นอนแช่น้ำพุร้อนฝาง อุทยานแห่งชาติดอยฟ้าห่มปก

เชียงใหม่ / นอนแช่น้ำพุร้อนฝาง อุทยานแห่งชาติดอยฟ้าห่มปก

ทริปเที่ยวเชียงใหม่ ทริปนี้มีด้วยกันทั้งหมด 4 ตอนนะครับ แต่ขอตั้งชื่อตอนตามสถานที่ท่องเที่ยวที่ไป ตอนนี้เป็นตอนที่ 2 นอนแช่น้ำพุร้อนฝาง อุทยานแห่งชาติดอยฟ้าห่มปก

1. เที่ยวสวนส้มธนาธร ฝาง ชิมส้มสดๆ จากสวน

2. นอนแช่น้ำพุร้อนฝาง อุทยานแห่งชาติดอยฟ้าห่มปก

3. เที่ยวดอยอ่างขาง ชมโครงการหลวง ตามล่าหาดอกนางพญาเสือโคร่ง

4. เที่ยวงานพืชสวนโลก 2554

หลังจากออกมาจากสวนส้มธนาธร เราก็มาอาบน้ำแร่ แช่น้ำร้อนกันซักหน่อย ผ่อนคลายความเมื่อยล้าจากที่เดินทางมาทั้งคืน น้ำพุร้อนฝาง อยู่ใน อุทยานแห่งชาติดอยฟ้าห่มปก ครับ จากสวนส้มธนาธร นั่งรถมาประมาณครึ่งชั่วโมง

มาถึงแล้วก็ต้องเสียค่าธรรมเนียมอุทยานฯ กันก่อน

อัตราค่าบริการเข้าอุทยานแห่งชาติดอยฟ้าห่มปก

– ชาวไทย 20 บาท เด็ก 10 บาท

– ชาวต่างชาติ 200 บาท เด็ก 100 บาท

– รถจักรยาน 10 บาท

– รถจักรยานยนต์ 20 บาท

– รถส่วนบุคคล 30 บาท

– รถบัส 200 บาท

ใครที่จะอาบน้ำแร่ แช่น้ำร้อนเอาเสื้อผ้า สบู่ ยาสระผมไปด้วยนะครับ ส่วนผ้าเช็ดตัวเช่าเค้าเอาดีกว่า ผ้าเราเปียกเดี๋ยวจะเหม็นอับ

ทางด้านขวาของรูปบนเป็บบ่อแช่เท้าครับ แต่เค้าไม่ได้ปล่อยน้ำมา คงเป็นเพราะว่าวันนี้เป็นวันศุกร์นักท่องเที่ยวมากันไม่เยอะ

บริการสปา นวดน้ำมัน นวดเท้า พอกภูโคลน ราคา 199 บาท ที่หน้าทางเข้า

อาคารด้านหน้า

เดินตามทางไปเรื่อยๆ จะเห็นบ้านหลังเล็กๆ ทางซ้ายมือ เป็นบ่อแช่แบบส่วนตัว ส่วนน้ำที่อยู่ริมทางเดินก็เป็นน้ำร้อนจากบ่อ มีไอขาวลอยขึ้นมาตลอด ถ้ามาตอนเช้าจะเห็นไอน้ำสีขาวได้ชัด

ถ้าต้องการแช่น้ำร้อน ต้องเสียค่าธรรมเนียมตรงนี้นะครับ

เวลาเปิดบริการ 7.30 – 19.00 น.

ค่าบริการห้องแช่น้ำแร่

– ค่าบริการท่านละ 50 บาท ใช้บริการ 2 ท่านขึ้นไปต่อห้อง

– ราคาเหมาห้อง ห้องละ 150 บาท ใช้บริการ 3-5 ท่าน

– ถ้าต้องการใช้บริการ 1 ห้อง ต่อ 1 คน คิดห้องละ 100 บาท

– ใช้บริการครั้งละ 30 นาที

บริการผ้าเช่า

– ผ้าถุงผืนละ 10 บาท

– กางเกงตัวละ 10 บาท

– ผ้าขนหนูผืนเล็ก 10 บาท

– ผ้าขนหนูผืนใหญ่ 15 บาท

สรุปว่ามีผมคนเดียวที่จะอาบน้ำแร่เลยเหมาะห้องไป 1 ห้อง 100 บาท + ผ้าเช็ดตัว 15 บาท

พนักงานจะบอกว่าให้เราไปที่ห้องไหน ของผมได้ห้องกาสะลองครับ

เข้าไปในห้องจะเจอบ่อนั่งอาบน้ำแร่ 1 บ่อ นั่งได้พร้อมกัน 5 คนแบบสบายๆ

ข้อปฎิบัติในการอาบน้ำแร่

1. อาบน้ำชำระร่างกายก่อนลงอ่าง

2. ห้ามใช้สบู่แชมพูในอ่าง

3. ห้ามสูบบุหรี่

4. ถอดเครื่องประดับเงินก่อนลงอ่าง

5. อาบไม่เกิน 20 นาที

อาบน้ำที่ฝักบัวนี้ก่อนครับ น้ำจากฝักบัวเย็นใช้ได้เลย อาบไปสั่นไป ที่หลังคาของห้องอาบน้ำแร่ทำเป็นระแนงไม้ให้แสงส่องเข้ามาครึ่งหนึ่งของหลังคา

หลังจากนั้นก็ลงไปแช่ในอ่าง ตอนที่ลงไปตอนแรกเหมือนจะร้อน แต่พอปรับตัวได้แล้วเป็นอุณหภูมิที่อุ่นกำลังดี เค้าว่ากันว่าอุณหภูมิ 40-42 องศา เป็นอุณหภูมิที่พอเหมาะ แช่แล้วรู้สึกสบายตัว เลือดลมหมุนเวียน ผ่อนคลาย น้ำแร่จะมีกลิ่นกำมะถันอ่อนๆ เป็นปกติของน้ำพุร้อนธรรมชาติครับ

ใครที่แช่แล้วรู้สึกว่าร้อนไป เย็นไปเค้าจะมีวาล์วให้ปรับได้ด้วยครับ

หลังจากแช่น้ำพุร้อนจนสบายตัวแล้ว ก็อาบน้ำเปลี่ยนเสื้อผ้า มาถ่ายรูปในน้ำพุร้อนฝาง กันต่อ

ทางอุทยานฯ ได้ทำเส้นทางเดินศึกษาธรรมชาติ เพื่อความปลอดภัยให้เดินในเส้นทางนี้นะครับ แอ่งน้ำด้านล่างเป็นน้ำพุร้อนที่มีอุณหภูมิสูงถึง 80 องศา

เมื่อมีน้ำพุร้อนแล้วก็ต้องมีที่ต้มไข่ เพื่อพิสูจน์ว่าน้ำพุร้อนสามารถต้มไข่ได้จริงไหม ในรูปล่างจะเป็นที่ต้มไข่ครับ

นำไข่แขวนที่ตะปูแล้วจับเวลา

ไข่ไก่ 20-30 นาที

ไข่นก 15-20 นาที

บ่อต้มไข่มีอุณหูมิประมาณ 87 องศาครับ

ถ้าเดินไปตามทางเรื่อยๆ จะเจอกันแผ่นป้ายให้ความรู้ในบ่อน้ำพุร้อนฝาง

อย่างบริเวณนี้ครับมีแอ่งน้ำเล็ก เป็นแอ่งน้ำอุ่น เกิดจากน้ำพุร้อนไหลมารวมตัวกับธารน้ำเย็นจากลำห้วยน้ำใจ กลายเป็นน้ำอุ่นอุณหภูมิประมาณ 50 องศา

แอ่งน้ำอุ่น กระจัดกระจายทั่วไปในบ่อน้ำพุร้อนฝาง

ถ้าสังเกตุดีๆ จะเห็นว่าน้ำพุร้อนที่นี่ไม่ได้พุ่งขึ้นอยู่ตลอดเวลา แต่จะพุ่งสูงประมาณ 3 นาที แล้วก็หยุด 30 นาทีช่วงที่หยุดก็จะมีควัน ไอร้อนออกมาแทนครับ ที่เป็นอย่างนี้ก็เพราะว่า

น้ำพุร้อนฝาง ทำเลียนแบบน้ำพุร้อนแกเซอร์ในธรรมชาติ โดยขุดเจาะและวางระบบท่อลงไปในชั้นหินร้อนที่มีการไหลของน้ำบาดาลเข้าไปสะสมภายในหลุม เป็นผลให้น้ำมีอุณหภูมิสูงเกินจุดเดือด และมีแรงดันเอาไอร้อนพุ่งตามระบบท่อขึ้นมาสูงเหนือพื้นดินประมาณ 30 เมตรเป็นเวลา 3 นาที และหยุดพุ่งประมาณ 30 นาที สลับกันไป

ไอร้อนที่เห็นเกิดจากอุปกรณ์แยกไอ โดยเมื่อน้ำร้อนไหลจากหลุมเจาะเข้าสู่ถังเก็บส่วนที่เป็นน้ำร้อนจะอยู่ด้านล่าง และไอน้ำจะลอยตัวขึ้นบน จึงต้องต่อท่อระบายไอร้อนทิ้ง ส่วนที่เป็นน้ำร้อนจะนำไปใช้ในการผลิตกระแสไฟฟ้าต่อไป

จังหวะที่น้ำพุร้อนพุ่งขึ้นสูง อยากเห็นต้องรอหน่อยครับ

หลังจากที่ได้อาบน้ำแร่จนสบายตัว ได้ถ่ายรูปพอหอมปากหอมคอ เดี๋ยวเราจะไปต่อที่ดอยอ่างขาง ซึ่งเป็นจุดหมายหลักในทริปนี้ ไปสัมผัสความหนาว ชมดอกนางพญาเสือโคร่งที่บานเต็มสองข้างทาง

Post Views 5083

ชอบบทความนี้ กด +1 ให้กำลังใจเราด้วยครับ

admin

นักเขียนประจำ emagtravel.com

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *