รีวิวเที่ยวไต้หวัน 6 วัน ไทเป ทะเลสาบสุริยันจันทรา เย่หลิว

ไต้หวัน ในตอนแรกที่ผมรู้จักเป็นประเทศแห่งอิเล็กทรอนิคส์ หลอดไฟ LED และสินค้า IT Computer หลายแบรนด์ เช่น Asus, Acer, Gigabyte, MSI, HTC ฯลฯ มุมมองอื่นของไต้หวัน เช่นเรื่องการท่องเที่ยว วัฒนธรรม บอกตามตรงเลยว่าไม่รู้เลย

จนเมื่อ 2-3 ปีที่ผ่านมา มีสายการบิน Low cost ไปไต้หวันมากขึ้น มีรีวิวไต้หวันใน Pantip ทำให้ได้รู้ว่ามีสถานที่ท่องเที่ยวหลายแห่ง สามารถไปเที่ยวเองได้ สะดวก ปลอดภัย และผู้คนเป็นมิตร เราเริ่มสนใจที่จะไปเที่ยวไต้หวัน รอเพียงตั๋วเครื่องบินที่ราคาไม่แพง ออกโปรฯ มาเมื่อไหร่ ก็พร้อมที่จะจองทันที

สายการบินไปไต้หวัน (บินตรง)

  • V Air มีเที่ยวบินทุกวัน จากกรุงเทพฯ (ดอนเมือง) – ไทเป และ เชียงใหม่ – ไทเป เครื่องบินใหม่ ที่นั่งกว้างกว่า Low cost ทั่วไป พนักงานบริการดีมาก ราคาไม่แพง มีข้อเสียอยู่เรื่องเดียวเวลาไม่ค่อยดี 1 ขา เช่นถึงไทเปดึก หรือ ออกจากไทเปแต่เช้า ส่วนมากจะแก้ปัญหาด้วยการนอนค้างที่สนามบิน (ข้อมูลล่าสุด V Air ให้บริการถึง 30 กันยายน 2559 เท่านั้น และจะมีสายการบิน TransAsia Airways มาให้บริการแทนในเส้นทาง เชียงใหม่-ไทเป, ไทเป-เชียงใหม่)
  • Tigerair มีเที่ยวบินทุกวัน วันละ 2-3 เที่ยวบินจากกรุงเทพฯ (ดอนเมือง) – ไทเป สามารถเลือกเวลาบินได้ตามต้องการ
  • Evaair มีเที่ยวบินทุกวัน เวลาไม่ค่อยดีสำหรับคนไทย แต่ดีสำหรับคนไต้หวัน
  • การบินไทย มีเที่ยวบินทุกวัน วันละ 2 เที่ยวบินจากกรุงเทพฯ (สุวรรณภูมิ) – ไทเป เวลาบินค่อนข้างดี มีให้เลือกระหว่าง บินเช้า กับบินดึก

รออยู่ไม่นาน สายการบิน V Air ก็ปล่อยโปรฯ ช่วงฤดูร้อนไปไต้หวันในราคา 4,304 บาท เส้นทางบินตรง เชียงใหม่ – ไทเป (เถาหยวน) ราคานี้ไม่รวมถึงการโหลดกระเป๋า และ อาหารบนเครื่อง แต่ก็ยังถือว่าถูกอยู่ดี เรารีบทำการจองตั๋วช่วงปลายเดือนเมษายน เป็นช่วงเริ่มต้นของฤดูร้อนในไต้หวัน อากาศจะไม่ร้อนมาก

แนะนำผู้เดินทางด้วยสายการบิน V Air ขาไปไม่จำเป็นต้องซื้อน้ำหนักโหลดกระเป๋า สายการบินให้ถือขึ้นเครื่องได้คนละ 10 กิโลกรัม ส่วนขากลับเลือกซื้อน้ำหนักตามความเหมาะสม โดยซื้อกระเป๋าที่จะโหลดที่ไต้หวันเลย กระเป๋าผ้าเริ่มต้นที่ 200 TWD และกระเป๋าล้อลาก 20-22 นิ้ว เริ่มต้นที่ 800 TWD

ค่าตั๋วเครื่องบินคนละ 4,304 บาท เส้นทางบินตรง เชียงใหม่ – ไทเป (เถาหยวน)

จองที่พัก

ใบจองโรงแรมจะต้องใช้ในการยื่นวีซ่าไต้หวัน ควรจองโรงแรมก่อนวันเดือนทางอย่างน้อย 30 วัน ที่พักควรเลือกแบบจองแล้วยกเลิกได้ เผื่อมีปัญหาเรื่องการทำวีซ่า เราเลือกจองกับ agoda มองหาข้อความ “ฟรีค่าธรรมเนียมการยกเลิก!”

Link. ค้นหาโรงแรมในไทเป หลายโรงแรมยกเลิกได้ฟรี

ทำเลที่พักในไทเป แนะนำที่พักใกล้สถานี Taipei main station หรือ Ximen เป็นใจกลางเมือง ปลอดภัย สะดวกในการเดินทาง

ในรีวิวนี้เราพักที่โรงแรมแชร์แมน โฮเต็ล (Chair Man Hotel) อยู่ระหว่างสถานี Taipei main station หรือ Ximen ห้อง Double ค่าที่พักเฉลี่ยคืนละ 2,026 บาท

วีซ่าไต้หวัน (เดินทางตั้งแต่วันที่ 1 สิงหาคม 2559 ไม่ต้องทำวีซ่าแล้ว ทางการไต้หวันประกาศฟรีวีซ่าให้กับคนไทย อยู่ได้ 30 วัน)

จองตั๋วเครื่องบิน + ที่พัก เสร็จแล้ว ก็เตรียมตัวทำ VISA กันต่อ วีซ่าไต้หวันผ่านค่อนข้างง่ายครับ เอกสารครบ + เงินในบัญชีไม่น้อยกว่า 30,000 บาท ผ่านแน่นอน ผู้ที่เป็นมนุษย์เงินเดือน นักศึกษา ใช้เอกสารไม่เยอะ ส่วนเจ้าของกิจการ ฟรีแลนซ์ ต้องมีเอกสารเยอะกว่า และต้องทำจดหมายแนะนำตัวเองเป็นภาษาอังกฤษ

การยื่นวีซ่าสามารถยื่นเองได้ที่กรุงเทพฯ หรือจะฝาก จะจ้างคนอื่นยื่นแทนก็ได้ ค่าวีซ่าเล่มละ 1,700 บาท (ราคาปรับใหม่ปี 2559) ข้อมูลการทำวีซ่าไต้หวัน มีรายละเอียดค่อนข้างมาก ขอแยกเนื้อหาไปอีกบทความนะครับ

สำหรับผมจ้างคนไปยื่นให้ครับเล่มละ 500 + ค่าวีซ่าเล่มละ 1,500 บาท (ราคาเก่า ต้นปี 2559) รอไม่ถึงสัปดาห์วีซ่าไต้หวันก็ส่งมาถึงบ้าน วีซ่าจะเป็นสติกเกอร์แปะไว้ใน Passport สีและรายละเอียดวีซ่าคล้ายกับพิมพ์ด้วยเครื่อง Printer inkjet ต่างกับวีซ่ายุโรปที่ค่อนข้างละเอียด และสวยงามกว่า

แต่ก็ไม่ใช่ว่าจะทำปลอมกันได้ง่ายๆ นะครับ พวกตราสัญลักษณ์ ตัวนูน ต้องส่องด้วยแว่นขยายถึงจะเห็นรายละเอียด

Link. ข้อมูลยื่น VISA ไต้หวัน อย่างละเอียด อัพเดทล่าสุด 2559 เอกสารครบครั้งเดียวผ่าน

เงินไต้หวัน

เสร็จจากเรื่องวีซ่าก็เป็นเรื่องเงิน ไต้หวันใช้เงินดอลลาร์ไต้หวันใหม่ (New Taiwan dollar) ตัวย่อ TWD หรือ NT มีอัตราแลกเปลี่ยนอยู่ที่ 1 TWD : 1.09 THB (อัตราแลกเปลี่ยนเดือนเมษายน 2559) เวลาซื้อของที่ไต้หวันอาจจะแปลงเงินแบบคร่าวๆ เท่ากับเงินบาทเลย แนะนำว่าควรแลกเงินไต้หวันกับร้านแลกเงินเท่านั้น เช่น ในกรุงเทพฯ ก็แลก Superrich ในเชียงใหม่ก็ ร้านสากลการค้า (ต้องโทรไปจองก่อน) ตามธนาคารไม่ควรไปแลกเพราะจะขาดทุนอัตราแลกเปลี่ยนอย่างมาก

ธนบัตรมีมูลค่าใบละ 1,000 500 และ 100 TWD ส่วนเหรียญมีมูลค่า 50, 10, 5, 1 TWD

แลกเงินไปไต้หวันเท่าไหร่

ทริปนี้มี 6 วัน 5 คืน เราแลกเงินไปคนละ 11,500 TWD สำหรับกิน + เดินทาง + ชอปปิ้ง จบทริปมีเงินเหลืออีก 3,500 TWD ท่านที่เดินทางแตกต่างจากนี้บวกลบ เพิ่มเติมเอาเลยนะครับ

  • ค่าอาหารในไทเป มื้อละ 65 – 200 TWD
  • น้ำดื่ม 500-600 ml ขวดละ 8-20 TWD
  • ค่าเดินทางในเมืองไทเป เที่ยวละ 20-50 TWD ใกล้เคียงกับรถไฟฟ้าบ้านเรา

ไปไต้หวันเดือนไหนดี

  • กุมภาพันธ์ – เมษายน (ฤดูใบไม้ผลิ)
    อากาศเย็นสบาย อุณหภูมิประมาณ 12 – 20 องศา
  • พฤษภาคม – สิงหาคม (ฤดูร้อน)
    อุณหภูมิสูงสุดประมาณ 38 องศา ฤดูนี้มีฝนตกมากที่สุด
  • ธันวาคม – มกราคม (ฤดูหนาว)
    อุณหภูมิต่ำสุดประมาณ 10 องศา บนภูเขาสูงอาจมีหิมะตก
  • กันยายน – พฤศจิกายน (ฤดูใบไม้ร่วง)
    เดือนกันยายนมีฝนตกบ่อย และจะลดลงมากตั้งแต่เดือนตุลาคม ช่วงเดือนพฤศจิกายน อากาศเริ่มเย็น

เที่ยวไต้หวัน 4-6 วันไปไหนได้บ้าง

นับวันตามปฏิทิน เราอยู่ไต้หวัน 6 วัน แต่ถ้าตัดเวลาเดินทางไปสนามบิน เวลานั่งเครื่อง ก็จะเหลือเวลา 4 วันครึ่ง เราวางแผนไว้หลวมๆ ตามนี้ ถ้าไม่เจอฝนก็ไปได้หมด แต่ถ้าฝนตกก็ต้องตัดออก

  • วันที่ 1 : เดินทาง เชียงใหม่ – ไทเป
  • วันที่ 2 : เที่ยวในไทเป บ่อน้ำร้อนเป่ยโถว (Beitou hot springs), วัดหลงซาน (longshan)
  • วันที่ 3 : ทะเลสาบสุริยันจันทรา (Sun Moon Lake) ตลาดกลางคืนซีเหมินติง (Ximending)
  • วันที่ 4 : เย่หลิว (Yehliu Geopark), จิวเฟิ่น (Jioufen)
  • วันที่ 5 : อนุสรณ์สถานเจียงไคเชค (Chiang Kai Shek Memorial Hall), อนุสรณ์สถานซุนยัทเซน (Sun Yat-sen Memorial Hall), ตึก Taipei 101, ตลาดกลางคืนซือหลิน (Shilin)
  • วันที่ 6 : Huashan 1914 Creative Park เดินทางกลับเชียงใหม่

สิ่งของที่ต้องเตรียมไปไต้หวัน

ปลั๊กไฟไต้หวัน

เครื่องชั่งน้ำหนักกระเป๋าเดินทาง 250 บาท

  • Universal plug adapter ไต้หวันใช้ระบบไฟฟ้า 110VAC อุปกรณ์ไฟฟ้าที่ซื้อในไทยส่วนมากจะใช้งานได้ 110-220VAC อยู่แล้ว ที่จะมีปัญหาก็คือรูปลั๊กแบบขาแบน อาจจะใช้ไม่ได้กับที่ชาร์จกล้องซึ่งส่วนมากจะเป็นแบบรูกลม ดังนั้นควรเตรียม Universal plug adapter ติดตัวไปด้วย
  • เครื่องชั่งน้ำหนักกระเป๋าเดินทาง ไว้ชั่งน้ำหนักสัมภาระถือขึ้นเครื่อง และสัมภาระโหลด ไม่ให้เกินที่สายการบินกำหนด แนะนำให้หาซื้อติดตัวไว้ใช้กัน อันละ 250 บาท เท่านั้น
  • ร่ม – เสื้อกันฝน ไต้หวันฝนตกบ่อยตลอดทั้งปีจำเป็นต้องพกติดตัวไปด้วย
  • ถุงผ้า ร้านค้าส่วนมากไม่มีถุงพลาสติกใส่ของให้ฟรี ต้องเสียเงินเพิ่มต่างหาก แนะนำว่าควรเตรียมถุงผ้าเวลาไปซื้อของ
  • เสื้อกันหนาว – เสื้อขนเป็ด สำหรับผู้นอนในสนามบิน ตอนกลางคืนแอร์ในสนามบินเถาหยวนหนาวมาก

แผนที่ไต้หวัน – แผนที่รถไฟในไทเป

เราใช้ Google map ในโทรศัพท์มือถือ ในการนำทางไปยังที่ต่างๆ (จำเป็นต้องมีอินเตอร์เนตซิม) นอกจากนี้ก็มีแผนที่รถไฟในไทเปไว้ดูเส้นทางรถไฟในไทเป สามารถ Download แผนที่รถไฟได้ที่ english.metro.taipei

ข้อมูลไต้หวัน

เพื่อให้การไปเที่ยว เป็นหนึ่งในการเรียนรู้ ขอนำเสนอข้อมูลที่น่าสนใจของไต้หวัน ให้อ่านกันแบบคร่าวๆ ให้รู้ความเป็นมา ของไต้หวัน

ไต้หวันเป็นเกาะไม่ใหญ่ มีพื้นที่ 35,980 ตร.กม หรือประมาณจังหวัดเชียงใหม่ กับ อุบลราชธานีรวมกัน ที่ตั้งของไต้หวันอยู่เหนือประเทศฟิลิปปินส์ และอยู่ทางขวาของประเทศจีน

ชื่ออย่างเป็นทางการของไต้หวันคือ Republic of China : ROC ไต้หวันในวันนี้มีการปกครองแบบประชาธิปไตย มี Passport ของตัวเอง มีสกุลเงินของตัวเอง มีเศรษฐกิจของตัวเอง แต่ไม่ได้ถือว่าเป็นประเทศเนื่องจากว่าไม่ได้รับการยอมรับจากสหประชาชาติ

ส่วนสาเหตุที่ทำไมไต้หวันถึงไม่ได้รับการยอมรับว่าเป็นประเทศจากสหประชาชาติ คงต้องย้อนกลับไปช่วง ค.ศ.1911-1949 ตอนนั้นจีน แบ่งออกเป็น 2 ฝั่ง ได้แก่ฝั่งคอมมิวนิสต์ มีเหมา เจ๋อตุง เป็นหัวหน้าพรรค และ ฝั่งประชาธิปไตย มีพรรคก๊กมินตั๋ง ดร. ซุน ยัตเซน – เจียง ไคเชก เป็นผู้นำ

จีน 2 ฝั่งได้ทำการสู้รบกันเอง สุดท้ายแล้วฝั่งประชาธิปไตย เป็นผู้แพ้ จึงได้หนีจากจีนแผ่นดินใหญ่มาตั้งหลักที่ไต้หวัน หลังจากนั้นจีนแผ่นดินใหญ่ภายใต้การนำของเติ้ง เสี่ยวผิง ก็พัฒนาประเทศจีนให้ก้าวหน้าอย่างรวมเร็ว จนกลายเป็นประเทศใหญ่ที่มีอิทธิพลมากต่อเวทีโลก

จีนแผ่นดินใหญ่ ได้กดดันนานาประเทศไม่ให้ยอมรับว่าไต้หวันเป็นประเทศ ส่วนไต้หวันเองก็อ้างกลับว่าจีนแผ่นดินใหญ่ก็คือ Republic of China จากการที่ไต้หวันไม่ใช่ประเทศทุกวันนี้ไต้หวันจึงไม่สามารถยกระดับความสัมพันธ์ทางการทูตกับประเทศอื่นๆ ได้ แต่ก็มีความสัมพันธ์ทางด้านเศรษฐกิจ การค้าขายแทน และได้จัดตั้งสำนักงานเศรษฐกิจและวัฒนธรรมไทเป (Taipei Economic and Cultural Office in Thailand) แทนสถานทูต


เมื่อทุกอย่างพร้อมแล้ว เราก็รอเพียงวันเดินทางที่จะมาถึง ระหว่างนั้นก็อ่านรีวิวรอ ทำแผนการเดินทางสถานที่ที่จะไป แผน 1 และแผนสำรองเผื่อฝนตก

เดินทางไปไต้หวันกับ V Air

วันเดินทางเราโทรเรียก Taxi จากสนามบินเชียงใหม่มารับที่บ้าน ระยะทางไกลจากสนามบินเกือบ 20 กิโลเมตร ค่ารถ 500 บาท เรียกหลัง 4 โมงเย็น 50 บาท รวมเป็น 550 บาท (จะแพงไปถึงไหนกัน)

เที่ยวบินวันนี้คืน ZV010 ออกจากสนามบินเชียงใหม่ตอน 20:00 น. และถึงสนามบินเถาหยวน ไทเป 00:45 น. (ตามเวลาท้องถิ่นของไต้หวัน) เราไปเช็คอินที่สนามบินตอน 17:30 น. เป็นผู้โดยสารชุดแรกๆ ที่เช็คอิน เค้าน์เตอร์ของ V Air มีรูปหมีอยู่ที่หน้าจอเห็นเด่นชัด

การเช็คอินจะต้องใช้ Passport และแสดงตั๋วขากลับด้วย สัมภาระถือขึ้นเครื่องจะต้องติด Tag ทุกชื้น

Tag สัมภาระถือขึ้นเครื่อง

Boarding Pass V Air ZV10

มื้อเย็นเราฝากท้องที่ร้านอาหารในสนามบินเชียงใหม่ ชื่อร้านข้าวซอย ร้านนี้จะโดดเด่นเรื่องข้าวซอย

ทานข้าวเสร็จต่อแถวเข้า ตม. ใช้เวลานานมาก มีแถวสำหรับคนไทยเพียงช่องเดียว และยังเจอคอมพิวเตอร์รวน จนต้องเสียเวลารีเซตระบบไปอีก 15-20 นาที รวมแล้วใช้เวลาที่ ตม. มากกว่า 30 นาที สายการบินต่างๆ ตามหาผู้โดยสารในแถวกันใหญ่ ดีที่ว่าเราเผื่อเวลากันพอสมควรเลยไม่ต้องลุ้นขึ้นเครื่องไม่ทัน

นึกถึงสนามบินดอนเมือง – สุวรรณภูมิ ที่ใช้ Autogate ช่วยลดระยะเวลาในขั้นตอน ตม. ได้เป็นอย่างมาก สนามบินเชียงใหม่น่าจะมีใช้บ้าง

Dutyfree ในสนามบินเชียงใหม่ ของไม่เยอะเท่าที่ดอนเมือง

สนามบินเชียงใหม่ในวันนี้ เต็มไปด้วยนักท่องเที่ยวจีน เป็นชาติที่มาเที่ยวเชียงใหม่มากที่สุด คนจีนเวลารอขึ้นเครื่องจะชอบซดมาม่าคัพ บางคนก็ซื้อกลับไป

20:00 น. พนักงานเริ่มเรียกผู้โดยสารขึ้นเครื่อง เวลา Boarding time ล่าช้ากว่ากำหนดนิดหน่อยเพราะรอเที่ยวบินขาเข้า ZV09 ไทเป – เชียงใหม่ ผู้โดยสารเที่ยวบินนี้เป็นคนไต้หวัน และ คนจีนเป็นส่วนมาก ส่วนคนไทยประมาณ 20-30 %

