ทริปนี้สนุกแน่ เที่ยวฮ่องกงแบบไม่ไปวัด

เมื่อเอ่ยถึง ฮ่องกง ลิสต์รายการที่เที่ยวก็ยาวเหยียดเป็นหางว่าว ก็ฮ่องกงที่เที่ยวเยอะซะเหลือเกิน ยิ่งกับทริปแอบโดดงานแบบ 3 วัน 2 คืนด้วยแล้ว ถ้าอยากเที่ยวให้ครบ บอกเลยว่าทำการบ้านกันจนปวดหัวแน่นอน แต่สำหรับสายเที่ยวเน้น ๆ ไม่นับสายบุญไม่เข้าวัดแล้วล่ะก็ สบายใจได้เรามีตัวช่วยมาให้ลอกทริปได้ “ทริปนี้สนุกแน่ เที่ยวฮ่องกงแบบไม่ไปวัด” เป็นทริปฮ่องกงแบบ 3 วัน 2 คืนแบบไม่มีการ Check- In ที่วัด ใครสนใจไปต่อกันเลย

ทริปนี้สนุกแน่ เที่ยวฮ่องกงแบบไม่ไปวัด

Day 0 : ก่อนเดินทาง – การเตรียมตัว
ก่อนจะออกเดินทางเราก็ต้องทำการจองตั๋วเครื่องบินไป – กลับ กรุงเทพ – ฮ่องกง และจองที่พักในฮ่องกงกันก่อน โดยในส่วนของการเดินทางนั้นเราเลือกสายการบินที่มีไฟลท์ช่วงออกจากกรุงเทพในช่วงเช้าให้ไปถึงฮ่องกงในช่วงเที่ยง หรือก่อนเที่ยง (ไม่เลือกเช้ากว่านี้ เพราะสลัดขี้ตาตื่นไปสนามบินไม่ไหว) แต่ช่วงเวลานี้แหละดีที่สุดแล้วเพราะไปถึงฮ่องกงบุ๊ปก็เข้า Check – In ที่โรงแรมได้เลย ไม่ต้องลากสัมภาระไปมาด้วยให้เกะกะ

ส่วนที่พักเราเลือกที่พักในฝั่ง Kowloon แถว ๆ ย่าน Tsim Sha Tsui บนถนน Nathan ที่เดินทางสะดวกใกล้สถานีรถไฟฟ้า แถมยังอยู่ในย่านแหล่งช้อปปิ้งยอดฮิตอีกด้วย ซึ่งถ้าใครไม่อยากหาที่พักฮ่องกงให้ยุ่งยากจองกับ Traveloka ได้เลยเรา คลิกตรงนี้ มีที่พัก Tsim Sha Tsui รออยู่

ทั้งตั๋วเครื่องบินและที่พักของทริปฮ่องกงครั้งนี้เราเลือกจองตั๋วเครื่องบิน และที่พักกับ Traveloka เพราะราคาดี มีโปรโมชั่น แถมยังได้ส่วนลดเพิ่มอีกด้วย เหตุผลแค่ 3 ข้อนี้เพียงพอแล้วที่จะจองครบจบที่ Traveloka ที่เดียวเลย

เช็คราคาและจองบัตรที่เที่ยวฮ่องกงล่วงหน้ากับ Traveloka คลิก

Day 1 : ฝั่ง KOWLOON

ออกเดินทางจากประเทศไทย ถึงฮ่องกงเวลาประมาณเที่ยงครึ่ง เดินทางไปยังโรงแรมที่พักเพื่อทำการ Check – In ด้วยรถไฟ Airport Express(AE) ใช้เวลาประมาณ 30 นาที หลังจาก Check – In เข้าที่พักเก็บกระเป๋าเดินทางและสัมภาระที่ไม่จำเป็นแล้ว ก็เริ่มออกเที่ยวกันเลย

วันแรกนี้เน้นเที่ยวฝั่ง Kowloon โดยเริ่มด้วยหาอาหารเที่ยงใกล้ ๆ โรงแรมที่ร้านดังอย่าง Sweet Dynasty Tsim Sha Tsui ทานก่อนเลย

ทานอาหารเที่ยงกันเสร็จเรียบร้อยก็ได้เวลาเที่ยวจริง ๆกันสักที โดยเราเปิดทริปที่การชมวิวมุมสูงของฮ่องกงจากฝั่ง Kowloon เพื่อให้เห็นภาพรวมหน้าตาเมืองฮ่องกงกันก่อนเลยที่ Sky 100 Hong Kong Observation Deck ซึ่งเราได้ซื้อบัตร Sky 100 Hong Kong ล่วงหน้ากับ Traveloka มาก่อนแล้ว

จองบัตรเข้าชม Sky 100 Hong Kong Observation Deck กับ Traveloka

โดยนั่งรถไฟใต้ดิน MTR ลงสถานี Kowloon ทางออก C1 และ D1 แล้วเดินเข้าสู่ห้าง Elements Shopping mall แล้วขึ้นไปยังจุดชมวิวที่ชั้นที่ 100 บนระดับความสูง 393 เมตร เพื่อชมทัศนียภาพมุมสูงแบบพาโนรามาอันเป็นเอกลักษณ์ของเมืองฮ่องกง หลังจากชมวิวกันจนพอใจแล้ว ก็กลับลงมาด้านล่าง เพื่อเดินทางกลับไปย่าน Tsim Sha Tsui นั่งรถไฟใต้ดิน MTR ลงสถานี East Tsim Sha Tsui มุ่งหน้าต่อไปยัง ห้าง Harbour City กับห้างที่ใหญ่ที่สุดในฮ่องกง เดินเล่นชิลล์ ๆ สักพักนึง แวะซื้อของใช้จำเป็นที่แอบหลงลืมเอามากันนิดหน่อย แล้วเดินต่อไปตามถนน Carton Rd. ยัง 1881 Heritage กับอาคารสุดเก๋ในสถาปัตยกรรมอังกฤษแบบผสมผสานระหว่างสไตล์นีโอคลาสสิค และวิคตอเรีย

จนตกเย็นแดดร่มลมตก ก็ไปเดินเล่นกินลมชิค ๆ ที่ Avenue of Star หรือถนนสายดารา แวะเวียนถ่ายรูปเล่น ชิม Food Truck บริเวณหอนาฬิกา Kowloon – Canton เพื่อรอเวลาชมการแสดงแสงสีเสียงของตึกระฟ้าบนเกาะฮ่องกงตอน 2 ทุ่ม กับโชว์ Symphony of Light สุดตระการตาที่ถือเป็นอีกไฮไลท์นึงของการท่องเที่ยวฮ่องกง การแสดงใช้เวลา 15 – 20 นาที พอจบโชว์ ก็เป็นเวลาหิว เพราะเราพลาดมื้อเย็น เพื่อรอไปทานมื้อค่ำที่เดียวเลย รีบไปรถไฟใต้ดิน MTR ลงสถานี Tsim Sha Tsui ทางออก B2 มุ่งหน้าร้าน Hung Lee Restaurant ทานเสร็จร้านก็เกือบปิดพอดี เราก็ออกมาเดินช้อปปิ้งย่อยอาหารมาเรื่อย ๆ ตามถนน Nathan Rd. จนถึงโรงแรมที่พัก หมดวันแรกของทริปฮ่องกงครั้งนี้

Day 2 : เกาะ HONG KONG

วันที่สอง วันนี้เป็นวันสำหรับเกาะฮ่องกงโดยเฉพาะ เราตื่นกันไม่เช้ามาก มุ่งตรงไปยังร้าน Nathan Congee & Noogle ร้านโจ๊กชื่อดังของฮ่องกงซึ่งก็อยู่ไม่ไกลจากโรงแรม เสร็จสิ้นมื้อเช้า ก็เริ่มการผจญโลกกว้างในฮ่องกงวันที่สองกันได้ โดยวันนี้เราขอผ่านการใช้รถไฟใต้ดิน MRT ย้ายมาเป็นการขึ้นรถบัสเปิดประทุน 2 ชั้นสำหรับทัวร์เที่ยวชมเมืองแบบ Hop on Hop Off ที่มีถึง 3 สาย 20 สถานีขึ้นลงทั่วฮ่องกง โดยเราเลือกซื้อบัตรแบบ Classic ประเภท 1-Day พร้อมบัตรผ่าน Peak Tram Sky Pass สำหรับขึ้นรถรางไปบนยอดเขา Victoria Peak กับ Traveloka มาก่อนอีกเช่นเคย (เตรียมการดีเว่อร์มาก ๆ) เราเลือกมาลงที่ท่าเรือ Star Ferry เพื่อจะเปลี่ยนบรรยากาศมานั่งเรือข้ามฝากจากฝั่ง Kowloon ไปยังฝั่ง Hong Kong กันบ้าง จะได้เที่ยวให้ครบอรรถรส แถมเก๋เท่ไปอีกแบบด้วย แล้วไปขึ้นที่ท่าเรือ Central Ferry Pier No.6

ดู Package และราคาบัตรทัวร์ Hop On – Hop Off ชมเมืองฮ่องกง กับ Traveloka

ก่อนจะไปต่อ ระหว่างอยู่บนเรือเราก็เห็น ชิงช้าสวรรค์ The Hong Kong Observation Wheel มาแต่ไกล (จริง ๆ เห็นตั้งแต่เมื่อวานตอนเดินเล่นที่ถนน Avenue of Star แล้วแหละ) แบบนี้จะพลาดได้ยังไงใช่มั้ยหล่ะ จึงเดินไปต่อที่ลานบริเวณ Central Ferry Pier No.9 เพื่อขึ้นเจ้าชิงช้าสวรรค์สุดชิค ที่ตั้งโดดเด่นเป็นอีกหนึ่ง Landmark ของเกาะฮ่องกง หลังจากที่ชิงช้าสวรรค์หมุนประมาณ 4 รอบใช้เวลา 15 นาที ให้ได้ชื่นชมบรรยากาศสวย ๆ จากมุมสูงของฮ่องกงที่ความสูง 60 เมตรเบา ๆ เป็นน้ำจิ้มไปก่อน ได้ชมวิวมุมสูงจากฝั่งเกาะฮ่องกงกันบ้างแล้ว ก็ปรี่ไปกระโดดขึ้นรถ Hop On – Hop Off โดยเกือบตลอดทั้งวันของวันที่สองเราจะใช้บริการรถทัวร์ Hop On – Hop Off นี่ล้วน ๆ เพราะว่าเราเลือกแบบ 1 Day Pass มาแล้วไง และที่สำคัญค่าเดินทางในฮ่องกงก็แพงใช้ได้เลย เรา Save Budget ไว้เผื่อการช้อปปิ้งดีกว่า มุ่งหน้ายังปลายทางต่อไปนั่นคือ การช้อปปิ้งในย่าน Causeway Bay ที่มีห้างใหญ่ ๆ เต็มย่านนี้ไปหมด เรียกว่าห้างร้านละลานตาเลย


(ขอบคุณรูปภาพจาก https://www.anywherewegoth.com/)

ส่วนของมื้อเที่ยงนั้น เราอดใจรอทนไปทานช่วงบ่าย ช้าออกไปหน่อยเก็บไว้เป็นทีเด็ด กับร้านมิชลินสตาร์ 1 ดาวของฮ่องกง ที่ร้าน Kam’s Roast Goose ในย่าน Wan Chai หลังทานมื้อเที่ยงอิ่มก็เดินย่อยในย่าน Wan Chai กันสักหน่อย

แล้วก็กระโดดขึ้นรถทัวร์เปิดประทุนเจ้าเดิมข้ามฝั่งจากตึกสูงในเมือง และห้างสรรพสินค้าไปชมธรรมชาติ ฟังเสียงคลื่น เดินย่ำทรายในบรรยากาศแบบโคโคเนียลยังชายหาดที่ Repulse Bay กันบ้าง

Repulse Bay ชายหาดรูปเสี้ยวพระจันทร์ที่ทอดตัวเป็นแนวยาว ซึ่งเป็นสถานที่พักผ่อนหย่อนใจยอดฮิตของชาวฮ่องกง หลังจากอิ่มเอมใจกับเสียงคลื่น ลมทะเลเย็น ๆ แบบฮ่องกงแล้ว เราก็ต้องมุ่งหน้าสู่ Station ต่อไป อันเป็น Landmark สำคัญและเป็นไฮไลท์ทีเด็ดของฮ่องกงเลยก็ว่าได้ กับการขึ้นรถราง Peak Tram Sky ไปยัง Victoria Peak ยอดเขาที่สูงที่สุดของฮ่องกง

เมื่อมาถึงบนเขา Victoria Peak แล้ว แต่ยังไม่ได้ Perfect Time สำหรับไฮไลท์เด็ดของเรา จึงไปเดินเล่นชมวิวเมืองฮ่องกงจากบนเขาที่ สวนเชเทอร์การ์เดน (Chater Garden) ก่อนระหว่างรอเวลา พอเริ่มพลบค่ำประมาณชั่วโมงครึ่งก่อนพระอาทิตย์ตก เพราะต้องเผื่อเวลาสำหรับการต่อคิวขึ้นไปยัง Sky Terrace และ The Peak จุดชมวิว 360 องศาที่สูงที่สุดของฮ่องกง ซึ่งต้องต่อคิวประมาณครึ่งชั่วโมง ถึง 1 ชั่วโมงแล้วแต่จำนวนนักท่องเที่ยวในช่วงนั้น ๆ ใครไปช่วง High Season มีรอยาว ๆ ถึง 2 ชั่วโมงนะบอกเลย แล้วก็อย่างเคย เราไม่ต้องต่อคิวยาวเหยียดถึง 2 รอบแล้ว เพราะเราจองบัตรเข้าชม Sky Terrace 428 กับ Traveloka มาก่อนแล้วตามแบบฉบับเดิม

จองบัตรรถราง Peak Tram และบัตรเข้าชม Sky Terrace 428 ล่วงหน้า กับ Traveloka

ที่ Sky Terrace 428 บนยอด The Peak นั้น เราเลือกใช้เวลาเกือบ ๆ 2 ชั่วโมง เพื่อดื่มด่ำกับบรรยากาศ และสัมผัสทุกอรรถรสของวิว 360 องศาที่ความสูง 428 เมตร ในบรรยากาศสุดอลังการซึ่งถือว่าสูงที่สุดของฮ่องกง ตั้งแต่พระอาทิตย์ยังไม่ตก ล่วงไปถึงช่วงโพล้เพล้ หรือช่วง Twilight ที่ท้องฟ้าค่อย ๆ เปลี่ยนสี ไล่เฉด ไปจนกระทั่งพระอาทิตย์ลาลับขอบฟ้าในเวลากลางคืน ก็ยังเพลินกับแสงสีของตัวเมืองที่สว่างไสว และแสงสีของไฟอาคาร ตึกรามสูงระฟ้าของฝั่ง Kowloon แบบไม่มีเบื่อเลย เต็มอิ่มกับ Sky Terrace 428 ที่ The Peak บุ๊ป ท้องก็ร้องเรียกหาอาหารเย็น จบการไฮไลท์ทางสายตาไปเรียบร้อย ก็มาต่อที่ไฮไลท์เด็ดทางการกินกันเลย กับมื้อค่ำของวันที่สอง ที่ภัตตาคารระดับตำนานของฮ่องกง เพราะเป็นร้านอาหารจีนกวางตุ้งเพียงแห่งเดียวในโลกที่ได้มิชลินสตาร์ 3 ดาว กับภัตตาคาร Lung King Heen พอหนังท้องตึงแล้วหนังตาก็เริ่มหย่อน แต่รถบัส Hop On – Hop Off หยุดให้บริการแล้ว เราจึงเลือกใช้รถไฟใต้ดิน MRT ข้ามฝั่งกลับไปยังฝั่ง Kowloon เพื่อกลับเข้าที่พัก แล้วก็หลับเป็นตาย … จบสำหรับวันที่สอง

Day 3 : HONG KONG DISNEYLAND

เช้าวันสุดท้ายในฮ่องกง เราต้องตื่นเช้ากว่าวันอื่น ๆหน่อย เพราะวันนี้ต้องย้ายร่างไปยังเกาะ Lanta (Lanta Island) อันเป็นที่ตั้งของ Hong Kong Disneyland แต่ก่อนอื่นต้องเก็บกระเป๋าแล้ว Check Out ออกจากโรงแรมแต่เช้าเลยเพื่อความสะดวกในการเที่ยวจะได้ไม่ต้องย้อนกลับไป-มา แล้วก็ลากกระเป๋ากันออกไปออกไปทานมื้อเช้า สำหรับวันสุดท้ายของทริปเราเปลี่ยนมื้อเช้ามาเป็นติ่มซำตามแบบมื้อเช้าฉบับจีนกันบ้าง และเป็นมื้อเช้าที่ไกลที่สุดด้วย เพราะต้องนั่งรถไฟใต้ดิน MRT มายังสถานี Prince Edward ทางออก A ยังร้านติ่มซำที่โด่งดังที่สุดของฮ่องกง ที่ร้าน One Dim Sum เติมพลังให้เพียงพอกับความสนุกสุดมันส์ตลอดทั้งวันของวันนี้แล้ว ก็มุ่งหน้าสู่ Hong Kong Disneyland กันเลย โดยเราต้องนั่งรถไฟใต้ดิน MRT มาที่สถานี Kowloon เพื่อเปลี่ยนไปยัง MRT สาย Disneyland Resort Line มุ่งหน้าสู่สถานี Sunny Bay บนเกาะ Lanta โดยใช้เวลาประมาณ 30 นาที (ซึ่งถือว่าเร็วมาก) เมื่อมาถึง Disneyland ก็อย่างเคยตลอดสองวันที่ผ่านมา เรา Skip คิวการต่อแถวยาว ๆ เพราะ Traveloka ช่วยเรื่องการจองบัตรเข้า Disneyland ล่วงหน้าผ่านทางเว็ปไซต์มาก่อนเรียบร้อยแล้ว

จองบัตรเข้าสวนสนุก Hong Kong Disneyland ล่วงหน้า กับ Traveloka

สำหรับวันสุดท้าย เราจะใช้เวลาทั้งวันที่ Hong Kong Disneyland ส่วนเรื่องกระเป๋าเดินทางและสัมภาระที่ลากมาด้วยตั้งแต่เช้านั้น ก็ทิ้ง !!! ไม่ใช่ … ก็หายห่วงเพราะเราเอาไปฝากไว้ที่ ๆ ฝากกระเป๋าเดินทางตรงสถานีรถไฟฟ้าใต้ดิน MRT สถานี Disneyland Resort สถานีปลายทางที่เรามาถึงก่อนเข้า Disneyland นั่นแหละ

หลังจากใช้เวลาตลอดทั้งวันกว่า 10 ชั่วโมงใน Hong Kong Disneyland จนถึงดูขบวนพาเหรดยามราตี อันเป็นการแสดงสุดท้ายของ Disneyland รอบ 2 ทุ่มแล้ว ก็ย้ายไปจองที่ ๆ หน้าปราสาทเจ้าหญิงเพื่อรอบชมไฮไลท์สุดท้ายของ Hong Kong Disneyland และทริปเที่ยวฮ่องกงครั้งนี้ ซึ่งนั่นก็คือ การชมพลุสุดอลังการที่ Hong Kong Disneyland ถือเป็นการปิดทริปสุดฟินของ “ทริปนี้สนุกแน่ เที่ยวฮ่องกงแบบไม่ไปวัด” 3 วัน 2 คืนคราวนี้ ท้ายสุดคือย้ายตัวเองไปที่สนามบินเพื่อทำการ Check In ที่เคาน์เตอร์เพื่อรอเครื่องบินกลับเมืองไทย ถือเป็นอันจบทริปสุดสนุกที่ฮ่องกงครั้งนี้ ส่วนใครสนใจจะจัดทริปฮ่องกงแบบไม่ไปวัดบ้าง นอกจากวางแผนและกำหนดการทริปมาเป็นอย่างดีแล้ว ก็อย่าลืมจองทัวร์ และบัตรเข้าสถานที่ต่าง ๆ ในฮ่องกงกับ Traveloka ไว้ล่วงหน้าก่อนเดินทางด้วยนะ จะได้ประหยัดค่าใช้จ่ายและประหยัดเวลาต่อคิวอีกด้วย

Post Views 90

Universal AC Adapterเครื่องชั่งกระเป๋าเดินทาง

admin

นักเขียนประจำ emagtravel.com

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *