ชอปปิ้งในมาเลเซีย Bukit Bintang – Central market – Chinatown

ต่อจากตอนที่แล้ว เที่ยวเกนติ้ง มาเลเซีย 3 วัน 2 คืน แบบไม่ง้อทัวร์ รถบัสมาจอดที่สถานี Titiwangsa ในกัวลาลัมเปอร์ เราจะเอากระเป๋าไปฝากไว้ที่ KL Sentral ก่อน แล้วค่อยมาชอปปิ้ง ที่ Central market, Chinatown, Bukit Bintang มีกระเป๋าใบใหญ่ไปไหนด้วยไม่สะดวกครับ

แผนที่รถไฟฟ้า Titiwangsa ไป KL Sentral

การเดินทางจากสถานี Titiwangsa มา KL Sentral สามารถเดินทางได้ตามนี้ครับ

1. นั่งรถไฟฟ้าสายสีเขียว (Sri Petaling) หรือสายสีเหลือง (Ampang Line) ไปลงที่สถานี Masjid Jamek

2. ต่อสายสีชมพู (Kelana Jaya) ไปลงที่ KL Sentral

ซื้อเหรียญโดยสารได้ที่ตู้นี้

1. เลือกภาษาอังกฤษ

2. จิ้มที่หน้าจอว่าจะไปสถานีไหน

3. จอจะขยายใหญ่ขึ้น จิ้มสถานีปลายทางอีกครั้ง

4. ใส่จำนวนผู้โดยสาร แล้วกด OK

5. เครื่องจะแสดงจำนวนเงิน หยอดเหรียญหรือแบงค์ 1, 5, 10 ริงกิตลงไป หยอดเกินเครื่องทอนตังค์ให้ครับ

ภายในรถไฟฟ้า RapidKL LRT

สถานี Masjid Jamek

ต่อสายสีชมพู (Kelana Jaya) ไปลงที่ KL Sentral

สถานี KL Sentral จุดต่อรถไฟ รถไฟฟ้าขนาดใหญ่ในกัวลาลัมเปอร์

จากสถานี Titiwangsa มา KL Sentral ใช้เวลาประมาณ 20 นาที ระบบรถไฟฟ้าของมาเลเซีย ราคาถูก และครอบคลุมทั้งเมืองกัวลาลัมเปอร์

ฝากกระเป๋าที่ KL Sentral

สามารถฝากได้ 2 ที่

1. ร้าน MATANG ที่ชั้น 2 ของ KL Sentral ขึ้นบันไดจากชั้น 1 ไปแล้วเลี้ยวขวา ร้านจะอยู่ทางขวามือ ร้านนี้ฝากกับคน ราคาจะถูกกว่าฝากแบบ Locker สามารถฝากค้างคืนได้

2. Locker หยอดเหรียญที่ชั้น 1 หลังร้าน Guardian ตรงทางไปห้องน้ำ ฝากค้างคืนไม่ได้

ร้าน MATANG รับฝากกระเป๋า

ตู้ Locker แบบหยอดเหรียญ หรือจ่ายกับคนก็ได้ ตู้เล็ก 5 ริงกิต ขนาดใหญ่ 10 ริงกิต (ใส่กระเป๋าสูง 24 นิ้วได้) ขนาดใหญ่มาก 20 ริงกิต สามารถเปิดตู้ได้ครั้งเดียว

ตอนแรกเราว่าจะฝากกับร้าน MATANG เพราะกระเป๋าใบใหญ่ กลัวจะเข้า Locker ไม่ได้ แต่พอขึ้นไปเจอป้ายร้านปิด 10-15 นาที ขี้เกียจรอ เลยหิ้วกระเป๋าลงมาที่ตู้ Locker มีขนาดที่ใส่ได้พอดี ราคา 10 ริงกิต จ่ายเงินค่า Locker กับพนักงาน พนักงานก็ให้กุญแจตู้มา

ที่แรกที่เราจะไปคือ Central Market นั่งรถไฟฟ้าจาก KL Sentral ไปสถานีเดียว ใช้เวลาประมาณ 5 นาที Central Market กับ Chinatown จะอยู่ที่สถานี Pasar Seni

ออกจากสถานีเห็น graffiti สวยๆ ที่กำแพง เลยถ่ายรูปมาให้ดูกันครับ แม่น้ำด้านล่างเป็นแม่น้ำ Kelang

ออกจากสถานีรถไฟฟ้าแล้วให้เดินไปทางซ้าย ข้ามถนนไปฝั่งตรงข้ามก็ (ข้ามถนนตรงที่รถบัสสีส้มในรูปจอดอยู่) จะเจอกับอาคารสีฟ้า Central Market

Central Market หรือแปลเป็นไทยว่า “ตลาดกลาง” ตลาดแห่งนี้เคยเป็นตลาดสดเก่า เปิดตั้งแต่ปี ค.ศ. 1888 และได้มีการอนุรักษ์รักษาไว้ ต่อมาได้เปลี่ยนมาเป็นแหล่งขายของพื้นเมืองของมาเลเซีย มีสินค้าหลายชนิด ตั้งแต่สินค้าพื้นเมือง ผ้านุ่ง ผ้าคลุมหัว ผ้าบาติค ภาพวาด ของที่ระลึกเช่นพวงกุญแจ Magnet หรือถ้าอยากจะชิมรสชาติอาหารมาเลเซียแท้ๆ ที่นี่ก็มีให้ชิมครับ

ตึกแถวนี้เป็นตึกเก่าสถาปัตยกรรมแบบชิโนโปรตุเกส ซึ่งเป็นสถาปัตยกรรมที่ผสมผสานระหว่างจีน กับ โปรตุเกส

ภายใน Central Market ติดแอร์ เดินสบาย ร้านค้าหลายร้าน มี 2 ชั้น

โซนจีน ประดับด้วยโคมไฟสีแดง

พวงกุญแจ Magnet โปสการ์ด ที่ทับกระดาษรูปตึกแฝด

ร้านขายชอกโกแลต จากประสบการณ์ของผมชอกโกแลตแบรนด์มาเลเซียมีราคาถูก แต่ไม่อร่อยเลย แนะนำให้ซื้อชอกโกแลตมียี่ห้อ เช่น Toblerone, Ferrero rocher จะดีกว่า ราคาถูกกว่าไทย หรือจะซื้อที่ Duty Free ใน LCCT ก็ได้ ราคาถูกเหมือนกัน

ร้านขายผ้านุ่ง กระเป๋าผ้า นาฬิกา

เดิน Central Market เสร็จ ออกประตูทางด้านข้างไป Chinatown ในกัวลาลัมเปอร์ต่อ ถ้ากลัวไป Chinatown ไม่ถูก เดินตามคนส่วนมากไปเลยครับ

ระหว่างทางเจอตึกสูง เป็นตึกธนาคารกรุงเทพ สาขากัวลาลัมเปอร์

ตึกสีทองในรูปด้านบน เป็นห้าง Wisma Fui Chiu ขายเสื้อผ้า เครื่องใช้ไฟฟ้า ตึกนี้เป็นตึกเก่าสร้างขึ้นในสมัยสงครามโลก ครั้งที่ 2 ปลายปี 1930 รูปแบบสถาปัตยกรรมออกไปทางแนวยุโรป

ฝั่งตรงข้ามตึก Wisma Fui Chiu จะเป็นถนนคนเดิน Chinatown (JALAN PETALING PETALING STREET)

บริเวณนี้จะเป็นย่านค้าขาย และอยู่อาศัยของชาวจีนในมาเลเซีย มีของขายเยอะมากครับ เช่นเสื้อผ้า กระเป๋า ขนม ของกิน

ถนนคนเดิน Chinatown จะมีหลังคาสูง บังแดด บังฝน แต่ถ้าฝนตกมาแรงๆ ก็มีเปียกเหมือนกัน

เกาลัดคั่ว คล้ายกับที่เยาวราชบ้านเรา

เดินไปเดินมา เริ่มหิวข้าว เลยทานข้าวแกงที่ Chinatown ซะเลย มีกับข้าว 20 กว่าอย่าง อาหารคล้ายๆ บ้านรา ข้าวแกงที่นี่ให้ลูกค้าตักกับข้าวเอาเอง ตักเสร็จก็เอาไปคิดตังค์

2 จานนี้ราคา 9 ริงกิต ถูกมากครับ เราตักกับมาเยอะ ข้าวหอมมะลิด้วย ลองชิมดูก็อร่อยดีด้วย

แสดงว่าจริงๆ แล้วค่าครองชีพในกัวลาลัมเปอร์ก็แพงกว่ากรุงเทพฯ ไม่มาก แต่เงินเดือนเค้าได้มากกว่าคนไทยเยอะ

เราเดินมาจนสุดถนน Chintown อีกฝั่งหนึ่ง ก็เลยกลับไปขึ้นรถไฟฟ้าที่สถานีเดิม Pasar Seni

จาก Chinatown ไป Bukit Bintang

1. นั่งรถไฟฟ้าที่สถานี Pasar Seni สายสีชมพู (Kelana Jaya) ไปลงที่สถานี Dang Wangi

2. ออกจากสถานี Dang Wangi ข้ามถนนไปฝั่งตรงข้ามเข้าสถานี Bukit Nanas ต่อสายสีฟ้า (KL Sentral Titiwangsa) ไปลงที่สถานี Bukit Bintang

ตึกแฝดปิโตรนาส

สถานีรถไฟฟ้า Bukit Bintang

KL HOP-ON HOP-OFF รถบัสชมรอบเมืองกัวลาลัมเปอร์ ค่าโดยสารคนละ 38 ริงกิต (24 ชั่วโมง) และ 65 ริงกิต (48 ชั่วโมง) ผ่านสถานที่สำคัญหลายแห่งในกัวลาลัมเปอร์ เช่น KL Sentral, Little India, Central Market, Chinatown, Bintang walk, KL Tower, KLCC, Bird Park, Butterfly Park ฯลฯ

ถ้าบ้านเรามีรถแบบนี้บ้างก็ดี ชาวต่างชาติมาเที่ยวในกรุงเทพฯ ก็เยอะ จะได้นั่งรถชอบรอบเมือง ไปวัดโพธิ์ วัดพระแก้ว พระบรมมหาราชวัง ฯลฯ หรือว่ากรุงเทพฯ รถติดเกินไปที่จะมีก็ไม่แน่ใจเหมือนกันครับ

H&M สาขาบูกิตบินตัง

Vincci ร้านรองเท้า กระเป๋าแบรนด์มาเลเซีย ราคาไม่แพง คนไทยชอบมาชอปปิ้งรองเท้า กระเป๋า ที่ร้านนี้

ร้านเสื้อผ้า Uniqlo มีเสื้อผ้าหลากหลายมาก

Sephora ร้านขายของเสริมความงามของคุณผู้หญิง

ห้าง Pavilion ห้างหรูในกัวลาลัมเปอร์ เทียบเท่าสยามพารากอนบ้านเรา

ร้าน Giordano อยู่ตรงแยกบูกิตบินตัง ดูราคาแล้ว มาซื้อบ้านเราดีกว่าครับ

มาเปิดถุงดูกันครับว่าผมได้อะไร ติดไม้ติดมือมาบ้าง

1. แว่นตา VINCCI ซื้อที่ Bukit Bintang คู่ละ 30 ริงกิต ตกอันละ 150 บาท ถูกดีครับ คุณภาพก็พอใช้ได้

2. ชอกโกแลต Toblerone ซื้อที่ร้าน Choc Boutique ใน KL Sentral ขาด 200 กรัมแบบซองประมาณ 15.5 ริงกิต แบบกล่อง 3 เหลี่ยมประมาณ 18.5 ริงกิต

3. ครีมยี่ห้อต่างๆ บางอันก็ไม่มีในไทย บางอันก็ราคาถูกกว่าในไทย อย่างสินค้า Eucerin ส่วนมากถูกกว่าในไทยครับ

ซื้อของเสร็จก็ขึ้นรถที่ KL Sentral ไปสนามบิน LCCT ที่ขึ้นรถจะอยู่ชั้นล่างใต้ดินนะครับ มีผู้ให้บริการ 2 เจ้า Sky bus กับ Aero Bus

ราคา Sky bus 9 ริงกิต และ Aero Bus 8 ริงกิต รถของ Sky bus จะใหม่กว่า นั่งสบาย แต่ผมแนะนำว่าคันไหนใกล้เต็มก่อนก็ขึ้นคันนั้นเลยครับ จะได้ไม่เสียเวลา

ตอนที่ลงมาชั้นล่างขึ้นรถ จะเจอกับ Taxi อย่าได้เผลอสบตากับเค้านะครับ จะชวนเรานั่ง Taxi อย่างเดียวเลย

คั้งนี้เราใช้บริการ Aero Bus เนื่องจากว่ากำลังจะออกพอดี กระเป๋าใบใหญ่ เก็บไว้ที่ใต้รถ แล้วขึ้นรถได้เลย ที่นั่งไหนก็ได้ ส่วนค่ารถจ่ายกับพนักงานที่ประตูรถ

ภายในรถ

ประมาณ 1 ชั่วโมงรถก็เข้ามาถึงในสนามบิน LCCT ในรูปด้านล่างเป็นโรงแรม Tune สาขา LCCT อยู่ใกล้ Terminal มาก เหมาะสำหรับนอนรอขึ้นเครื่อง

หน้าตา Aero Bus LCCT <–> KL Sentral

เข้ามาใน Terminal หาเที่ยวบินเราก่อน ว่าเช็คอินที่ช่องไหน

ของเราได้ช่องที่ R7 เป็นช่องรวม ไม่ว่าจะทำเวบเช็คอินมาแล้วหรือไม่ได้ทำ ก็ต่อแถวเดียวกัน

โหลดกระเป๋าเสร็จผ่าน ตม. เข้าไปด้านในสนามบิน

ร้านค้าในสนามบิน LCCT มีไม่เยอะเท่าไหร่ ร้านนี้ขายขนมเช่น เยลลี่ บ๊วย กาแฟซอง ของฝากที่ผมแนะนำก็มีกาแฟ Oldtown White Coffee กาแฟชื่อดังของมาเลเซีย

ร้าน Duty Free Shop ผมไปดูราคาแล้ว ไม่แพงอย่างที่คิด ถูกกว่า King power บ้านเราหลายอย่าง เช่นชอกโกแลต, น้ำหอม

รอขึ้นเครื่อง

เที่ยวบินขากลับของเราคือ AK 1948 เครื่องออกเวลา 19.25 น. ทริปนี้ไป AK และก็กลับด้วย AK

และแล้วเราก็กลับถึงไทยโดยสวัสดิภาพครับ หลังจากจบทริปนี้แล้ว อาจจะเว้นวรรคจากมาเลเซียซัก 1-2 ปี เนื่องจากว่าไปมา 3 ปีติดกันแล้ว ทริปนี้ขอจบดื้อๆ ที่ตรงนี้ครับ ทริปหน้าจะเที่ยวในไทยบ้าง ไปที่ จ.เชียงใหม่ ดอยอ่างขาง ติดตามชมกันด้วยนะครับ

สรุปค่าใช้จ่ายเที่ยวเกนติ้ง มาเลเซีย 3 วัน 2 คืน

– ค่าตั๋วเครื่องบิน Air Asia ดอนเมือง – กัวลาลัมเปอร์ 2 คน 4,577 บาท (โปรฯ Big Sale)

– ค่าโรงแรม First World 158 RM ~1,580 บาท

– ค่าโรงแรม Theme Park 168 RM ~1,680 บาท

– ค่ากิน 7 มื้อ 2,000 บาท

– ค่ารถ + รถไฟฟ้า 1,200 บาท

– ชอปปิ้ง, ซื้อของฝาก 3,500 บาท

– อื่นๆ 800 บาท

รวมค่าใช้จ่าย 15,337 บาท / 2 คน หรือเฉลี่ยคนละ 7,668 บาท

เที่ยวต่างประเทศ ไม่ง้อทัวร์

เซินเจิ้น ฮ่องกง 1 ฮ่องกง 2 มาเก๊า
มาเลเซีย มะละกา ชอปปิ้งในมาเลเซีย Genting (เกนติ้ง)
สิงคโปร์ 1 USS & Sentosa สิงคโปร์ 2 บาหลี

Post Views 23352

Universal AC Adapterเครื่องชั่งน้ำหนักกระเป๋าเดินทาง

ชอบบทความนี้ กด +1 ให้กำลังใจเราด้วยครับ

admin

นักเขียนประจำ emagtravel.com

One thought on “ชอปปิ้งในมาเลเซีย Bukit Bintang – Central market – Chinatown

  • February 16, 2013 at 2:47 am
    Permalink

    คราวหน้าไปไหนต่อช่วยบอกด้วยค่ะเผื่อจะขอไปจอยด้วย ประหยัดและได้รายระเอืยดมากกว่าไปกะทัวร๋

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *