hoi Quan Phuoc Kien หอประชุมฟุกเกี๋ยน สร้างขึ้นในศตวรรษที่ 16 สร้างขึ้นโดยชาวฟุกเกี๋ยน* ชาวเวียดนามเชื้อสายจีน ซึ่งอาศัยอยู่ในฮอยอันมาเป็นเวลานาน เป็นศาลเจ้าขนาดเล็กที่บูชารูปปั้น Thien Hau Thanh Mau (เทพเจ้าอวยพรด้านการเดินเรือ) ซึ่งถูกขุดขึ้นที่ปากเมืองฮอยอันในปี ค.ศ. 1697 และยังเป็นศูนย์กลางของวัฒนธรรมจีนในฮอยอัน

ฟุกเกี๋ยน* เป็นชุมชนหนึ่งในโฮจิมินห์ประเทศเวียดนาม

นักท่องเที่ยวที่ไม่ได้ซื้อบัตรเข้าชม สามารถยืนชมจากหน้าถนนได้ มองเข้าไปจะเห็น ประตู Tam Quan ฝังด้วยเครื่องลายครามและมุงหลังคาด้วยกระเบื้องหยินหยางโค้ง

อาคารสีเหลืองในรูปด้านบนเป็นตลาดฮอยอัน ด้านในขายอาหารสด ผัก อาหารพร้อมทาน โดยเฉพาะอาหารเวียดนาม ผลไม้ ของที่ระลึกนักท่องเที่ยวก็มี

แต่ละร้านจะมีม้านั่งยาวหน้าร้าน

ฝั่งขายของที่ระลึก

Quan Cong Temple วัดกวานโชง สร้างขึ้นในปี ค.ศ. 1653 โดยผู้อพยพชาวจีนในฮอยอัน โดยใช้สถาปัตยกรรมขงจื๊อคลาสสิก เพื่อเป็นสถานที่สักการะให้กับนายพลทหารจีนที่นับถือ – Quan Cong (全琮 – Guan Yu) หรือที่รู้จักกันในชื่อ Quan Van Truong (Quan Vu) ในภาษาเวียดนาม

เนื่องจาก Quan Cong เป็นนายพลทหารที่มีความสามารถและเป็นปรมาจารย์ด้านการต่อสู้ ที่อุทิศตนให้กับสงครามกลางเมืองในช่วงสามก๊กในสมัยโบราณของจีน เขาจึงได้รับการยกย่องให้เป็นเทพเจ้าแห่งสงคราม Quan Cong ได้รับการบูชาทั่วเอเชียตะวันออก เขาเป็นสัญลักษณ์ของความภักดี ความกล้าหาญ ความซื่อสัตย์ และความยุติธรรม ตำนานเล่าว่าพ่อค้าชาวจีนเมื่อต้องการเซ็นสัญญากู้ยืมเงิน จะมาเซ็นกันในวัดนี้ เพราะไม่มีใครกล้าคดโกงต่อหน้าเทพเจ้า

Hainan assembly hall สร้างขึ้นในปี ค.ศ. 1851 ใช้สำหรับบูชาพ่อค้าชาวจีนจากไห่หนาน (ไหหลำ) 108 รายที่ถูกสังหารอย่างไม่ยุติธรรมเพราะถูกเข้าใจผิดว่าเป็นโจรสลัด ทางการเวียดนามได้บริจาคสร้างสิ่งก่อสร้าง และมอบสถานะเทพ ให้กับผู้เสียชีวิต เป็นการแสดงความเสียใจกับเรื่องที่เกิดขึ้น

เราตั้งใจเดินไปให้ถึงร้าน Bánh Mì Phượng เป็นร้านแซนวิชเวียดนาม ที่ใช้ขนมปังฝรั่งเศส มีให้เลือกหลายไส้ ส่วนมากราคาชิ้นละ 35,000 VND มีโต๊ะให้นั่งทานในร้าน และ แบบถือไปทานข้างนอก

เห็นคนที่มาก่อนสั่งไปแล้ว ก็ยืนต่อคิว รออยู่นานเลย คนเวียดนามมาที่หลังก็สั่งกับพนักงาน แล้วได้กลับไป 2 – 3 คน เหมือนเค้าจะมีลูกค้าเยอะอยู่แล้วก็ไม่ได้สนใจเรา สรุปว่าเปลี่ยนใจไม่ทานก็ได้ แนะนำสำหรับคนที่จะทาน ให้เข้าไปนั่งในร้าน น่าจะมีการรับ Order ที่ดีกว่า หรือ สั่งผ่าน App Delivery ก็ได้

ตั้งใจว่าจะกลับโรงแรมไปพัก เย็นๆ ค่อยออกมาเดินเล่นริมน้ำ ดูไฟ

เยลลี่มะม่วง

ขากลับแวะร้านมินิมาร์ท ร้านใกล้ริมแม่น้ำ ของที่ขายไม่มีราคาติดซักอย่าง แต่ก็ต้องซื้อ หนึ่งในของที่ซื้อมาก็มีเยลลี่มะม่วงด้วย เป็นของฝากที่ขึ้นชื่อมากในกลุ่มเที่ยวเวียดนาม เยลลี่มะม่วง ของแท้จะเขียนว่า TOP FRUIT ผลิตที่ฮ่องกง ถุงนี้ราคา 55,000 VND ประมาณ 82 บาท ชิมแล้วก็หอมมะม่วงดี แต่ก็ไม่ได้รู้สึกว่าอร่อยมากจนต้องซื้อกลับมา (ความเห็นส่วนตัว)

ตกแดดร่ม ลมตก ฝนก็ดันตกลงมา และไม่มีวี่แววที่จะหยุด เลยต้องพับโปรแกรมเที่ยวตอนกลางคืนออก เปลี่ยนเป็นหาอะไรทานง่ายๆ ใกล้โรงแรม

เราทำ list ร้านอาหารรอบโรงแรมมาแล้ว ทีเดินจากโรงแรมไปไม่ไกล หนึ่งในร้านที่ได้คะแนนดี คือร้าน Mr. Dung เป็นร้านเล็กๆ มีโต๊ะมี 3 โต๊ะ คนทำเพียงคนเดียว เมนูอาหารมีเป็น 100 ทั้งอาหารเวียดนาม อาหารฝรั่ง พิซซ่า

รูปบน ร้าน Mr. Dung ถ่ายวันรุ่งขึ้น ฝนหยุดแล้ว

สั่งเฝอเนื้อ 55,000 VND ประมาณ 82 บาท, กับข้าวผัดหมูมาทาน 79,000 VND ประมาณ 118 บาท อาหารเวียดนามร้านข้างทางมีราคาสูงเหมือนกัน ในขณะที่ค่าแรงขั้นต่ำยังไม่ถึงวันละ 300 บาท เลย

โดยรวมแล้วอาหารก็อร่อยใช้ได้ ทานข้าวเสร็จก็กลับโรงแรม คืนนี้ฝนคงตกทั้งคืน คืนนี้เรานอนหลับสบายมาก เหนื่อยจากการเดินทาง และ ได้พักเตียงนุ่มๆ หมอนนิ่มๆ แอร์เย็นๆ

วันที่ 2 ทริปเวียดนามกลาง

นาฬิกาปลุกยังไม่ทันจะก็พบว่าข้างนอกสว่างแล้ว ช่วงหน้าร้อนพระอาทิตย์ขึ้นตั้งแต่ ตี 5 กว่าๆ เวลา 5.30 น. ก็ถือว่าสว่างมากๆ แล้ว มื้อเช้าเราทานข้าวที่โรงแรม เป็นอาหารเช้าแบบบุปเฟ่ต์ง่ายๆ มีไม่กี่อย่าง มีอาหารเวียดนาม ไข่ แฮม เบคอน ข้าว ขนมปัง ผลไม้ เครื่องดื่มก็มีชา และ กาแฟ

โดยรวมก็พอทานได้ แต่ไม่ได้ถึงขั้นประทับใจ

9.00 น. เช็คเอ้าต์ออกจากโรงแรม เดินเก็บบรรยากาศเช้าในฮอยอัน โปรแกรมของเราในวันนี้ นั่งรถไปบาน่า ฮิลล์ เดินเล่นในนั้นทั้งวัน นอน Mercure Danang French Village Bana Hills

เช้าๆ บรรยากาศดีมาก แดดไม่ร้อน ถนนโล่ง ถ่ายรูปสะดวก

ร้านอาหารย่านริมน้ำ ส่วนมากยังไม่เปิดกัน

สะพาน An Hoi Bridge มุมถ่ายรูปยอดนิยม

เรือนำเที่ยว ส่วนมากจะให้บริการช่วงเย็น – หัวค่ำ

บรรยากาศร้านชา กาแฟ แบบ Local นั่งเก้าอี้เล็กๆ กิน ดื่ม สูบ(บุหรี่) แบบ ไม่แยกโซน

สะพานญี่ปุ่น อีกครั้ง

มุมถ่ายรูปป้ายไฟ Hoi An

ร้านกาแฟธีมทหาร CONG มีหลายสาขา ตามเมืองใหญ่ และ เมืองท่องเที่ยว

เดินมาเรื่อยๆ จนถึงโบสถ์ Hội Thánh Tin Lành Việt Nam – Chi Hội Hội An

บริเวณนี้เป็นถนนใหญ่ รถค่อนข้างเยอะ เราตั้งใจจะเรียก Grab จากจุดนี้ไปยัง Bana Hills ระยะทางประมาณ 56 กิโลเมตร ค่าโดยสาร 628,000 VND ประมาณ 942 บาท เป็นการเรียก Grab ครั้งแรกในเวียดนาม ซึ่งไม่ง่ายอย่างที่เราคิด แต่จะเป็นอะไรนั้น เพื่อความสะดวกในการแบ่งเนื้อหา ขอตัดเป็นตอนต่อไป

Post Views 1474

admin

นักเขียนประจำ emagtravel.com

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *