5 วิธี การรับมือกับอาการเจ็ทแลค

เจ็ทแลค (Jet-lag) ศัตรูตัวฉกาจของนักท่องเที่ยว อธิบายง่ายๆว่าเป็นอาการของร่างกายที่ปรับตัวไม่ทันตามโซนเวลาที่เปลี่ยนแปลงไปอย่างฉับพลัน เกิดขึ้นกับคนที่เดินทางไปที่ไกลๆ เช่น ประเทศอเมริกา เวลาในโซนอเมริกานั้นช้ากว่าไทยถึง 11-12 ชม.หรือครึ่งวันเลยทีเดียว นั่นหมายความว่าเวลาตื่นของเขาคือเวลานอนของเรา เวลาที่เรากำลังกินข้าวเที่ยงเป็นเวลาที่พวกเขาเข้านอน ถ้าจู่ๆจะต้องใช้ชีวิตเปลี่ยนไปกะทันหันแบบนั้น ร่างกายก็คงปรับตัวไม่ทันเป็นธรรมดา
วันนี้เราจะมาบอก 5 เทคนิคการรับมือกับอาการเจ็ทแลคกันครับ ใครที่จองตั๋วเครื่องบินไปเที่ยวไกลๆไว้แล้วจะได้เตรียมตัวกันก่อนเนิ่นๆ

1. ปรับ “เวลานอน” ก่อน

ให้ลองปรับเวลาเข้านอนและเวลาตื่นของตัวเองก่อนล่วงหน้าตามโซนเวลาใหม่ของที่ที่เราจะไป โดยให้เริ่มจากทีละเล็กทีละน้อย สมมุติว่าจำเป็นต้องนอนเร็วขึ้น 5 ชม. ก็ให้เริ่มจากนอนเร็วขึ้น 1 ชม.ก่อน แล้วค่อยๆเพิ่มขึ้นเรื่อยๆวันละ 0.5-1 ชม. หรือสองวันค่อยขยับเวลาก็ได้ ขอแค่พยายามปรับเวลาให้ใกล้เคียงขึ้นเรื่อยๆ ถ้าการนอนของเราเข้าที่แล้ว

อย่างอื่นก็ไม่ต้องห่วงแล้วเพราะการพักผ่อนสำคัญต่อร่างกายมากที่สุด ถ้าร่างกายปรับตัวได้กับเวลานอนและเวลาตื่น กิจกรรมอย่างอื่นก็จะถูกปรับไปโดยอัตโนมัติ

2. ปรับ “เวลากิน” ตามมา

เวลากินจริงๆแล้วก็สำคัญพอๆกับเวลานอน เพราะการกินเป็นการบอกร่างกายว่าถึงเวลาที่จะได้รับพลังงาน ดังนั้นหลังจากเวลานั้นพอพลังงานหมด ก็จะถึงเวลาที่ร่างกายต้องการการนอนหลับพักผ่อน เพราะฉะนั้นจึงต้องทำควบคู่ไปกับการปรับเวลานอน โดยให้ทำเหมือนเดิมคือค่อยๆขยับเวลาการกินเข้าไปใกล้ช่วงโซนเวลาของที่ที่เราจะไปทีละนิดละหน่อย ซึ่งเป็นเรื่องธรรมดาที่เราจะหิวหรือกินไม่ลง โดยเฉพาะถ้าเป็นมื้อใหญ่ๆของวัน ดังนั้นขอให้พยายามฝืนสักนิดเดี๋ยวก็ปรับเวลาได้และเคยชินไปเอง

 

3. หลีกเลี่ยง “คาเฟอีน” และ “แอลกอฮอลล์”

ช่วงก่อนเดินทาง, ระหว่างเดินทาง และหลังเดินทาง ขอให้หลีกเลี่ยงสองอย่างนี้ก่อน เพราะว่า คาเฟอีนและแอลกอฮอลล์จะทำให้ร่างกายมีการทำงานผิดไปจากปกติ

ร่างกายจะอยากพักผ่อนหรืออยากตื่นในช่วงเวลาที่ไม่สมควร อย่างเช่น คนที่ได้รับแอลกอฮอล์เข้าไปก็จะมีอาการอ่อนเพลียและง่วงนอนทั้งๆที่ก่อนหน้าก็ยังปกติดีอยู่

ดังนั้นการหลีกเลี่ยงสองสิ่งนี้จะช่วยให้ร่างกายปรับตัวเข้ากับโซนเวลาใหม่ได้อย่างมีประสิทธิภาพ และเป็นธรรมชาติมากขึ้น

 

4. “น้ำ” สิ่งที่สำคัญที่สุดที่ขาดไม่ได้

น้ำเป็นส่วนประกอบส่วนใหญ่ที่สำคัญมากของร่างกาย ถ้าร่างกายขาดน้ำร่างกายก็จะทำงานผิดไปจากปกติ ตอนช่วงที่เราต้องการปรับตัว เราควรจะมีร่างกายอยู่ในสภาวะที่ปกติที่สุด ดังนั้นการดื่มน้ำเป็นอะไรที่ขาดไม่ได้ ไม่เพียงแค่นั้น น้ำยังช่วยบรรเทาอาการเจ็ทแลคได้อย่างดีด้วย อย่างตอนที่เราเป็นไข้ แค่ดื่มน้ำอย่างเดียวก็สามารถทำให้หายไข้ได้แล้ว อาการเจ็คแลคก็เช่นกัน ซึ่งข้อนี้คงจะเป็นข้อที่ง่ายที่สุดสำหรับหลายๆคนที่ดื่มน้ำวันละ 6-8 แก้วตามสูตรกันเป็นกิจวัตรอยู่แล้ว

5. ปรับเวลาหลอกสมอง

สมองเป็นอวัยวะที่นาทึ่งที่สุดในร่างกาย สามารถควบคุมร่างกายได้ทุกอย่างทั้งอารมณ์ความรู้สึก ดังนั้นถ้าเราปรับเวลาบนนาฬิกาข้อมือ หรือบนมือถือ ที่เราใช้ดูเวลาบ่อยๆ ไปเป็นเวลาของสถานที่ที่เราจะไป ซึ่งการทำแบบนี้จะเป็นการหลอกสมองให้คุ้นเคยกับเวลาใหม่ ร่วมไปกับการปรับตัวเรื่องเวลานอนและเวลากิน โดยให้ค่อยๆปรับเวลาตามไปทีละนิด จะทำให้การปรับตัวของร่างกายเรามีประสิทธิภาพขึ้นอย่างน่าอัศจรรย์

คราวนี้หลายๆคนคงรู้วิธีรับมือกับอาหารเจ็ทแลคแล้วสินะครับ แค่ทำตามเทคนิคที่เราบอกไปรับรองว่าอาการเจ็ทแล็คจะกลายเป็นเรื่องเล็กน้อยไปเลย คราวนี้ก็ไม่ต้องกลัวการไปเที่ยวสถานที่ไกลๆกันแล้ว หลายๆคนคงอยากจองตั๋วเครื่องบินไปเที่ยวกันแล้วละสิ หรือโหลดแอปจองตั๋วเครื่องบินก็ได้มีทั้ง Android และ IOS

Post Views 389

admin

นักเขียนประจำ emagtravel.com

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *