เที่ยวบาหลี ตลาด Sukawati – น้ำตก Tegenungan – Kerta Gosa

ต่อจากตอนที่แล้ว รีวิวเที่ยวบาหลี 7 วัน กับ 21 ที่เที่ยวที่ไม่ควรพลาด 

วันที่เป็นวันที่ 2 ของทริปบาหลี โปรแกรมเที่ยวในวันนี้เริ่มตั้งแต่เวลา 8.45 น. คนขับรถ Ketut จะมารับเราที่โรงแรม แล้วไปเที่ยว 3 ที่ดังนี้

  • ตลาดงานศิลปะ Sukawati Art Market
  • น้ำตก Tegenungan Waterfall
  • Kerta Gosa Hall of Justice

ตอนเย็นก็ไปส่งเราเข้าที่พักในย่าน Ubud เราจัดโปรแกรมเที่ยวแบบเบาๆ จะได้ไม่เหนื่อยมาก

8.45 น. คนขับมารับเราตามเวลานัด วันนี้ตามท้องถนน ประดับไปด้วยผ้าลายธงชาติอินโดนีเซีย สีขาว-แดง เป็นการเตรียมงานเฉลิมฉลองในวันรุ่งขึ้น 17 สิงหาคม Indonesia Independence Day หรือวันที่อินโดนีเซียประกาศเป็นเอกราช หลังจากอยู่ภายใต้การปกครองของเนเธอร์แลนด์มา 300 กว่าปี

ตลาดสุขาวตี Sukawati Art Market

9.40 น. เรามาถึงตลาดสุขาวตี มีชื่อภาษาอินโดว่า “Pasar Seni Sukawati” คำว่า Pasar แปลว่าตลาด (เดาว่ามาจากคำว่า Plaza) และคำว่า Seni แปลว่า งานศิลปะ ที่นี่เป็นตลาดที่ขายสินค้าพวกงานฝีมือ ของฝาก เช่นรูปภาพ ของแฮนด์เมด งานไม้ ผ้าพื้นเมือง เครื่องแต่งกาย เครื่องหอมอะโรมา เป็นสถานที่ที่นักท่องเที่ยวชอบมาซื้อของ

ก่อนที่จะมา เราจินตนาการว่าตลาดสุขาวตี คงใหญ่ และมีของขายคล้ายจตุจักรบ้านเรา แต่ความจริงไม่ใช่แบบนั้นเลย

ตลาดสุขาวตี เป็นอาคาร 2 ชั้น มีของขายทั้งสองฝั่งถนน และรอบๆ ตลาด ในส่วนร้านค้าที่อยู่ชั้น 2 แต่ละร้านไม่ใหญ่มาก วางของแน่น มีที่สำหรับทางเดินนิดเดียว การขายของที่นี่ค่อนข้างฮาร์ดเซล เดินๆ อยู่มีการจับมือดึงเข้าร้าน บรรยากาศรอบตลาดดูเก่า และสกปรก ทั้งเศษขยะ และกระทงที่ใช้ไหว้

คำแนะนำในการซื้อของที่ตลาดสุขาวตี

  1. สินค้าในตลาดมีหลากหลาย ตั้งแต่งานหยาบไปจนถึงงานฝีมือ ราคาก็แปรผันตามคุณภาพ บางอย่างดูไกลๆ สวย พอหยิบมาดู งานหยาบมาก ดังนั้นดูให้ดีก่อนซื้อ
  2. เดินดูของหลายร้าน เปรียบเทียบราคาก่อนซื้อ
  3. ราคาเปิดมักสูงมาก ให้ต่อราคาอย่างน้อยครึ่งนึง เช่นภาพวาด คนขายเปิดราคามา 200,000 IDR ให้ต่อเหลือ 80,000 – 100,000 เมื่อก่อนนิยมต่อราคากันที่ครึ่งนึง แต่ปัจจุบันคนขายจะรู้ว่าคนซื้อต่อราคาครึ่งนึงก็จะบวกราคาเพิ่มไปอีก
  4. ถ้าไม่ได้ราคาที่ต้องการให้ Thank you แล้วเดินออกจากร้าน ถ้าคนขายยอมลดราคาให้เราก็จะวิ่งตามมาบอกเอง

เจอร้านขายภาพวาดเลยลองเข้าไปถามราคาดู

ภาพทุ่งนาสีเหลือง วิวภูเขาในรูปด้านล่าง คนขายเปิดราคามาที่ 400,000 IDR และบอกว่าที่นี่ขายถูก ถ้าเป็น Ubud ขายกันที่ 1 ล้าน ราคานี้ใครเชื่อก็บ้าแล้ว เราต่อไปที่ 120,000 IDR ได้ก็เอา ไม่ได้ก็จะไปแล้ว

ต่อรองอยู่สักพักคนขายไม่ยอมที่ราคา 120,000 IDR เราก็เดินออก พอเดินออกพ้นร้าน ก็วิ่งมาดักหน้า ดักหลัง “โอเค โอเค วันฮันเดรด ทเว้นตี้” เราก็เดินกลับเข้าร้านใหม่

คนขายก็พยายามขายภาพเพิ่ม เป็นภาพตามรูปด้านล่าง ภาพนี้เราว่าสวยกว่าภาพแรก แต่ก็ไม่ได้อยากได้เท่าไหร่ สุดท้ายได้มาในราคา 80,000 IDR

รวม 2 ภาพก็ 120,000+80,000 = 200,000 IDR หรือประมาณ 500 บาท

เราใช้เวลาที่ตลาดสุขาวตีไปประมาณ 30 นาที จากนั้นก็ขึ้นรถไปยังที่ถัดไป น้ำตก Tegenungan Waterfall

นั่งรถมาประมาณ 10 นาทีก็ถึงทางเข้าน้ำตก มีค่าเข้าชมคนละ 15,000 IDR

จากจุดชำระเงินเข้าน้ำตก จะต้องเดินผ่าน ร้านขายของ และลงบันไดยาวไปยังน้ำตก ระยะทางประมาณ 10 นาทีได้

มีวิวสวยๆ ต้นไม้เขียวๆ ให้ชมตลอดทาง

เดินไปไม่ไกลก็เจอจุดชมวิว เห็นน้ำตกอยู่ลิบๆ

น้ำตก Tegenungan Waterfall

เป็นน้ำตกที่ได้รับความนิยมจากนักท่องเที่ยวมากที่สุด เนื่องจากไม่ไกลจากตลาดสุขาวตีและเมือง Ubud ตัวน้ำตกจะอยู่กลางป่า มีน้ำตกไหลมาจากเหวด้านบน ตัวน้ำตกไม่สูงมาก สามารถเล่นน้ำที่ด้านล่างได้ แต่น้ำจะมีสีขุ่นเนื่องจากมีตะกอนของดินอยู่ในน้ำด้วย

ความสูงของน้ำตก ดูด้วยสายตาประมาณตึก 3-4 ชั้น มีบันไดขึ้นไปยังด้านบน น้ำที่ไหลจากน้ำตกจะมารวมเป็นแม่น้ำสายเล็กๆ มีทางออกสู่ทะเล ถ้าดูจาก Google map จะเป็นว่าบาหลีมีคลองเล็กๆ วางตัวในแนวเหนือ – ใต้ ทั่วทั้งเกาะ บาหลีจึงมีพื้นที่สีเขียวเยอะมาก

บริเวณริมน้ำ มีการเรียงก้อนหินเป็นชั้นสูงๆ

ศาลเจ้าเล็กๆ ริมน้ำตก

ช่วงหลัง 10 โมง มีคนมาเที่ยวน้ำตกมากขึ้น ก็เป็นเวลาที่เราจะกลับพอดี รวมแล้วใช้เวลาที่น้ำตกประมาณ 50 นาที

ยังไม่ทันเที่ยงเราก็เก็บที่เที่ยวได้ 2/3 ที่ สงสัยวันนี้จะมีเวลาเหลือไปเดินเล่นแถวๆ ที่พักใน Ubud

นั่งรถไปอีก 50 นาทีก็ถึงที่เที่ยวสุดท้ายของวันนี้ Kerta Gosa Hall of Justice

Kerta Gosa Hall of Justice

เป็นสถานที่สำคัญทางประวัติศาสตร์ของบาหลี ตั้งอยู่ในเขต Semarapura ในอดีตเป็นที่ตั้งของอาณาจักร Klungkung ที่เคยรุ่งเรือง และล่มสลายไปในปี ค.ศ. 1908 เนื่องจากมีชาวดัตช์ (เนเธอร์แลนด์) มารุกราน เผาเมืองและพระราชวัง

สิ่งที่น่าสนใจใน Kerta Gosa มีอยู่ 3 อย่าง เสียค่าเข้าชมคนละ 12,000 IDR เข้าชมได้ทั้ง 3 อย่างเลย

  1. Bale Kambang ศาลากลางน้ำ
  2. Kerta Gosa ศาลาสไตล์บาหลี ไว้รับรองแขกบ้านแขกเมือง (ในอดีต)
  3. พิพิธภัณฑ์ Semarajaya

การเข้าชมใน Kerta Gosa ไม่จำเป็นต้องนุ่งโสร่ง แต่งชุดธรรมดาเข้าได้เลย

Bale Kambang มีลักษณะเป็นศาลากลางน้ำ มีกำแพงรอบ สามารถเข้าได้ทางเดียว บริเวณรอบๆ เป็นสระบัว ภายในมีภาพวาดการต่อสู้กับมาร และสิ่งชั่วร้าย

ภาพวาดใน Bale Kambang

Kerta Gosa เป็นศาลาอีกหลังอยู่ติดถนน เป็นสถานที่รับรองแขกบ้านแขกเมือง ด้านในมีภาพวาดสไตล์ Kamasan (หมู่บ้านแหล่งวัฒนธรรมของบาหลี) ซึ่งมีความเกี่ยวข้องกับศาสนาฮินดู

รูปบน Kerta Gosa

ภาพวาดบนเพดานเป็นภาพที่ทำขึ้นใหม่ในปี ค.ศ. 1930 แทนของเดิมที่เลือนหายไปตามเวลา เป็นเรื่องราวการเกิด แก่ เจ็บตาย และเส้นทางสู่นิพพาน

โต๊ะ – เก้าอี้ ที่อยู่บนศาลา Kerta Gosa  ไว้ต้อนรับแขกบ้าน แขกเมือง คิดว่าตัวนี้น่าจะเป็นตัวจำลอง ส่วนของจริงอยู่ในพิพิธภัณฑ์

ไกด์บางคนก็จะอธิบายเรื่องราวความเป็นมา และรายละเอียด ส่วนไกด์ (คนขับ) ของเราจะไม่เดินตามเรา เค้าจะรอที่รถ

ประตูเก่าพระราชวัง Klungkung

ติดกับ Bale Kambang เป็นพิพิธภัณฑ์ Semarajaya ภายในมีประวัติความเป็นมาของอาณาจักร Klungkung ของใช้ในอดีต รูปภาพสำคัญ

พิพิธภัณฑ์จะปิดช่วงพักเที่ยง ควรมาก่อนหรือหลังเวลานี้

ฝั่งตรงข้ามพิพิธภัณฑ์ Semarajaya เป็นที่ตั้งของอนุสาวรีย์ Momument Puputan Klungkung 

คำว่า “Puputan” ในภาษาบาหลีแปลว่าการฆ่าตัวตายหมู่ เพื่อเป็นการรักษาเกียรติตัวเอง มีเหตุการณ์ Puputan อยู่หลายครั้งในบาหลี ส่วนมากเป็นเหตุการณ์การต่อสู้กับชาวดัตช์ เมื่อกองกำลังของบาหลีสู้ไม่ได้ จึงยอมปลิดชีพตัวเอง

เหตุการณ์ 1908 Klungkung puputan

ชาวบาหลีได้ต่อต้านการนำฝิ่นเข้ามาของชาวดัตช์ โดยมีราชาของเมือง Karangasem เป็นแกนนำต่อต้าน มีการจราจล เหตุการณ์ได้บานปลายเมื่อชาวบาหลีได้ฆ่าผู้แทนนำเข้าฝิ่น ดัตช์ส่งกองทัพเข้ามาปราบ ไล่มาจนถึงเมือง Klungkung

ในวันที่ 18 เมษายน ค.ศ. 1908 Dewa Agung Jambe ราชาเมือง Klungung และกองกำลัง 200 ได้จบชีวิตลงด้วยการปลิดชีพตัวเอง ดัตช์ได้เผาวัง Klungkung Palace หลังจากนั้นเมือง Klungkung ก็กลายเป็นรัฐในอารักขาของดัตช์

12.30 น. โปรแกรมเที่ยววันนี้หมดลงแล้ว เราจะให้คนขับพาไปร้านอาหาร และกลับที่พัก Ubud

ทานข้าวกลางวัน

จากประสบการณ์เที่ยวบาหลีในครั้งที่แล้ว เรารู้สึกว่าร้านอาหารแต่ละร้านที่คนขับพามามักจะมีราคาสูง และจะเป็นร้านสำหรับนักท่องเที่ยวเท่านั้น ไม่มีชาวอินโด ชาวบาหลีมาทานเลย เราก็พอเดาๆ ได้ ว่าคนขับคงได้ประโยชน์จากการที่พานักท่องเที่ยวเข้ามา

ด้วยค่ารถต่อวันที่ราคาไม่แพงมาก ก็พอจะรับได้ถ้าคนขับจะพาไปกินแพงวันละมื้อ

ต้องเลี้ยงข้าวคนขับด้วยไหม? โดยปกติแล้วคนขับเค้าจะจัดการอาหารกลางวันของเค้าเอง ถึงเราชวนเค้าทานด้วยเค้าก็ไม่ทาน

มื้อกลางวันคนขับพามาทานที่ร้าน Sawah Indah Resto Ubud-Bali ร้านนี้บรรยากาศดี อยู่ติดกับทุ่งนา ตกแต่งสไตล์บาหลี มีที่นั่งเป็นศาลาเล็กๆ หลายศาลา

วิวทุ่งนาติดกับร้านอาหาร

วิวคล้ายต่างจังหวัดบ้านเรา

เราสั่งข้าวมาคนละจาน พร้อมชามะนาวคนละแก้ว

ในการสั่งอาหารเรามักจะพบคำ 2 คำบ่อยๆ ได้แก่ Ayam และ Nasi คำว่า “Ayam” แปลว่า “ไก่” ส่วนคำว่า “Nasi” แปลว่าข้าว ทั้งสองคำนี้เป็นภาษาอินโดนีเซีย และมาเลเซีย

Mie goreng ayam อาหารอินโดนีเซีย คล้ายๆ ผัดหมี่ แต่ปรุงรสแบบอินโดนีเซีย จานนี้ 60,000 IDR หรือ ประมาณ 150 บาท

จานนี้ Nasi Goreng Ayam เป็นเมนูยอดฮิตของบาหลี ฮิตในที่นี้หมายถึงเป็นเมนูที่ไม่รู้ว่าจะกินอะไรก็จะสั่งเมนูนี้ ลักษณะเป็นข้าวผัดไก่ มีไข่ดาว ไก่ 1 ไม้ และข้าวเกรียบ ราคา 60,000 IDR

ราคาจานละประมาณ 150 บาท ไก่ให้มาน้อย ไม่สมกับราคา รสชาติไม่ค่อยถูกปากเท่าไหร่ บรรยากาศพอได้ วิวเหมือนต่างจังหวัดบ้านเรา

ราคาอาหารมื้อนี้

  • Mie goreng ayam 60,000 IDR
  • Nasi Goreng Ayam 60,000 IDR
  • ชามะนาว 20,000 x2 = 40,000 IDR
  • Vat 10% = 16,000 IDR

รวมค่าอาหาร 176,000 IDR หรือประมาณ 440 บาท

กินข้าวเสร็จก็กลับที่พัก ที่พักของเราในคืนนี้มีชื่อว่า TUNJUNG MAS BUNGALOWS อยู่ในย่าน Ubud ใกล้ร้านอาหารชื่อดัง Dirty duck

14:50 น. เราก็มาถึงที่พัก จ่ายค่ารถให้ Ketut 500,000 IDR ส่วนทิปจะรวมให้ในวันสุดท้าย

ข้อมูลที่พัก TUNJUNG MAS BUNGALOWS

เป็นที่พักระดับ 3 ดาว อยู่ใจกลางเมือง Ubud บรรยากาศร่มรื่น ตกแต่งสไตล์บาหลี มีห้องพัก 3 แบบ ได้แก่ Standard, Superia และ Deluxe มีอาหารเช้าให้ ทำเลอยู่ใกล้ร้านอาหาร ร้านสะดวกซื้อ

ราคาที่พักค่อนข้างถูก เราพักห้อง Standard ในช่วงไฮซีซั่น 2 คืน ค่าที่พักเฉลี่ยคืนละ 1,368 บาท เท่านั้น

การจองที่พัก สามารถจองกับเวบจองโรงแรม Agoda, Booking หรือจองตรงกับโรงแรมก็ได้ ส่วนเราจองกับ Agoda เพราะราคาไม่แพง คุ้นเคยกับการจอง และเชื่อใจได้

การเช็คอิน เพียงบอกชื่อ + ให้ Passport กับพนักงาน และเซ็นชื่อนิดหน่อย ก็เรียบร้อยแล้ว โรงแรมนี้ไม่มีค่ามัดจำกุญแจ และจากที่เคยพักโรงแรมในบาหลี ก็ไม่เคยเจอโรงแรมเรียกมัดจำ

Welcome Drink เป็นชามะนาว

ครั้งนี้เป็นครั้งที่สองที่มาพัก TUNJUNG MAS BUNGALOWS ชอบในบรรยากาศ ทำเล และราคาที่ไม่แพง

เช็คอินเสร็จพนักงานก็พาเรามาส่งที่ห้อง อย่าลืมเตรียมทิปให้เรียบร้อย โดยส่วนมากทิปในการยกกระเป๋ามาส่งที่ห้องมักจะให้ประมาณ 10,000 – 20,000 IDR

ผ่านสระว่ายน้ำ และสวน

รีสอร์ทนี้ค่อนข้างยาว พื้นที่สวนเยอะ

สระว่ายน้ำ สร้างได้กลมกลืนกับสวน ปูกระเบื้องเป็นลายตาราง (สไตล์บาหลี)

ห้องพักอยู่ที่ชั้น 2 ห้องดูเก่าไปนิดนึง กว้างกำลังดี ความสะอาดโดยรวมก็ใช้ได้

ในห้องมี TV ตู้เย็น น้ำดื่มให้วันละ 2 ขวด ผ้าเช็ดตัว หมวกอาบน้ำ สบู่ ยาสระผมมีให้ครบ

ห้องน้ำดูเก่า แต่ก็สะอาดใช้ได้

มื้อเย็นนี้เราเดินหาอาหาร Local ทาน ซึ่งหาค่อนข้างยาก เพราะส่วนมากเป็นร้านสำหรับนักท่องเที่ยว เคยอ่านใน Pantip มาว่า มาบาหลีต้องลองทานสะเต๊ะ

เราเดินออกจากรีสอร์ทประมาณ 10 นาทีก็เห็นร้านรถเข็น มีของกินขายหลายอย่าง เช่น ก๋วยเตี๋ยว ไก่ทอด ข้าว น้ำผลไม้ และยังมีสะเต๊ะที่เราหาอยู่ด้วย

ราคาสะเต๊ะเนื้อ 10 ไม้ 20,000 IDR หรือประมาณ 50 บาท เราจัดมา 10 ไม้ ไม่กล้าซื้อเยอะกลัวทานไม่เป็น ซื้อเสร็จแล้วจะทานตรงนั้นเลยหรือเอากลับมาทานที่โรงแรมก็ได้

ข้างๆ ร้านสะเต๊ะเป็นร้านไก่ทอด ข้าวไก่ทอดราคากล่องละ 12000 IDR (ประมาณ 30 บาท) เป็นราคาที่ค่อนข้างถูก

สะเต๊ะสีดูคล้ำกว่าบ้านเรา ลองชิมแล้วคล้ายหมูสะเต๊ะบ้านเราเลย แต่ไม่มีน้ำจิ้มอาจาด ส่วนข้าวไก่ทอดก็อร่อย แต่ข้าวเกรดต่ำไปหน่อย มีเม็ดดำๆ ปนมา สรุปว่ามื้อนี้อิ่ม อร่อยในราคาเบาๆ คนละ 55 บาทเท่านั้น

วันพรุ่งนี้เรามีโปรแกรมไปเที่ยว นาข้าวขั้นบันได Jitiluwit, ตลาดผลไม้ Candi Kuning Fruit Market, Pura Ulun Danu Bratan และ Sangeh Bali Monkey Forest สนใจตามไปเที่ยว อ่านรีวิวในตอนต่อไปครับ

Post Views 68

กระเป๋าใส่ Passportเครื่องชั่งน้ำหนักกระเป๋าเดินทาง

admin

นักเขียนประจำ emagtravel.com

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *