เกาะสีชัง วันเดียวก็เที่ยวได้

ผู้สนับสนุน

วันนี้มีทริปวันเดียวมาแนะนำกันครับ ไม่ต้องมีเวลามาก ไม่ต้องเดินทางไกลๆ เราจะไปกันที่ เกาะสีชัง ชลบุรี ทริปนี้ไปง่ายมาก เราออกจากบ้านเกือบ 8 โมง ใช้เส้นทางมอเตอร์เวย์ แวะกินข้าวเช้าบนมอเตอร์เวย์แหล่ะครับ แพงหน่อยแต่สะดวกดี แล้วก็ออกจากมอเตอร์เวย์ตรงทางออกที่ไปจังหวัดชลบุรี เสียค่าผ่านทางไป 30 บาท

Link. ที่พักเกาะสีชัง | โรงแรมบนเกาะสีชัง

วิ่งเลียบ ถนนสุขุมวิทไปเรื่อยๆ มุ่งหน้าไปทางบางแสน ผ่านแหลมฉบัง ศรีราชา เลี้ยวเข้าเกาะลอย จะมีป้ายบอกไป ท่าเรือเกาะสีชัง เรือไป เกาะสีชัง จะออกทุกชั่วโมงครับ กะเวลาดีๆ จะได้ไม่รอเรือนาน เมื่อถึงเกาะลอยแล้วก็เลือกที่จอดรถได้ตามสบาย ที่จอดมีเยอะมาก ถ้าไปเร็วให้ไปจอดแถวๆ ที่ขายของฝาก มีคนผ่านไปมาตลอด ปลอดภัยไม่ต้องกลัวหาย แต่ถ้าไปสายๆ อาจต้องไปจอดริมทะเล โซนนี้คนไม่ค่อยชอบจอด เนื่องจากลับหูลับตาคน แล้วรถยังโดนละอองทะเล ไม่ว่าจะจอดที่ไหน บนเกาะลอยไม่เสียค่าที่จอดรถนะครับ

เรามาทันขึ้นเรือรอบ 10 โมงพอดี ค่าเรือคนละ 40 บาท เรือข้ามไปเกาะสีชังเที่ยวแรกตอน 6.00 และเที่ยวสุดท้ายตอน 20.00 น. ลักษณะเรือจะเป็นเรือประมงดัดแปลงแบบ 2 ชั้น ชั้นล่างจะเป็นเก้าอี้พลาสติก แถวละ 3 + 3 ที่นั่ง ชั้นล่างจะขึ้นลงสะดวกสุด แต่อุดอู้มาก ที่นั่งเบียดกัน หลังคาต่ำ มืด หน้าต่างก็ต้องปิด ไม่งั้นจะมีคลื่นซัดเข้ามา เปียกหมด ผมเคยนั่งด้านล่างแล้วรู้สึกว่าจะเมาเรือ

ถ้าโชคดีบางรอบก็จะเป็นเรือปรับอากาศ นั่งสบายหน่อย ค่าตั๋วก็จะประมาณคนละ 100 บาท

คราวนี้เลยลองนั่งที่ชั้น 2 ต้องเดินผ่านทางเดินแคบๆ ตรงห้องคนขับเรือ เด็กๆ หรือคนมีอายุ น่ากลัวว่าจะตกลงน้ำไป แต่พอได้ที่นั่งก็โอเคแหล่ะ ลมเย็น อากาศถ่ายเทสะดวก

เรือออกแล้วครับ

ด้านบนเหมือนจะเป็นส่วนของนิคมแหลมฉบัง

ใกล้ถึงแล้ว เห็น เกาะสีชัง อยู่ข้างหน้าแล้ว

เรือใช้เวลาประมาณ 45 นาทีก็มาถึง ท่าเรือเกาะสีชัง

เดินออกมาจากท่าเรือหน่อย ก็จะมีสารพัดบริการมานำเสนอ ตั้งแต่มอเตอร์ไซค์รับจ้าง ให้เช่ามอเตอร์ไซค์ 300 บาท/วัน หรือสกายแลปเที่ยวรอบเกาะ 250 บาท นั่งได้ 4 คน ทุกเจ้าราคาเท่ากันหมดครับ ส่วนตัวแล้วชอบสกายแลป เพราะเราไม่ต้องขับเอง เวลาไปจุดไหน เค้าจะก็อธิบายให้เราฟังถึงความเป็นมา เหมือนเป็นไกด์ให้่เราด้วย ทริปนี้เราได้สกายแลปสาว

ข้อมูลเกาะสีชัง

เกาะสีชังเป็นอำเภอที่เล็กที่สุดในประเทศไทย ตั้งอยู่ในอ่าวไทย มีพื้นที่บนเกาะ 7.9 ตารางกิโลเมตร มีประชากรบนเกาะประมาณ 5 พันคน รอบๆ คนบนเกาะสีชังส่วนใหญ่ประกอบอาชีพประมง และท่องเที่ยว สินค้าขึ้นชื่อบนเกาะสีชังได้แก่ปลาหมึกตากแห้ง

บนเกาะสีชังมีพระจุฑาธุชราชฐาน ซึ่งเป็นพระราชวังบนเกาะแห่งเดียวในประเทศไทย สร้างขึ้นในสมัย ร.5 เป็นที่ประทับแปรพระราชฐานของพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวและพระราชวงศ์ ต่อมาได้เกิดกรณีพิพาทระหว่างไทยและฝรั่งเศส การก่อสร้างพระที่นั่งพระตำหนัก จึงยุติลง

ในปี พ.ศ.2521 จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยได้รับมอบสิทธิการใช้ที่ดินจากกรมธนารักษ์ จัดตั้งสถานีวิจัยวิทยาศาสตร์ทางทะเล พร้อมทั้งดูแลโบราณสถาน โบราณวัตถุให้อยู่ในสภาพที่เป็นประโยชน์ ส่วนพื้นที่ในส่วนพระราชฐาน อยู่ในความดูแลของศูนย์ส่งเสริมวัฒนธรรมแห่งจุฬาฯ โดยดำเนินการปรับปรุงร่วมกับกรมศิลปากร ให้มีสภาพสมบูรณ์ และ สวยงาม

เกาะสีชังมีเกาะ บริวารอยู่ 8 เกาะ ได้แก่ เกาะขามใหญ่, เกาะขามน้อย, เกาะปรง, เกาะร้านดอกไม้, เกาะสัมปันยื้อ, เกาะยายท้าว, เกาะค้างคาว, เกาะท้ายตาหมื่น

ฟังข้อมูลเกาะสีชังคร่าวๆ พอเป็นเกร็ดความรู้ เมื่อพร้อมแล้วก็ขึ้นรถสกายแลปไปเที่ยวกันครับ

จุดที่ 1 เจ้าพ่อเขาใหญ่ และ ศาลเจ้าแม่กวนอิม

สกายแลปพามาเที่ยวจุดแรกที่ เจ้าพ่อเขาใหญ่ ศาลเจ้าแม่กวนอิม และมีวิวสวยๆ ให้ชม

สถานสงเคราะห์คนชราอยู่ระหว่างทางขึ้นไปศาลเจ้าพ่อเขาใหญ่

ขึ้นไปด้านบนจะมีมุมให้ถ่ายรูป มองเห็นทะเล ท่าเรือ หมู่บ้าน

ยังไม่ทันจะเดินมาถึงด้านบน ก็โดนเรียกมาที่จุดนี้่ก่อน ถ้ำนาคราช เทพประทานพร ประทับนาคราช

มุมมหาชนที่ศาลเจ้าพ่อเขาใหญ่ มองเห็นชุมชนเกาะสีชัง และท่าเรือได้ชัดเจน

ถ้ำศาลเจ้าพ่อเขาใหญ่ มีลักษณะเป็นศาลเจ้าแบบจีน ภายในมีศาลเจ้าพ่อเหียเจีย ช่วงตรุษจีนจะมีคนมามากเป็นพิเศษ เนื่องจากเป็นเทศกาลนมัสการเจ้าพ่อเขาใหญ่ เชื่อกันว่าหากผู้ใดมากราบไหว้เจ้าพ่อเขาใหญ่ติดต่อกัน 3 ปี จะได้่โชคลาภ

ข้างๆ กับศาลเจ้า จะมีทางขึ้นไปด้านบนเป็นทางบันไดไปนมัสการ รอยพระพุทธบาท บนไหล่เขา คยาศระ

ป้ายบอกไว้ว่า 268 เมตร ดูแล้วเหมือนจะไม่ไกล

ทางเป็นบันไดเดินขึ้นไปเรื่อยๆ ข้างทางซ้าย ขวา เป็นต้นลั่นทม และก้อนหิน ไม่มีใครมาเลย กว่าจะเดินขึ้นด้านบน เหงื่อแตก หายใจหอบๆ เลย

ถึงแล้วครับ รอยพระพุทธบาทจำลอง สมเด็จพระเจ้าน้องยาเธอ กรมพระยาดำรงราชานุภาพอัญเชิญมาจากตำบลพุทธคยา ประเทศอินเดีย

ไหนๆ ก็มาถึงแล้ว ชมวิว สูดอากาศให้เต็มที่ก่อนลงไปด้านล่าง ด้านบนมีวิวให้ชมพอให้รู้สึกคุ้มค่าที่ขึ้นมา

จุดที่ 2 ช่องเขาขาด หรือสะพานวชิรวุธ

สกายแลปขับรถพาเราไปชมวิวที่ช่องเขาขาด ตั้งใจจะถ่ายป้าย แต่มีกลุ่มนักท่องเที่ยวมาพอดี รอเค้าถ่ายเสร็จไม่ไหว เลยถ่ายมาแบบนี้เลย ติดใครมาก็ขอโทษด้วยนะครับ

ช่องเขาขาดเป็นจุดชมพระอาทิตย์ตกดินที่สวยงามของ เกาะสีชัง

สะพานวชิราวุธ สร้างขึ้นในปี พ.ศ.2542

ถ้าเดินข้ามสะพานวชิราวุธไป จะเป็นแหลมยื่นออกไป สามารถตกปลาได้ครับ เห็นมีคนตกอยู่ 2-3 คน

ในรูปด้านล่าง มีการก่อสร้างจุดชมวิว บางคนก็ว่าทำลายทัศนียภาพ

น้ำทะเลตรงนี้ใส สะอาดดีครับ แต่เล่นน้ำไม่ได้นะ มีหินเต็มไปหมดเลย

มีคนมาตกปลาด้วย

ชมวิวเสร็จก็มาขึ้นรถสกายแลป รถหายไปไหนแล้วไม่รู้ รอได้ซักพักเค้าก็มา มาคราวนี้เรารู้สึกว่าเหมือนหน้าเค้าแก่ขึ้นเยอะเลย นั่งๆ ไปพอสรุปได้ว่า คนที่พาเรามาคนแรกเป็นลูก ส่วนคนที่มาเปลี่ยนใหม่เป็นแม่ แบบนี้ลูกค้างงตายเลย

ถนนบนเกาะสีชัง โล่ง สบายๆ ไม่มีมอเตอร์ไซค์เยอะเหมือนเกาะล้าน ไม่โค้งไม่ชันเหมือนเกาะล้าน สังเกตุว่าถนนที่เกาะสีชังเป็นคอนกรีตไม่ใช่อิฐตัวหนอนเหมือนเกาะล้าน

เราบอกพี่สกายแลปว่า ช่วยแวะศิลาจารึกให้ด้วย (ถ้าไม่บอกจะไม่แวะครับ)

ศิลาจารึกสมัยรัชกาลที่ 5 อยู่ในพื้นที่ของโรงเรียนเกาะสีชัง ข้างสนามฟุตบอล ผมว่าที่ตั้งนี้ไม่เหมาะสม เพราะจะโดนฟุตบอล หรือเด็กๆ มาปีนเล่นได้ พี่สกายแลปบอกกับเราว่าแต่ก่อนที่ตรงนี้ก็เป็นของ ร.5 แล้วยกที่ให้สร้างเป็นโรงเรียน

จุดที่ 3 พระจุฑาธุชราชฐาน พระราชวังบนเกาะ แห่งเดียวในประเทศไทย

ในจุดนี้ต้องใช้เวลาเดินเยอะหน่อย ถ้าจะเดินให้ทั่วน่าจะต้องใช้เวลาซัก 2 ชั่วโมง รถสกายแลปจะส่งเราที่ด้านหน้า ภายในพระจุฑาธุชราชฐาน เราต้องเดินชมเองครับ ที่หน้าทางเข้าจะมีไกด์ รุ่นเด็ก (มัธยม) รออยู่ สามารถใช้บริการได้ครับ น้องเค้าจะพาเที่ยว พร้อมให้ความรู้ในแต่ละสถานที่ ส่วนค่าบริการก็แล้วแต่ศรัทธาครับ ประมาณ 100 – 200 บาท

ถ้าใครสะดวกที่จะเดินชมเอง เค้าก็มีแผนที่ให้ ถ้าไม่มีแผนที่ก็ไปได้ไม่กี่จุด เพราะบางที่ต้องเข้าไปข้างในอีก

ชายหาดเล็กๆ ที่ทางเข้า

มาเกาะสีชังแล้วต้องมาถ่ายรูปที่สะพานอัษฎางค์ เป็นสะพานไม้สีขาว ยื่นไปในทะเล

สะพานอัษฎางค์ พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้สร้างขึ้นด้วยพระราชทรัพย์ส่วนพระองค์ เพื่อเป็นพระราชกุศลเนื่องในโอกาศที่สมเด็จพระเจ้าลูกยาเธอเจ้าฟ้าอัษฏางคเดชาวุธทรงคลายจากอาการพระประชวร ณ เกาะสีชัง ทรงประกอบพระราชพิธีเปิดสะพานเมื่อวันที่ 20 สิงหาคม พ.ศ. 2434

ฐานพระที่นั่งที่เห็นในรูปด้านบนนั้น เป็นฐาน พระที่นั่งมันธาตุรัตนโรจน์ เป็นพระที่นั่งองค์สำคัญในพระจุฑาธุชราชฐาน พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวมีพระบรมราชโองการประกาศสร้าง พระที่นั่งองค์นี้และพระราชฐานพร้อมกันเมื่อวันที่ 10 สิงหาคม พ.ศ. 2435 แต่ในระหว่างก่อสร้างได้เกิดกรณีพิพาทระหว่างไทยและฝรั่งเศส กองทหารฝรั่งเศสได้ขึ้นยึดเกาะสีชัง ทำให้การก่อสร้างต้องหยุดลง

ต่อมาในปี พ.ศ. 2443 จึงได้โปรดเกล้าให้รื้อองค์พระที่นั่งมาสร้าง ณ ข้างอ่างหยกใน พระราชวังดุสิต กรุงเทพมหานคร พระราชทานนามใหม่ว่า “พระที่นั่งวิมานเมฆ

เดินไปเรื่อยๆ ก็เจอกับ เรือนไม้ริมทะเล หรือเรียกอีกชื่อหนึ่งว่า เรือนขนมปังขิง เป็นเรือนไม้สีเขียว ปัจจุบันขายเครื่องดื่มและขนม ให้กับนักท่องเที่ยว และห้องทางด้านซ้ายของเรือนเขียวมีประวัติความเป็นมาของเกาะสีชัง และข้าวของเครื่องใช้ในสมัยก่อนเช่น กลอนประตู, หินลับมีด, เศษเครื่องปั้นดินเผา

เรือนไม้ริมทะเล สร้างขึ้นในสมัยรัชกาลที่ 5 สันนิษฐานว่าน่าจะเป็นเรือนพักตากอากาศของชาวต่างประเทศมาก่อน ต่อมามีการปรับปรุงเป็นที่ประทับแรมชองพระราชวงศ์ในคราวเสร็จมารักษาพระองค์ ก่อนที่จะมีการสร้างพระจุฑาธุชราชฐานใน พ.ศ. 2435

นั่งพักเหนื่อย ดื่มน้ำ ชมวิวทะเล

เก้าอี้ไม้หน้าเรือนไม้ริมทะเล นั่งรับลม ชมวิวทะเล

เรือนวัฒนา

พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้สร้างเป็นอาไศรย์สฐานเมื่อ พ.ศ. 2432 เพื่อเป็นที่พักฟื้นสำหรับชาวไทยและชาวต่างประเทศ ต่อมาใช้เป็นเรือนประทับของพระราชวงศ์ ก่อนจะมีการสร้างพระจุฑาธุชราชฐาน ใน พ.ศ. 2435

ปัจจุบัน ข้างในจัดนิทรรศการ เหตุการณ์สำคัญบนเกาะสีชัง สมัยรัชกาลที่ 5 มีทั้งรูปวาด รูปถ่ายเก่าๆ และรูปปั้นสไตล์ยุโรป

รูปปั้นสไตล์ยุโรป

สวนในพระจุฑาธุชราชฐาน

ในสมัยก่อนนั้นไม่มีโรงกลั่นน้ำจืด ไม่มีประปามาจากฝั่งศรีราชา เลยต้องมีการสร้างบ่อน้ำ เพื่อกักเก็บน้ำฝนไว้ใช้ เราจะเห็นบ่อน้ำหลายบ่อในพระจุฑาธุชราชฐาน

บนเกาะสีชังมีต้นลั่นทม หรือต้นลีลาวดีเยอะมาก บางต้นดูแล้วน่าจะมีอายุถึงร้อยปี ลำต้นจะบิดโค้งสวยงาม ไม่เหมือนกับที่ปลูกตามบ้านอันนั้นกิ่งก้านจะตรงและอวบ

พระบรมรูปรัชกาลที่ 5 มีคนมาไหว้ค่อนข้างเยอะครับ

พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว (ร.5) เสด็จแปรพระราชฐานมาประทับ ณ เกาะสีชัง เป็นเวลานานและบ่อยครั้ง ระหว่างปี พ.ศ. 2431-2435 ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้สร้างสาธารณสถานจำนวนมาก เพื่อเป็นประโยชน์แก่ชาวเกาะสีชัง และผู้มาเยือน เช่นเรือนพักฟื้นผู้ป่วย ประภาคาร สะพาน ถนน บ่อน้ำ โรงเรียน ฯลฯ และทรงพระกรุณาโปรดเกล้าให้สร้าง “พระจุฑาธุชราชฐาน” เพื่อเป็นที่ประทับและทรงงานขณะเสด็จแปรพระราชฐาน

ด้านหน้าเรือนผ่องศรี

ข้างในเรือนผ่องศรี

เรือนผ่องศรี ภายในมีการจัดแสดงนิทรรศการพระราชประวัติและประวัติบุคคลผู้มีบทบาทสำคัญสำคัญเกี่ยวกับเกาะสีชังในอดีต

เรือนอภิรมย์ อยู่ถัดจากเรือนผ่องศรี จัดแสดงนิทรรศการสิ่งปลูกสร้างในสมัยรัชกาลที่ 5

โดยส่วนมากแล้วนักท่องเที่ยวจะชมเพียงเท่านี้ เพราะยิ่งลึกเข้าไปก็ยิ่งไม่มีคน แต่ไหนๆ ก็มาแล้วผมจะพาไปชมต่อด้านในครับ เดินดามทางเดิน 2 ข้างทางเป็นต้นลั่นทม ดึกๆ คงจะดูน่ากลัว วังเวง

เจดีย์เหลี่ยม อยู่ติดกับ ระฆังหิน สาเหตุที่เรียกว่าระฆังหิน เพราะว่าเวลาเอาหินก้อนเล็กไปเคาะจะมีเสียงก้องกังวาน ต่างจากหินธรรมดา ใครอยากพิสูจน์เชิญทดลองได้เลยครับ

ทางเดินตรงนี้เดินสบาย ไม่ขึ้นบันไดเหมือนรอยพระพุทธบาท ที่เดินกันจนเมื่อย เหงื่อแตกไปตามๆ กัน

แล้วแล้วเราก็มาถึงจุดสำคัญ วัดอัษฏางค์นิมิตร

พระเจดีย์อุโบสถวัดอัษฏางคนิมิตร พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวทรงพระกรุณาโปรดเกล้า ให้สร้างขึ้นเมื่อ พ.ศ. 2435 แทนวัดปลายแหลมที่เคยมี ตัวพระอุโบสถเป็นอาคารรูปกลมมีเจดีย์ทรงลังกาซ้อนอยู่ด้านบน ลักษณะที่แปลกของพระเจดีย์คือมีการตกแต่งตามศิลปะแบบโกธิก ตระประตูและหน้าต่างเป็นรูปโค้งยอดแหลม ช่องแสงประดับด้วยกระจกสีเป็นลวดลาย

มาถึงเกาะสีชังแล้ว ถ้าไม่มาถ่ายรูปดอกลั่นทม เหมือนว่ายังมาไม่ถึง

สถานที่สุดท้าย มากันที่หาดถ้ำพัง หาดที่สวยที่สุดบนเกาะสีชัง (ก็แน่ละมีอยู่หาดเดียว) มาพร้อมกับความหิวมาก พี่สกายแลปแนะนำร้านที่พนักงานแต่งชุดสีชมพู อยู่ริมหาดเลย นั่งกินที่เก้าอี้ผ้าใบ มองเห็นวิวทะเล

ด้วยความหิว สั่งแบบไม่เกรงใจใคร

1. ส้มตำปูม้า 35 บาท

2. ยำวุ้นเส้น

3. ต้มยำทะเล

4. หมึกย่าง ประมาณ 4 ตัว 100 บาท

พอกับข้าวมาก็กินกันเลย รสชาติอร่อยครับ กุ้ง หอย ปู ปลา ใส่มาเต็มที่ กินไปได้ 3 คำ ลืมถ่ายรูป เลยต้องหยุดถ่ายรูปมาให้ชมกันเสียก่อน

ต้มยำ กับหมึกย่าง อร่อยจริงๆ

อร่อยจนต้องยกนิ้วให้

ไปกัน 2 คน กับข้าว 4 อย่าง ข้าวเปล่า 2 น้ำเปล่า 1 ขวดใหญ่ น้ำแข็ง 1 กระติก รวมเป็นเงิน 400 บาทพอดี ผมว่าไม่แพงนะ กินกันอิ่มมาก อาหารทะเลทั้งนั้น ปลาหมึกย่างเราก็ทานกันไม่หมดต้องให้เค้าใส่กล่องโฟมเอากลับไปกิน

กับข้าวอร่อย บรรยากาศดี เสียอย่างเดียว แมลงวันเยอะไปหน่อย เอามือปัดกันแทบไม่ทัน

เตียงผ้าใบริมหาดถ้ำพัง

อิ่มกันแล้วก็ไปเดินย่อยอาหารที่ หาดถ้ำพัง น้ำใสใกล้เคียงเกาะล้านเลย สะอาด เหมาะกับการเล่นน้ำมาก หาดถ้ำพังจะมีทั้งหาดทรายและหาดหิน เวลาเล่นน้ำต้องระวังหน่อยครับ

แต่ก็ไม่ค่อยมีคนเล่นน้ำเท่าไหร่นัก

มีเรือพายให้เช่าด้วยครับ

เดินไปเดินมาเจอกับปลาดาว เหมือนว่ายังไม่ตายนะครับ

จาก หาดถ้ำพัง เดินขึ้นเนินมานิดนึงจะเป็นจุดชมวิวมองเห็นวิวหาดทั้งหาด เป็นจุดชมวิวที่สวยมาก มองเห็นหินที่อยู่ใต้น้ำเป็นกลุ่มดำๆ น้ำใสใช้ได้เลยครับ

จากนั้นเราก็โทรเรียกสกายแลปมารับเราจากหาดถ้ำพัง ไปยังท่าเรือ แต่ที่หาดถ้ำพังไม่มีสัญญาณ True เลยบ่นๆ กันว่าโทรไม่ได้ มีแม่ค้าขายไอติม เห็นเราโทรไม่ได้เลยจะให้เรายืมโทรศัพท์โทร คนบนเกาะสีชังใจดี มีน้ำใจครับ สุดท้ายแล้วผมเลยเอามือถือแฟนที่เป็น Dtac โทรเอาแทน ก็โทรได้

รถสกายแลป เกาะสีชัง

รอสกายแลป อยู่ซักพักใหญ่ๆ เลย เค้าก็มา สงสัยรับงานหลายเจ้า ตอนแรกบอกว่าจะพาเราไปซื้อปลาหมึกแห้ง ของขึ้นชื่อเกาะสีชัง แต่คงรีบจัดเลยไม่ได้พาไป เราเอาก็กลัวไม่ทันรอบเรือด้วย เลยปล่อยเลยตามเลย ไปหาซื้อที่เกาะลอยเอาก็ได้

เมื่อถึงท่าเรือเราก็จ่ายค่าเสียหาย 250 บาทให้กับสกายแล๊ป และซื้อตั๋วลงเรือ คนละ 40 บาท ขากลับเรานั่งเรือของ นาวาประทีป (ไฮ้) นั่งตรงชั้นบน นั่งกับพื้นเรือเลย ไม่มีเก้าอี้นั่งเหมือนเรือลำอื่นๆ คนนั่งด้านบนประมาณ 50 คนมีชูชีพแขวนอยู่ 5 ตัว

อยากฝากให้ผู้ประกอบการเอาใจใส่ตรงนี้นิดนึงครับ ถึงความปลอดภัย และความสะดวกของนักท่องเที่ยว ถ้าผู้ให้บริการเรือมีความสะดวกและปลอดภัย นักท่องเที่ยวก็จะมาเที่ยวกันเยอะขึ้นแน่นอน

สรุป ทริปนี้ดีทุกอย่าง ตั้งแต่สกายแลป จุดท่องเที่ยวบนเกาะสีชัง อาหารทะเลริมหาดถ้ำพัง สด อร่อย ราคาไม่แพง แต่ไม่ประทับใจเอาตอนจบ เรือข้ามฟากกลับ ขากลับลมแรงมากครับ ทำให้มีคลื่นลูกใหญ่ น้ำทะเลสาดเข้ามาตลอด ถึงชั้น 2 ของเรือเลย ส่วนชั้นล่างไม่ต้องพูดถึงต้องปิดหน้าต่างอย่างเดียว

สำหรับทริปวันเดียวเที่ยวรอบเกาะสีชัง ขอจบเพียงเท่านี้ครับ :)

งบประมาณ

- ค่าน้ำมันรถ ประมาณ 600 บาท

- ค่าผ่านทางมอเตอร์เวย์ 30+30 บาท

- ค่าเรือไป/กลับ 40 บาท/คน/เที่ยว รวม 2 คน 160 บาท

- ค่าสกายแลปบนเกาะ 250 บาท

- ค่าข้าวกลางวัน 400 บาท

รวมทั้งหมด 1,470 บาท / 2 คน

แผนที่เกาะสีชัง

Link. ที่พักเกาะสีชัง , โรงแรมบนเกาะสีชัง

ชอบบทความนี้ กด +1 ให้กำลังใจเราด้วยครับ

บทความอื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง

11 comments to เกาะสีชัง วันเดียวก็เที่ยวได้

  • lek

    ขอบคุณสำหรับข้อมูลที่ละเอียดมากทำให้การท่องเที่ยวสะดวกได้รับความรู้มากขึ้นด้วย
    แต่สำหรับเรื่องรถรับจ้างรถสกายแลป ที่เราเหมาไปนะ รับงานซ้อนมากไปหน่อย ทำให้เรารอรถกลับมารับในแต่ละจุดนามไปหน่อย นอกนั้นก็ OK หมดคะ

  • MaMiaw

    กำลังหาข้อมูลไปเกาะสีชังอยู่พอดี ขออนุญาตเอาไปเป็น guideline นะคะ ^^

  • k

    ขอบคุณมากค่ะ กำลังจะไปเที่ยวพอดี ได้ข้อมูลเพียบ เที่ยวสนุกแน่นอนค่ะ

  • namfon

    ก็เคยไปมาแล้วแต่เที่ยวไม่หมดตอนนั้นไปกับเพื่อนเอารถไปกัน แต่ตอนนี้กำลังหาข้อมูลเพิ่มพอดีอยากจะไปเที่ยวอีกรอบคราวนี้ต้องเที่ยวให้ทั่วเกาะเลย

  • toommy

    เห็นด้วยกับคุณ Lek ที่รอสกายแลปนานนนนนนนน เชียว!

    อย่างอื่น Ok เลย

    ขอบคุณสำหรับข้อมูลนะคะ
    กำลังหาที่พัก พาแม่ไปพักผ่อน… อากาศดีมากกกกกก
    เคยไปเช้าเย็นกลับแล้ว — ยังไม่ชุ่มปอด
    เลยจะไปอีกรอบ

  • thejazz2009

    ดีเลยครับ ผมว่าจะไปกับเพื่อนๆประมาณ15-20คน พอมีที่พักที่ราคาถูกบ้างมั้ย และขอที่สามารถทำอาหารปิ้งย่างได้พอที่จะมีมั้ยครับ

  • ว้าาาาา

    น้ำทะเลใสจิงๆ คับ ใสกว่าเกาะล้านอีก แต่เสียดายที่ขยะนี่ดิ เต็มไปหมดเลย หาดถ้ำพังแทบเล่นน้ำไม่ได้เลย มีแต่ขยะลอยเต็มหาด จะว่าไปขยะลอยรอบเกาะเลย เสียดายจิง บรรยากาศดีๆเสียหมด

  • ว้าาาาา

    ไปมา 10 – 11 กุมภา 55 นี่แหละ อำเภอสีชังน่าจะจัดการขยะดีกว่านี้ อันนี้ไม่นับรวมกับพวกจิตรกร กับนักดื่ม เศษแก้วเพียบโดยเฉพาะแหลมอัษฎางษ์ ตรงจุดชมวิว(ถ้าจำไม่ผิดนะ) ถ้าเป็นแบบนี้ต่อไปคนไม่มาเที่ยวแหง แต่ต้องยอมรับ บรรยากาศดี สงบ วิวเยอะ เหมาะแก่การถ่ายรูปและพักผ่อน

  • ่jaJA'

    เป็นรีวิวที่เห็นภาพ และรายละเอียดดีมากเลยค่ะ กำลังหาข้อมูลไปเที่ยวค้างคืนเลยค่ะ วันนึงเที่ยวเต็มที่ วันนึงพักผ่อนเต็มที่ก่อนกลับ

    ขอบคุณสำหรับข้อมูลนะคะ

  • jongja

    ขอบคุณข้อมูลดีๆค่ะ ละเอียดมากเลยค่ะ ^^

  • Songkod Jeamoery

    ขอบคุณมากๆเลยค่ะ เล่าได้ละเอียดมากๆ..

Leave a Reply

 

 

 

You can use these HTML tags

<a href="" title=""> <abbr title=""> <acronym title=""> <b> <blockquote cite=""> <cite> <code> <del datetime=""> <em> <i> <q cite=""> <strike> <strong>


× 5 = thirty five