เครื่องบินที่ V Air ใช้จะเป็น Airbus A320 รุ่นยอดฮิตของสายการบิน Low cost รุ่นเดียวกับที่ Thai Air Asia ใช้

ที่วางขาของ V Air จะกว้างกว่า Low cost ทั่วไปเล็กน้อย นั่งแล้วไม่อึดอัดเท่าไหร่ สภาพภายในเครื่องบิน ใหม่ และสะอาด

ลูกเรือของ V Air ก็เป็นวัยรุ่น ยิ้มแย้ม ดูสบายๆ ไม่เน้นเป็นทางการเหมือนสายการบินอื่น และส่วนมากก็หน้าตาน่ารักด้วยครับ คาดว่าเป็นคนไต้หวัน ผู้หญิงสูงกันทุกคน สูงแบบนักวอลเลย์บอลเลย

ให้ดูชุดของลูกเรือครับ เสื้อยืดกับกางเกงยาวครึ่งหน้าแข้ง ลูกเรือทั่วไปเสื้อสีดำ หัวหน้าลูกเรือเสื้อสีขาว

ก่อนเครื่องจะ Take Off ก็มีการสาธิตความปลอดภัย พนักงานยิ้มแย้ม และดูตั้งใจ พอสาธิตจบ มีเสียงตบมือกันทั่วทั้งเครื่อง อาจจะเป็นมารยาทของชาวไต้หวัน หรือขอเสียงตบมือของผู้โดยสารผ่านภาษาจีนมาก็ได้

ถึงแม้ว่า V Air จะไม่มีอาหารให้ฟรีบนเครื่อง แต่ก็มีอาหารจำหน่ายบนเครื่อง อาหารเริ่มต้นที่จานละ 230 TWD ขาไปยังอิ่มอยู่เลยไม่ได้สั่งมาทาน แต่ขากลับบินช่วงมื้ออาหารเลยสั่งมาทาน รสชาติอร่อยครับ

เครื่องดื่มอยู่ที่ราคา 50-60 TWD โดยส่วนตัวคิดว่าราคารับได้ ไม่แพง

จากนั้นลูกเรือก็จะเดินแจกใบ ตม. หรือ Arrival Card ไต้หวันจะมีเพียงใบขาเข้าเท่านั้น ไม่มีส่วนขาออกให้กรอก รายละเอียดการกรอกดูได้จากคำแปลด้านล่างครับ หรือถ้าใครหลับเพลินไม่ได้รับใบ ตม. ก็ไปหากรอกที่สนามบินเอาก็ได้

เราหลับๆ ตื่นๆ จนถึงเวลาเกือบเที่ยงคืนบ้านเรา กัปตันประกาศเตรียมลงจอดที่สนามบินเถาหยวน ก่อนที่เครื่องจะลงอย่าลืมปรับนาฬิกาให้เป็นเวลาไต้หวัน GMT+8 หรือเร็วกว่าไทย 1 ชั่วโมง

เครื่องลงจอดที่สนามบิน 1:10 น. (ตามเวลาไต้หวัน) เลทกว่าเวลาที่กำหนด 25 นาที ตอนออกจากเครื่องมีงวงช้างให้เดินเข้าอาคารผู้โดยสารได้เลย เดินตามป้าย Immigration (ตรวจคนเข้าเมือง) ไปเรื่อยๆ

บริเวณ Immigration จะไม่มีรูปนะครับ เค้าห้ามถ่ายรูป

ก่อนจะเข้าแถว ตม. จะมีใบ ตม. ให้หยิบ ใครไม่ได้รับบนเครื่องก็หยิบตรงนี้มากรอกได้

ณ ด่าน ตม. สนามบินเถาหยวน ไต้หวัน

คิวค่อนข้างสั้น เจ้าหน้าที่เปิดให้บริการหลายช่อง

ผม : ถอดแว่น พร้อมยื่น Passport ให้ เจ้าหน้าที่

เจ้าหน้าที่ : เปิด Passport หาวีซ่า และหยิบแว่นขยายมาส่องที่วีซ่า 4 จุด

ผม : มองที่จอด้านหน้า ตม. มีรูปเคลื่อนไหวให้ใช้นิ้วชี้ 2 ข้างไปแตะสแกนลายนิ้วมือ

เจ้าหน้าที่ : คืน Passport ให้ พร้อมกับฝากรอยประทับที่หน้า Passport

ไม่มีคำพูด หรือ คำถามใดๆ ทั้งนั้น

เสร็จจาก ตม. ก็เป็นเวลา 1:30 น. เวลาแบบนี้จะเดินทางไปโรงแรมก็ลำบาก และบางโรงแรมไม่มีพนักงานเช็คอิน 24 ชั่วโมง ทางเลือกที่ดีคือนอนในสนามบิน แล้วรอเช้า ค่อยเข้าเมือง ประหยัดค่าโรงแรมไป 1 คืน และปลอดภัยด้วย ส่วนข้อเสียคือไม่ค่อยสบาย และถึงขั้นนอนไม่หลับ

ออกจาก Arrival hall ให้เดินมาทางซ้าย ไปทาง Departure hall หรือ Food court ชั้นใต้ดินของ Arrival hall จะมีที่นอนอยู่หลายที่ครับ

ข้างร้าน Subway เป็นเบาะนิ่มๆ คนไม่พลุกพล่าน มีคอมพิวเตอร์ + อินเตอร์เนตให้ใช้ฟรีด้วย

ตู้ขายน้ำดื่มหยอดเหรียญ น้ำเปล่าขวดละ 20 TWD

มุมโซฟาก่อนถึงบันไดเลื่อนอันนี้ก็นอนดีเหมือนกัน

เราลงบันไดเลื่อนไปยัง Food court ตั้งใจว่าจะนอนที่นี่

สิ่งอำนวยความสะดวกในนี้ก็มีน้ำร้อน น้ำเย็น อ่างล้างมือ ห้องน้ำ คอมพิวเตอร์ อินเตอร์เนต ปลั๊กไฟ และ ฟรี wifi

ใน Food court มีม้านั่งแบบแข็ง และเบาะนุ่ม ที่นั่งเบาะนุ่มถูกจับจองไปเกือบหมดแล้ว เหลือแต่ที่นั่งในโซนสว่าง กับม้านั่งแบบแข็ง

หลายคนจับม้านั่งมาชิดรวมกัน 4 ตัว เอาเสื้อผ้ามาหนุนเป็นหมอน นอนอย่างสบาย

ในรูปอาจจะไม่ค่อยเห็นคนนอน แต่จริงๆ มีคนนอนเยอะ ไม่อยากถ่ายติดคนอื่นมา

เราได้ที่นั่งเป็นม้านั่งแบบแข็ง ไฟค่อนข้างสว่าง และแอร์หนาวมาก ขนาดว่าใส่เสื้อซ้อนกัน 3 ตัว (เสื้อยืดแขนสั้น 2 + เสื้อยืดแขนยาว 1) ก็ยังหนาวจนไม่สามารถนอนได้ คาดว่าอุณหภูมิต่ำกว่า 20 องศา

ในเมื่อหลับไม่ได้ก็ต้องหาอะไรฆ่าเวลากันไป เลยใช้ฟรี wifi ของสนามบินเล่นเนต wifi สนามบินเถาหยวน เร็วและแรง สัญญาณครอบคลุมมาก

เรามองเห็นคนเดินผ่านไปผ่านมาใน Food court ทั้งผู้มาใหม่ ผู้ที่เตรียมตัวจะไปขึ้นเครื่องตอนเช้ามืด รวมถึงตำรวจที่คอยตรวจความเรียบร้อย มีเสียงคุยกัน เสียงเดินตลอดเวลา ถึงแม้จะไม่ดังมาก แต่ก็ยากที่จะหลับได้

สุดท้ายแล้วเราก็หลับไปประมาณ 1 ชั่วโมง ด้วยความเหนื่อย ตื่นมาอีกทีตอน 6.30 น. ล้างหน้า แปรงฟัน ทำธุระเสร็จจัดการซื้อซิมในสนามบิน จริงๆ แล้วจะซื้อที่อื่นก็ได้เหมือนกัน แต่การซื้อนอกสนามบินจะยุ่งยากเรื่องการ Activate

ซื้อซิมในสนามบิน

ที่ขายซิมจะอยู่ที่ Arrival hall ปกติแล้วจะเปิดขายอยู่ 3 เจ้า ราคาพอๆ กัน แต่ละเจ้ามักจะเคลมว่าตัวเองเป็น No.1 ในไต้หวัน ไวสุด คนใช้เยอะสุด ฯลฯ เจ้าแรกที่เปิดขาย เป็นเจ้าสีส้ม (FarEasTone Telecommunications) เปิดตอน 7 โมง ในการซื้อซิมจะต้องใช้ Passport ในการลงทะเบียน

ขั้นตอนการซื้อซิมการ์ด

  • เลือกแพคเกจตามวันที่ต้องการใช้ ทุกแพคเกจใช้อินเตอร์เนตได้ไม่จำกัด แต่จะมีค่าโทรมากน้อย ต่างกันไป เช่น แพคเกจ A ในรูปด้านล่าง ใช้ได้ “3” วัน โทรได้ “100TWD” ราคาซิม “300 TWD”
  • บอกแพคเกจที่ต้องการ + จ่ายเงิน + ยื่น Passport
  • พนักงานจะเอา Passport เราไปถ่ายเอกสาร และให้เราเซ็นการเปิดใช้งานซิม
  • ถอดซิมเก่า ใส่อันใหม่ ใช้งานได้เลย

จากการทดสอบเจ้าสีส้ม พบว่าขึ้น 3G แต่ไม่เห็นมี 4G ไปนอกเมืองบางทีก็ไม่มีสัญญาณเลย และที่เด็ดสุดตอนอยู่โรงแรมที่ชั้น 6 กลางไทเปแท้ๆ ถึงขั้นไม่มีสัญญาณ โดยรวมแล้วให้คะแนนพอใช้

จัดการธุระเสร็จก็ 7:15 น. เราก็เดินทางเข้าเมืองไทเปกัน การเดินทางเข้าเมืองที่ดีที่สุดก็นังรถบัส ต่อเดียวถึงไทเปเลย

เดินทางเข้าเมืองไทเป ไปได้ 3 วิธี

  1. รถบัส : นั่งจากสนามบิน ไปลงที่ Taipei main Station ค่ารถคนละ 125 TWD ใช้เวลาประมาณ 1 ชั่วโมง วิธีนี้สะดวกที่สุด
  2. รถบัส + รถไฟความเร็วสูง : นั่งรถบัสจากสนามบินไปลงสถานี THSR Taoyuan ค่ารถ 30 TWD แล้วต่อรถไฟความเร็วสูง (HSR) ลงที่ Taipei main Station ค่ารถไฟ 160 TWD รวมใช้เวลาประมาณ 40 ชั่วโมง
  3. รถแท๊กซี่ : ค่ารถประมาณ 1,200 TWD เหมาะสำหรับ ผู้ที่ถึงสนามบินตอนกลางคืน และต้องการพักในเมือง

ส่วนเรา เข้าเมืองด้วยการนั่งรถบัส จาก Arrival hall เดินตามป้าย Bus station เข้าไปซื้อตั๋วที่ช่องหมายเลข 7 Kuo Kuang Motor Transport รถบัสจะวิ่งไปสุดสายที่ Taipei Main Station ค่ารถคนละ 125 TWD

ตั๋วขึ้นรถ

รอขึ้นรถที่ช่องหมายเลข 5

กระเป๋าล้อลากใบใหญ่โหลดใส่ใต้ท้องรถได้ ส่วนกระเป๋าเป้ถือขึ้นรถได้เลย

สภาพรถค่อนข้างดี สะอาด ที่วางขากว้าง

มีเข็มขัดนิรภัยและรูที่ชาร์จแบต USB ให้ทุกที่นั่ง

ใช้เวลาเดินทางประมาณ 1 ชั่วโมง เราก็มาถึงสถานี Taipei Main Station ที่นี่เป็นศูนย์กลางการเดินทางในไทเป มีสถานีรถไฟ, รถไฟความเร็วสูง (HSR) และ สถานีรถบัสไปยังเมืองอื่นๆ

ข้างๆ สถานี Taipei Main Station มีรถจักรไอน้ำวางโชว์ไว้อยู่ เป็นรุ่น TRA LDK58 ผลิตโดยบริษัทญี่ปุ่น ในปี ค.ศ. 1923 วิ่งในเส้นทาง Hualien – Taitung ระบบรถไฟ และขบวนรถไฟในไต้หวัน ทั้งในอดีตและปัจจุบัน จะใช้เทคโนโลยีของญี่ปุ่น

เราจะเอาของไปเก็บที่โรงแรมก่อน และจะลองขอเชคอิน ถ้าโชคดีได้เชคอินเลย เราคงจะได้อาบน้ำและงีบซัก 1 ตื่น

โรงแรมที่เราพักในทริปนี้ชื่อว่า โรงแรมแชร์แมน (Chair Man Hotel)  เป็นโรงแรมที่ทำเลค่อนข้างดี คืออยู่ระหว่างสถานี Ximen และ สถานี Taipei Main Station เดินทางสะดวก ไปตลาดกลางคืนก็มีไกล

การเดินทางไปโรงแรมแชร์แมน

จากสถานี Taipei Main Station ออกทางออก Z2 เลี้ยวซ้าย ผ่าน McDonald’s และ UNIQLO เลี้ยวขวาอีกครั้ง ผ่าน 7-eleven เดินตรงไปอีกนิดจะเห็นโรงแรมอยู่ทางซ้ายมือ รวมระยะทางประมาณ 550 เมตร ทางเดินเป็นตึก และ ร้านค้า ไม่เปลี่ยว ดูแผนที่ประกอบจะเข้าใจมากขึ้นครับ

แผนที่โรงแรม Chair man

ด้านหน้า Chair Man Hotel เป็นป้ายภาษาจีน

มีภาษาอังกฤษติดอยู่เหนือประตูกระจก

เราติดต่อกับพนักงานที่ Front ว่าขอฝากกระเป๋า หรือไม่ก็ขอเช็คอินได้ไหม เธอขอดูใบจองโรงแรมและ Passport ไปถ่ายเอกสาร สุดท้ายก็บอกว่าให้เช็คอินได้หลังบ่าย 3 ส่วนกระเป๋าฝากได้ไม่มีปัญหา

คนไทยมักคุ้นกับการเช็คอินได้ตอนหลังเที่ยง โรงแรมในไทยส่วนใหญ่เป็นแบบนี้ แต่ตามสากลทั่วโลกจะเช็คอินได้ บ่าย 2-3 ผมหาเหตุผลประกอบ คิดว่าค่าแรงบ้านเราไม่แพง ทำให้โรงแรมจ้างพนักงานได้เยอะ สามารถทำความสะอาดห้องได้เร็ว ส่วนต่างประเทศที่ค่าแรงแพง มักใช้คนน้อย กว่าจะทำความสะอาดห้องเสร็จก็ใช้เวลามากกว่า

มื้อเช้าของวันแรกในไต้หวัน เราฝากท้องที่ 7-eleven ใกล้โรงแรม ข้าวกล่องแบบอุ่นไมโครเวฟราคาอยู่ที่ 65-75 TWD น้ำเปล่า 15 TWD ใน 7-eleven มีที่นั่งทานอาหารด้วย

อิ่มท้องแล้ว พร้อมที่จะเที่ยวต่อ ด้วยความเพลียจากการอดนอน และเดินทาง วันนี้เราจึงเที่ยวเบาๆ ในไทเป

เที่ยวในไทเป บ่อน้ำร้อนเป่ยโถว (Beitou hot springs), วัดหลงซาน (longshan)

เราเดินย้อนกลับไปยังสถานี Taipei Main Station เพื่อนั่งรถไฟไปเป่ยโถว ระหว่างทางก็มองหาที่ชอปปิ้ง ร้านอาหาร และร้านสะดวกซื้อ

ร้านขายกล้องฝั่งตรงข้ามโรงแรม

ในไทเปเราจะเห็นคนใช้มอเตอร์ไซค์เป็นจำนวนมาก เป็นมอเตอร์ไซค์ ซีซีต่ำ วิ่งได้ไม่เร็ว ดูจากปริมาณมอเตอร์ไซค์ที่จอดพอจะบอกได้ว่าคนใช้เยอะขนาดไหน คนที่นี่ใช้มอเตอร์ไซค์เพื่อความสะดวกมากกว่าที่จะใช้เลี่ยงรถติด เพราะในไทเปรถไฟฟ้า รถเมล์เข้าถึงหมด ค่าโดยสารก็ไม่แพง

ร้านเครื่องสำอาง COSMED สินค้าหลายอย่างเป็นแบรนด์ญี่ปุ่น เช่น SHISEIDO Perfect Whip ที่คนไทยนิยมใช้ ราคาเพียง 99 TWD เท่านั้น พอๆ กับราคาที่ญี่ปุ่นเลย

เห็นร้านสีส้มคุ้นๆ เป็นร้าน YOSHINOYA ร้านข้าวหน้าเนื้อราคาประหยัด สัญชาติญี่ปุ่น ร้านนี้อยู่ไม่ไกลจากโรงแรม เปิด 24 ชั่วโมง หิวเมื่อไหร่ก็แวะมาได้เลย ช่วงบ่ายเราจะมาทานกัน

เช็คราคาอาหารร้าน YOSHINOYA ราคาอยู่ที่ 114 – 169 TWD และมีราคาพิเศษมื้อเช้า ข้าวหน้าเนื้อ + กาแฟร้อน เพียง 69 TWD เท่านั้น ถูกมากๆ ราคาอาหารโดยรวมก็ไม่ต่างกับเราเท่าไหร่

ร้าน UNIQLO และร้านข้างๆ เป็นร้าน Watsons ขายเครื่องสำอางและยา

ร้าน McDonald’s เวลาไปต่างประเทศแล้วอยากประหยัด เข้าร้าน McDonald’s ได้เลยครับ

กลับมายืนที่เดิม Taipei Main Station รูปด้านล่างคือตัวสถานี เราเข้าสถานีที่ทางเข้า Z2 จากนั้นเดินไปที่ชั้น B1 เพื่อไปซื้อบัตรเงินสด หรือ EasyCard

บัตรอีซี่การ์ด EasyCard (โยโย๋ข่า 悠遊卡)

เป็นบัตรแทนเงินสดใช้แตะจ่ายเงินเวลาขึ้นรถไฟ รถบัส หรือใช้ในร้านสะดวกซื้อก็ได้ ก็คงคล้ายกับ Rabbit card บ้านเรา บัตรอีซี่การ์ด ช่วยอำนวยความสะดวกเป็นอย่างมากเวลาขึ้นรถไฟ เราไม่ต้องไปหยอดเหรียญซื้อตั๋วเป็นเที่ยวๆ และไม่ต้องคอยเตรียมเงินให้พอดีเวลาขึ้นรถบัส

เราสามารถซื้อ EasyCard ได้ตามสถานีรถไฟ และ ที่ 7-eleven แต่ผมจะแนะนำให้ซื้อที่สถานีรถไฟ จะดีกว่า เพราะตอน Refund เราจะได้เงินคืนหมดเลย (ข้อมูลอัพเดท 4/8/59 บัตรที่ซื้อตั้งแต่ 1 สิงหาคม 2559 ไม่สามารถ Refund ได้ ดังนั้นควรเติมเงินแค่พอดีใช้)

ที่สถานี Taipei Main Station เราสามารถซื้อ EasyCard ได้ที่ชั้น B1 ตรง EasyCard Customer Service Center ซื้อครั้งแรก 500 TWD เป็นมูลค่าในบัตร 400 และ มัดจำอีก 100 TWD

หน้าตาบัตร EasyCard

การเดินทางไปเป่ยโถว

  • จากสถานี Taipei Main Station นั่งรถไฟสายสีแดงไปลงสถานี Beitou และต่อรถไฟสายสั้นไปอีก 1 สถานีไปลงปลายทางที่ Xinbeitou ใช้เวลาเดินทางประมาณ 40 นาที กับค่าโดยสาร 35 TWD

การเข้าไปสถานีรถไฟฟ้าให้ใช้ EasyCard แตะที่ทางเข้า

ที่ไต้หวันจะยืนทางฝั่งขวาของบันไดเลื่อน เว้นทางซ้ายให้กับผู้ที่รีบไว้เดิน

สถานีรถไฟฟ้าบ้านคล้ายบ้านเรา การขึ้นรถไฟฟ้าจะมีเส้นให้ยืนรอ คนไต้หวันยืนเข้าคิวตามลำดับก่อน – หลัง

รถไฟฟ้าจัดวางที่นั่งแปลกๆ ขนานตัวรถบ้าง ขวางตัวรถบ้าง ที่นั่งสีน้ำเงินเป็น Priority seat สำหรับผู้พิการ คนชรา คนไต้หวันที่ร่างกายปกติส่วนมากจะไม่นั่งที่นั่งสีน้ำเงิน

ใช้เวลาประมาณ 30 นาทีก็มาถึงสถานี Beitou นักท่องเที่ยวหลายคนลงที่สถานีนี้แล้วเดินต่อ อีกประมาณ 700 เมตรไปยังบ่อน้ำร้อน ส่วนเราขอต่อรถไฟอีกขบวนไปยังสถานี Xinbeitou ดีกว่า

รถไฟจาก Beitou ไปยัง Xinbeitou เป็นรถไฟขบวนสั้นๆ วิ่งเพียงสถานีเดียว และวิ่งค่อนข้างช้า

10:00 น. เราก็มาถึง Xinbeitou

เป่ยโถว Beitou : 北投區

เป็นสถานที่ท่องเที่ยวธรรมชาติที่อยู่ตอนเหนือของไทเป ขึ้นชื่อเรื่องบ่อน้ำร้อนธรรมชาติที่คนนิยมมาแช่ตัวกัน

ย่านเป่ยโถวจะครอบคลุมบริเวณสถานี Beitou และสถานี Xinbeitou โดยบริเวณสถานี Beitou จะเป็นที่อยู่อาศัยมานานกว่า 100 ปี ส่วน Xinbeitou มีความหมายว่า เป่ยโถว ใหม่ เป็นพื้นที่ที่พัฒนาเป็นรีสอร์ท มีสวนสาธารณะ Qinshui Park, ห้องสมุด, พิพิธภัณฑ์ และบ่อน้ำร้อน

การอาบน้ำร้อนของคนไต้หวัน ได้รับวัฒนธรรมมาจากญี่ปุ่น ช่วงที่ญี่ปุ่นยึดครองไต้หวัน (ค.ศ. 1895-1945)

ออกจากสถานี Xinbeitou ก็จะพบกับป้ายสถานที่ต่างๆ เดินเที่ยวได้ง่ายไม่ต้องกลัวหลง

การเที่ยวในเป่ยโถวจะใช้วิธีการเดินเป็นวงกลม โดยมีสถานที่สำคัญดังนี้

  • น้ำพุจัมป์ (Jump Fountain)
  • ห้องสมุดเป่ยโถว (Beitou Library)
  • บ่อน้ำร้อนสาธารณะ (Outdoor Public Hot Spring)
  • พิพิธภัณฑ์บ่อน้ำร้อนเป่ยโถว (Beitou Hot Spring Museum)

เราเดินในทิศทวนเข็มนาฬิกา จากล่างขึ้นบน

สถานที่แรกเป็นน้ำพุจัมป์ (Jump Fountain) ในวันที่ไปน้ำพุไม่เปิด รอบๆ น้ำพุมีที่นั่งพักผ่อน บริเวณนี้ห้ามสูบบุหรี่

ถัดไปไม่ไกลเป็น ห้องสมุดเป่ยโถว

ชื่ออย่างเป็นทางการของห้องสมุดเป่ยโถว คือ Taipei Public Library Beitou Branch ก่อสร้างด้วยบริษัทไต้หวัน เปิดให้บริการในปี ค.ศ. 2006 มีการออกแบบตัวอาคารให้เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม ใช้พลังงานไฟฟ้า และ น้ำให้น้อยที่สุด

อาคารของห้องสมุดมี 2 ชั้น ตัวโครงสร้างทำจากไม้ ติดกระจกโดยรอบๆ ให้แสงธรรมชาติเข้ามาในอาคาร บนหลังคาตั้งตั้ง Solar cell ใช้เป็นพลังงานในอาคาร และหลังคายังรองน้ำฝน เก็บน้ำไว้ใช้

ข้อห้ามของห้องสมุดมีอยู่หลายอย่าง เพื่อไม่เป็นการรบกวน เราถ่ายรูปเฉพาะด้านนอกก็พอ

ข้างๆ ห้องสมุดมีธารน้ำร้อนไหลผ่าน คนไต้หวันยืนวาดรูปในมุมนี้หลายคน

ธารน้ำร้อนช่วงกลางวัน อาจมองไม่เห็นว่ามีไอร้อนลอยขึ้นมาจากน้ำ แต่เมื่อยืนอยู่ใกล้ๆ รู้สึกได้ถึงความร้อน

อาคารในรูปด้านบนเป็นพิพิธภัณฑ์บ่อน้ำร้อนเป่ยโถว

เราค่อนข้างแปลกใจความเป็นธรรมชาติของเป่ยโถว ที่อยู่ในไทเป

รอบๆ นี้เต็มไปด้วยโรงแรม และ รีสอร์ท จุดขายของโรงแรมแถวนี้คือการได้อาบน้ำแร่ออนเซ็น

เดินเลียบไปกับลำธาร ชมธรรมชาติสองข้างทาง

น้ำในลำธารสีฟ้าใส มีป้ายบอกห้ามลงไปที่ลำธาร

ทางเดินเท้ากว้าง มีที่นั่งพักเป็นระยะ

ในรูปด้านบนเป็นบ่อน้ำร้อนสาธารณะ (Outdoor Public Hot Spring) เป็นบ่อรวมชาย – หญิง ต้องใส่ชุดว่ายน้ำลงน้ำ

ถัดไปอีกนิดเดียวเป็น พิพิธภัณฑ์บ่อน้ำร้อนเป่ยโถว (Beitou Hot Spring Museum) อาคาร 2 ชั้น ครึ่งอิฐ ครึ่งไม้ สร้างขึ้นในปี ค.ศ. 1913 ในสมัยที่ไต้หวันอยู่ภายใต้การปกครองของญี่ปุ่น เป็นสถานที่อาบน้ำร้อนสาธารณะ

ภายในพิพิธภัณฑ์จัดแสดงห้องอาบน้ำดั้งเดิม สิ่งของที่ใช้ในการอาบน้ำร้อน มีแผ่นป้ายแสดงความเป็นมาของเป่ยโถว

วนมาเกือบจะครบรอบ ก็จะเจอกับด้านหลังห้องสมุด

แวะพักให้หายเหนื่อย จากนั้นก็เดินทางต่อ จากสถานี Xinbeitou ไปยังวัดหลงซาน (Longshan Temple)

การเดินทางไปวัดหลงซาน

  • จากสถานี Xinbeitou นั่งรถไฟไปลงสถานี Taipei Main Station เปลี่ยนสายรถไฟเป็นสีน้ำเงิน ลงที่สถานี Longshan Temple

1 ชั่วโมงถัดมาเราก็มาถึงสถานี Longshan Temple ออกจากสถานีมาก็แทบจะเจอกับวัดเลย

วัดหลงซาน (Longshan Temple)

เป็นวัดเก่าแก่ที่สำคัญของไต้หวัน สร้างขึ้นในปี ค.ศ. 1738 โดยชาวจีนแผ่นดินใหญ่ เมือง Fujian ที่อพยพมาอยู่ไต้หวัน สร้างขึ้นเพื่อเป็นที่สักการะ และเป็นศูนย์รวมของคนจีนแผ่นดินใหญ่

ภายในวัดมีรูปปั้นเทพเจ้ากว่า 100 องค์ เช่นเทพเจ้าแห่งทะเล เทพเจ้าแห่งวรรณคดี เทพเจ้าแห่งสงคราม เทพเจ้าแห่งความรัก ฯลฯ คนไต้หวันนิยมมาขอพร เสี่ยมเซียมซี และสวดมนต์ในวัด

ภายในวัดมีลวดลายแกะสลักมากมาย ที่มีชื่อเสียงจะเป็นมังกรแกะสลักที่พันรอบเสา

บรรยากาศในวัด ตลบอบอวลไปด้วยกลิ่นธูป

(รูปด้านล่าง) ผู้ที่เสี่ยงเซียมซีมา จะต้องนำไปให้ทางวัดแปล เนื่องจากเป็นภาษาแบบโบราณ

ชมวัดหลงซานเสร็จ 15:00 น. ได้เวลาเช็คอินแล้ว เราเดินทางกลับสถานี Taipei Main Station (ที่จริงลงที่สถานี Ximen ก็ได้) แล้วเดินเข้าโรงแรม Chair man

ก่อนเข้าโรงแรมแวะทานข้าวหน้าเนื้อ YOSHINOYA มื้อนี้ 119 TWD รสชาติอาหารใกล้เคียงกับทานที่ญี่ปุ่น แต่ที่แตกต่างคือ ไม่มีน้ำเปล่าให้ฟรี ต้องเสียเงินซื้อน้ำต่างหาก

กินข้าวอิ่มแล้ว แวะซื้อขนมและเบียร์ไต้หวันมาลองชิมซะหน่อย ขนมที่ขึ้นชื่อของไต้หวันจะเป็นเค้กไส้สัปปะรดกวน มีอยู่ด้วยกันหลายนี่ห้อ ส่วนเบียร์ที่ไต้หวันขายตลอดเวลา ราคาไม่แพง

เข้าไปโรงแรมครั้งนี้ พนักงานยื่นกุญแจให้เลย เราได้ห้องพักที่ชั้น 6 พนักงานแจ้งว่าทางอาหารเช้าได้ที่ชั้นล่างเวลา 7:00 – 10:00 น. ฟรี wifi ของโรงแรมใช้รหัส chairman

การจะออกไปข้างนอกโรงแรม ไม่ว่าจะนานหรือไม่นานจะต้องฝากกุญแจไว้ที่หน้า Front ตลอด มุมมองของผู้มาพัก รู้สึกไม่ปลอดภัย พนักงานคงไม่สามารถจำได้ว่าใครอยู่ห้องไหน ดังนั้นไม่ควรที่จะเอาของมีค่าไว้ในห้อง

เรากดลิฟท์มาที่ชั้น 6 ในชั้นนี้มีห้องอยู่ 10 ห้อง 4 ห้อง มีหน้าต่างอยู่ติดถนน อีก 6 ห้องไม่มีหน้าต่าง

ไขกุญแจเข้าไปในห้อง สภาพโดยรวม เก่าบ้าง รีโนเวทใหม่บ้าง ห้องสะอาด ปูพื้นด้วยพรม พื้นที่ในห้องกว้างกำลังดี ใหญ่กว่าโรงแรมในญี่ปุ่นอย่างเห็นได้ชัด

เตียงนอนขนาด 5 ฟุต มีทีวีที่ปลายเตียง

มีน้ำดื่มให้วันละ 2 ขวด กาต้มน้ำ ชา กาแฟ ส่วนตู้เย็นลองเปิดแล้วฝาหลุดออกมา ปลั๊กไม่ได้เสียบ สภาพไม่น่าใช้งานได้

ในห้องน้ำเก่า แต่สะอาด มีผ้าเช็ดตัวผืนใหญ่ 2 ผืน และผืนเล็ก 2 ผืน ไดร์เป่าผม สบู่ก้อน หมวกอาบน้ำ มีดโกนหนวด หวี และแปรงสีฟัน

อ่างอาบน้ำ อ่างล้างหน้า สุขภัณฑ์ สไตล์โบราณเลย

โดยรวมแล้ว Chair man Hotel เป็นโรงแรมที่ดี คุ้มกับค่าตัวคืนละ 2,026 บาท เป็นอย่างมาก

เก็บของเสร็จ อาบน้ำ กินขนม แล้วนอน กะว่าตื่นตอนเย็นๆ จะไปเดินตลาดกลางคืน แต่สุดท้ายตื่นเอาตอนหัวค่ำ บวกกับความเหนื่อยล้าจากการอดนอนเลยพักผ่อนที่โรงแรมต่อจนถึงเช้า

วันรุ่งนี้เราจะไปเที่ยวต่อที่ทะเลสาบสุริยันจันทรา หรือ Sun moon lake สถานที่เที่ยวยอดนิยมของไต้หวัน

เพื่อความเหมาะสมของการรีวิว เราจะแยกเป็นตอนใหม่นะครับ

อ่านรีวิวถัดไป –> เที่ยวรอบทะเลสาบสุริยันจันทรา นั่ง HSR ไป Sun moon lake

.รีวิวเที่ยวไต้หวัน 6 วัน
ข้อมูลการทำ Visa ไต้หวัน อย่างละเอียด เอกสารครบผ่านแน่นอน บิน V air ไปลงไทเป บ่อน้ำร้อนเป่ยโถว
เที่ยวรอบทะเลสาบสุริยันจันทรา (Sun moon lake) เย่หลิว อุทยานหินรูปร่างแปลก
เที่ยวในไทเป ตึกไทเป 101, เขาเซียงซาง, ตลาดกลางคืน ไทเปวันสุดท้าย บิน V Air กลับไทย

Post Views 26320

ชอบบทความนี้ กด +1 ให้กำลังใจเราด้วยครับ

admin

นักเขียนประจำ emagtravel.com

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *