รีวิวนั่งรถไฟดูภูเขาไฟฟูจิ ที่ทะเลสาบ Kawaguchiko

ว่ากันว่าถ้าจะมาญี่ปุ่นให้ถึงที่ก็ต้องมาเห็น ภูเขาไฟฟูจิ (Mt.Fuji) ภูเขาไฟฟูจิเปรียบเสมือนสัญลักษณ์ของประเทศญี่ปุ่น โดยทั่วไปแล้วนักท่องเที่ยวนิยมไปชมภูเขาไฟฟูจิกันอยู่ 2 ที่ ได้แก่ 1. ทะเลสาบคาวากูจิโกะ* (Kawaguchi-ko) 2. ฮาโกเนะ (Hakone)

*ทะเลสาบ “คาวากูจิโกะ” ทะเลสาบนี้คนไทยมักจะเรียกชื่อผิดเป็น “คาวาฟูจิโกะ” ต้องระวังการเรียกชื่อด้วยครับ จะได้ไม่สับสน

ทั้งสองสถานที่นี้สามารถมองเห็นภูเขาไฟฟูจิได้อย่างชัดเจน แต่มีข้อแตกต่างกันดังนี้ครับ

1. ทะเลสาบคาวากูจิโกะ (Kawaguchi-ko) เน้นชมวิวแนวธรรมชาติ นั่งรถ Retro bus ชมวิวตามจุดต่างๆ ดูใบไม้เปลี่ยนสี ชมซากุระตามฤดูกาล ทะเลสาบคาวากูจิโกะอยู่ใกล้ภูเขาไฟฟูจิมากกว่า ฮาโกเนะ (Hakone) จึงเห็นภูเขาไฟฟูจิได้ชัดกว่า มีกิจกรรมให้ทำเล็กน้อยเช่น ขึ้นกระเช้าไฟฟ้าชมวิว ล่องเรือในทะเลสาบคาวากูจิโกะ

2. ฮาโกเนะ (Hakone) มีกิจกรรมหลายอย่างให้ทำ เช่นล่องเรือโจรสลัด (Hakone Sightseeing Cruise) ขึ้นกระเช้าไฟฟ้าชมวิว (Hakone Ropeway) ชิมไข่ดำ ข้อเสียของฮาโกเนะคืออยู่ไกลกับภูเขาไฟฟูจิมากกว่าทะเลสาบคาวากูจิโกะ มีภูเขาบัง จึงมองเห็นภูเขาไฟฟูจิได้ไม่ชัดเท่าที่ทะเลสาบคาวากูจิโกะ โดยรวมแล้วฮาโกเนะน่าจะเหมาะกับเด็กๆ เพราะมีกิจกรรมให้ทำเยอะกว่า

รีวิวนี้จะพาไปชมภูเขาไฟฟูจิที่ฝั่งทะเลสาบคาวากูจิโกะ (Kawaguchi-ko) โดยจะไปเที่ยวแบบเช้าไป – เย็นกลับจากโตเกียว

ภูเขาไฟฟูจิ (Mt.Fuji)

ภูเขาไฟฟูจิ หรือ ฟูจิซัง เป็นภูเขาที่สูงที่สุดในญี่ปุ่น สูงถึง 3,776 เมตร ด้วยระดับความสูงขนาดนี้สามารถเห็นภูเขาไฟฟูจิได้จากบนเครื่องบินอย่างชัดเจน หรือ ถ้าจะเทียบความสูงกับดอยอินทนนน์บ้านเรา ยอดดอยอินทนนน์มีความสูง 2,565 เมตร ถือว่าเตี้ยกว่าภูเขาไฟฟูจิเป็นอย่างมาก ภูเขาไฟฟูจิเป็นภูเขาไฟที่มีโอกาสปะทุต่ำ ระเบิดครั้งล่าสุดในปี ค.ศ. 1707 ที่ตั้งของภูเขาไฟฟูจิคลอบคลุมพื้นที่ 2 จังหวัดได้แก่ ชิซุโอคะ (Shizuoka) และ ยามานาชิ (Yamanashi)

รูปทรงของภูเขาไฟฟูจิถือว่าเป็นภูเขาที่มีรูปทรงสวยที่สุดในโลก คือมีความสมมาตรกันทุกด้าน ไม่ว่าจะมองมุมไหนจะไม่มีบิดเบี้ยว ตัวภูเขาทำมุม 45 องศากับพื้นราบ และมีหิมะปกคลุมเป็นสีขาวโพลนที่ยอดภูเขาไฟฟูจิเกือบตลอดทั้งปี คนญี่ปุ่นมีความเชื่อทางด้านศาสนา และ วัฒนธรรมเกี่ยวกับภูเขาไฟฟูจิมาตั้งแต่อดีตจนปัจจุบันภูเขาไฟฟูจิจัดว่าเป็นมรดกโลกทางวัฒนธรรม

การชมภูเขาไฟฟูจิจะนิยมไปชมที่ทะเลสาบทั้ง 5 รอบภูเขาไฟฟูจิ เนื่องจากว่ามีทิวทัศน์ที่สวยงาม ทะเลสาบทั้ง 5 ได้แก่ Kawaguchi-ko, Sai-ko, Shoji-ko, Motosu-ko และ Yamana-ko

ทำยังไงถึงจะได้เห็นภูเขาไฟฟูจิอย่างชัดๆ

ภูเขาไฟฟูจิ (Mt.Fuji) ได้ขึ้นชื่อว่าเป็นภูเขาไฟที่ขี้อายมาก ไม่ยอมให้คนเห็นได้ง่ายๆ มักจะมีเมฆ หมอกปกคลุมตลอด ผมมีวิธีง่ายๆ ที่จะทำให้มีโอกาสเห็นภูเขาไฟฟูจิได้อย่างชัดๆ ตามนี้ครับ

  1. ไปดูภูเขาไฟฟูจิ อย่ากำหนดวันไปแน่นอน
  2. ดูพยากรณ์อากาศแบบวันต่อวัน ให้ search คำว่า “kawaguchiko weather” ใน google ถ้าวันรุ่งขึ้นเป็นรูปพระอาทิตย์แจ่มใส ให้ตรียมตัวไปวันรุ่งขึ้นเลย
  3. ก่อนจะไปให้ดูพยากรณ์อากาศอีกครั้งว่าวันนี้พระอาทิตย์แจ่มใสหรือไม่ ถ้าแจ่มใสเหมือนเดิมก็ออกเดินทางได้เลย

วิธีนี้จะทำให้มีโอกาสได้เจอกับภูเขาไฟฟูจิได้มากขึ้น การไปแล้วไม่เห็นภูเขาไฟฟูจิแล้วจะเสียดายครับ

ตัวอย่างรูปพยากรณ์อากาศ Lake kawaguchi จาก www.google.co.th จะเห็นว่าวันที่ฟ้าใสมี 4 วัน Sat, Sun, Mon, Wed เลือกเอาตามสะดวกว่าจะไปวันไหน ส่วนวันที่ไม่ควรไปเลยก็ Thu เพราะมีฝนตก รับรองว่าได้จะไม่ได้เห็นฟูจิสวยๆ

การเดินทางจากโตเกียวไปทะเลสาบคาวากูจิโกะ

ทางรถยนต์

นั่ง Highway Bus ที่สถานี Shinjuku ไปลงที่สถานี Kawaguchiko รถบัสที่ให้บริการเป็นรถบัสปรับอากาศมีห้องน้ำในตัว ใช้เวลาเดินทางประมาณ 1 ชั่วโมง 45 นาที ในช่วงเวลาที่รถไม่ติด แต่ถ้ารถติดอาจใช้เวลาถึง 4 ชั่วโมง คุมเวลาค่อนข้างยาก ส่วนมากแล้วในช่วงใบไม้เปลี่ยนสี และ ช่วงซากุระบานจะใช้เวลาเดินทางมาก ค่าโดยสารคนละ 1,700 เยน (ขาเดียว) ควรจองก่อนเดินทาง 1 วัน ดูรายละเอียดเพิ่มเติมคลิ๊ก highway-buses.jp/fuji

ทางรถไฟ

เป็นการเดินทางที่สะดวก รวดเร็ว คุมเวลาได้ดี แต่ต้องไปต่อรถไฟ ค่าใช้จ่ายในการเดินทางค่อนข้างเยอะ สำหรับคนที่มี JR Pass สามารถนั่งได้ฟรีจนถึงสถานี JR Otsuki และคนที่มี JR Kanto Pass (JR TOKYO Wide Pass) สามารถนั่งได้ฟรีจนถึงสถานี Kawaguchiko เลย

1. นั่งรถไฟที่สถานี JR Shinjuku สาย Azusa หรือ Kaiji ไปลงที่สถานี JR Otsuki ใช้เวลาประมาณ 1 ชั่วโมง สามารถใช้ JR Pass ได้ ถ้าไม่มี JR Pass ค่าโดยสาร 1,280 เยน

2. จากสถานี Otsuki นั่งรถไฟสาย Fujikyu Railway ไปลงที่สถานี Kawaguchiko ใช้เวลาประมาณ 1 ชั่วโมง ค่าโดยสาร 1,110 เยน ไม่สามารถใช้ JR Pass ได้

ขบวนรถไฟสาย Azusa

การขึ้นรถไฟขบวนนี้ต้องขึ้นให้ถูกตู้ดังนี้ครับ

รถไฟจะมีที่นั่งอยู่ 3 แบบ 1. Non reserved seat สำหรับคนไม่ได้จองที่นั่ง (สีเหลือง) 2. reserved seat สำหรับคนที่จองที่นั่ง (สีแดง) 3. Green car ที่นั่งชั้นพิเศษ (สีเขียว) ในแต่ละขบวนอาจจะจัดตู้ที่นั่งไม่เหมือนกันให้ดูที่ตัวรถไฟ หรือไม่ก็ป้ายที่สถานี

เมื่อถึงสถานี Otsuki แล้วให้เดินตามป้าย Fuji-kyuko Line ควรรีบเดินเพราะรถไฟสาย Fujikyu Railway มักจะออกหลังจากที่รถไฟสาย Azusa ถึงไม่นาน

ในสถานี Otsuki มีร้านค้าเล็กๆ 1 ร้าน และห้องน้ำ ให้จัดการทำธุระให้เรียบร้อยเลยครับ เพราะต้องเดินทางอีก 1 ชั่วโมง บนรถไฟสาย Fujikyu Railway ไม่มีห้องน้ำ

ที่จำหน่ายตั๋วรถไฟ Fujikyu Railway บอกพนักงานขายตั๋วว่า “Kawaguchiko” ผู้ใหญ่คนละ 1,110 เยน เด็ก 560 เยน

รถไฟสาย Fujikyu Railway บางขบวนจะ paint สีสวยงามเป็นลายการ์ตูนบ้าง ลายภูเขาไฟฟูจิปากแดงบ้าง วันที่ไปมีหมอกลงจัด อากาศหนาวมากครับ

รถไฟ Fujikyu Railway รอบนี้เป็นรถไฟหน้าตาธรรมดา

ภายในรถไฟนั่งกันสบายๆ คนไม่เยอะ ใต้เบาะจะเป็น heater ถึงอากาศภายนอกจะหนาวแต่ในรถไฟก็อุ่น

รถไฟออกตรงเวลา 8.15 น

รถไฟวิ่งประมาณ 30 นาทีภูเขาไฟฟูจิเริ่มปรากฎตัวให้เห็นแล้ว วันนี้ฟ้าใสเป็นใจมาก สองข้างทางที่รถไฟวิ่งผ่านส่วนมากจะเป็นบ้านคน นาข้าว

สามสถานีสุดท้ายก่อนถึงสถานี Kawaguchiko มีชื่อดังนี้ครับ มือใหม่ต้องดูให้ดีเพราะอาจสับสนได้

Mt.Fuji –> Fujikyu Highland –> Kawaguchiko

  • Mt.Fuji ยังไม่ต้องลง
  • Fujikyu Highland เป็นสถานีสวนสนุก คนจะลงเยอะ รถไฟจะจอดที่นี่สักพัก แล้วหันหัวกลับไม่ต้องตกใจครับ
  • Kawaguchiko ลงสถานีนี้ เป็นสถานีปลายทาง

ที่สถานี Kawaguchiko มีห้องน้ำ, ร้านอาหาร, ร้านขายของ, Locker ใครมีสัมภาระเยอะฝากไว้ที่สถานีรถไฟได้ครับ

หน้าสถานี Kawaguchiko

พอออกจากสถานี Kawaguchiko ให้เดินไปทางขวามือไม่กี่สิบเมตร จะเจอกับ Tourist Information ให้ไปขอแผนที่เส้นทางรถ Retro Bus และตารางรถที่นี่ พนักงานในนี้บริการดีมากๆ ครับ สื่อสารภาษาอังกฤษได้ดี

Tourist Information

แผนที่ Kawaguchiko

ตารางเวลารถ Retro Bus

การไปชมภูเขาไฟฟูจิ รอบทะเลสาบคาวากูจิโกะ

วิธีการที่สะดวกที่สุดคือการนั่งรถ Retro Bus ซึ่งเป็นรถเมล์สายพิเศษที่วิ่งรอบทะเลสาบคาวากูจิโกะ จากสถานีรถไฟ Kawaguchiko ไปยังป้ายสุดท้ายมีทั้งหมด 21 ป้าย กับระยะทาง 6.6 กิโลเมตร แนะนำให้ซื้อตั๋วแบบ One day pass ราคา 1,000 เยน เราจะขึ้น หรือลงตรงป้ายไหนก็ได้ กี่ครั้งก็ได้ใน 1 วัน รถ Retro Bus จะวิ่งมาทุกๆ 30-40 นาที แต่ถ้าไม่ซื้อ One day pass จะจ่ายค่าโดยสารเป็นครั้งก็ได้ แต่ต้องจ่ายเป็นเงิน ไม่สามารถจ่ายด้วยบัตร Pasmo, Suica ได้

นอกจากทะเลสาบคาวากูจิโกะยังมีทะเลสาบไซโกะ (Saiko) เป็นทะเลสาบที่อยู่ไกลจากทะเลสาบคาวากูจิโกะไปอีก หากต้องการไปชมภูเขาไฟฟูจิจากทั้งสองทะเลสาบให้ซื้อ One day pass แบบรวม 2 ทะเลสาบเลย ราคา 1,300 เยน

ตั๋วรถ Retro Bus แบบ One day pass สามารถซื้อบนรถกับคนขับได้เท่านั้น

แผนที่รถ Retro Bus จากเวบ transportation.fujikyu.co.jp สามารถ download file pdf ขนาดใหญ่ได้ที่ link ด้านล่าง

Link. เส้นทางรถ Retro Bus และตารางเวลา

ป้ายหยุดรถที่น่าสนใจ ในเส้นทาง Retro Bus รอบทะเลสาบคาวากูจิโกะ

ในเส้นทางรอบทะเลสาบคาวากูจิโกะมีป้ายหยุดรถทั้งหมด 21 ป้าย เราไม่จำเป็นต้องลงทุกป้าย ลงเฉพาะที่เราสนใจก็พอ จะได้ไม่เป็นการเสียเวลา

  • ป้ายหมายเลข 7 Kawaguchiko Herb Kan ที่จัดแสดงสมุนไพร
  • ป้ายหมายเลข 10 Yuransen Ropeway Iriguchi มีกระเช้าไฟฟ้า Kachi Kachi Ropeway มองเห็นวิวทะเลสาบคาวากูจิโกะและภูเขาไฟฟูจิได้อย่างงดงาม
  • ป้ายหมายเลข 15 Kawaguchiko Bijutsukan
  • ป้ายหมายเลข 17-18 Kawaguchiko Sarumawashi Gekijo Konohana Bijutsu-kan – Kubota Itchiku Bujutsu-kan มีทางเดินเลียบทะเลสาบมีต้นซากุระอยู่ริมทางเดิน มองเห็นภูเขาไฟฟูจิได้อย่างชัดเจน ในหน้าซากุระจะมีซากุระบานสะพรั่ง และในช่วงใบไม้เปลี่ยนสีจะมีอุโมงค์เมเปิ้ลสีแดงสดเป็นแนวยาวอยู่ริมถนน นอกจากนั้นจะมีร้านขายของของชาวบ้านแถวนั้น ขายของกิน ผัก ผลไม้ ส้ม กล้วย แอปเปิ้ลในราคาไม่แพง
  • ป้ายหมายเลข 21 Kawaguchiko Shizen Seikatsukan ป้ายสุดท้ายของทะเลสาบคาวากูจิโกะมี Natural Living Center ร้านขายของที่ระลึก ของฝาก มีที่นั่งทานกาแฟ softcream จุดนี้ก็สามารถมองเห็นภูเขาไฟฟูจิได้อย่างชัดเจน

Tip. เวลาลงเที่ยวในแต่ละจุดให้ดูตารางเวลาที่รถจะมาในรอบถัดไปด้วย จะได้ไม่เสียเวลารอรถ กว่ารถ Retro Bus จะมาครั้งนึงก็ 30-40 นาที

นอกจากการนั่ง Retro Bus แล้ว นักท่องเที่ยวสามารถเที่ยวชมรอบทะเลสาบ Kawaguchiko ได้ด้วยวิธีเช่าจักรยาน หรือเช่ารถยนต์ โดยจักรยานสามารถเช่าได้กับโรงแรม ที่พักที่อยู่รอบทะเลสาบ ส่วนวิธีการเดินเท้ารอบทะเลสาบเป็นวิธีที่ไม่แนะนำ เพราะระยะทางจาก สถานีรถไฟ Kawaguchiko ไปยังป้ายรถเมล์สุดท้ายของทะเลสาบ Kawaguchiko (จุดชมภูเขาไฟฟูจิที่สวยที่สุด) มีระยะทางถึง 6.6 กิโลเมตร

หลังจากได้ข้อมูลและตารางรถจาก Tourist Information มาแล้ว เราก็มารอรถ Retro Bus ที่ป้ายหมายเลข 1 หน้าสถานี Kawaguchiko

การรอขึ้นรถเมล์ของคนญี่ปุ่น จะยืนเข้าแถวอย่างเป็นระเบียบ และเมื่อรถมาแล้ว จะยังไม่เดินไปที่ประตูรถ เค้าจะรอคนลงจนหมด แล้วคนขับจะบอกว่าให้ขึ้นได้ เค้าถึงจะเดินเรียงขึ้นรถกัน ประเทศนี้ระเบียบ วินัยอยู่ในสายเลือดเลยครับ

ขึ้นรถมาแล้วเลือกที่นั่งได้ตามใจชอบเลย ถ้าที่นั่งเต็มก็ยืนได้ เบาะรถ Retro bus ค่อนข้างแคบครับ เข่าติดเบาะหน้าเลย

ก่อนที่จะถึงป้ายหน้าจะมีภาษาญี่ปุ่นบอก แล้วตามด้วยภาษาอังกฤษว่าป้ายหน้าชื่ออะไร ใครจะลงก็กดกริ่งได้เลย

ของผมนั่งยาวมาลงที่ป้าย 21 เป็นป้ายสุดท้าย และซื้อ One day pass กับคนขับเลย ราคาคนละ 1,000 เยน

หน้าตารถ Retro Bus ครับ หน้าตาออกแนวย้อนยุค รถสวย น่ารักดี แต่บางช่วงที่รถไม่พอก็อาจมีรถบัสธรรมดามาวิ่งเป็น Retro Bus ดังนั้นต้องสังเกตป้ายเอาครับ

ลงจากรถปุ๊บรีบวิ่งเข้าไปหาภูเขาไฟฟูจิเลย เห็นได้เต็มๆ ฟ้าใส ไร้เมฆ สวยงามมากครับ ยิ่งใหญ่เกินบรรยาย จากจุดที่เรายืนอยู่นั้นห่างจากยอดภูเขาไฟฟูจิเกือบ 20 กิโลเมตร แต่รู้สึกเหมือนว่าอยู่ใกล้มาก แต่น่าเสียดายว่ามุมจากทะเลสาบคาวากูจิโกะไปยังภูเขาไฟฟูจิย้อนแสงทุกมุม เหมือนว่าพระอาทิตย์ที่นี่ขึ้นทางทิศตะวันออกเฉียงใต้ เราสามารถถ่ายรูปภูเขาไฟฟูจิได้ แต่ถ้าถ่ายคนคู่ด้วยหน้าคนจะดำต้องยิงแฟลชช่วย

วันที่ไปอุณหภูมิประมาณ 10 องศา แต่ยอดภูเขาไฟฟูจิมีหิมะปกคลุมเป็นสีขาว

หลังจากยืนชมฟูจิซังจนเต็มอิ่มแล้วก็เข้าไปดูของในร้านขายของที่ระลึกที่อยู่ข้างทะเลสาบ

ในร้านก็จะมีขนม ของกิน ตุ๊กตาฟูจิซัง พวงกุญแจ ร่ม พัด

ส่วนมุม Cafe ก็จะมีกาแฟ แก้วละ 400-450 เยน น้ำบลูเบอร์รี่, พีช 450 เยน และที่นิยมทานกันก็ไอศครีม Softcream มีรสบลูเบอร์รี่ กับวนิลา บลูเบอร์รี่ & วนิลา ราคาโคนละ 300 เยน

รสชาติไอศครีมก็อร่อยดีครับแต่ราคาแพงไปหน่อย

ที่นั่งทาน คนญี่ปุ่นจะไม่ค่อยชอบเดินทานกัน มักจะยืน หรือนั่งทานให้เสร็จแล้วค่อยไป

ตรงนี้น่าจะเป็นภูเขาไฟฟูจิจำลอง มีแต่ภาษาญี่ปุ่นติดไว้อ่านไม่ออก

ป้ายหมายเลข 21 Kawaguchiko Shizen Seikatsukan จากนั้นเราก็มานั่งรอ Retro Bus นั่งไปลงที่ป้าย 18 คนญี่ปุ่นเข้าแถวกันเป็นระเบียบ ตอนนี้เรามีบัตร One day pass แล้ว เวลาลงรถก็แสดงบัตรให้คนขับรถดู

ป้ายหมายเลข 17-18 Kawaguchiko Sarumawashi Gekijo Konohana Bijutsu-kan – Kubota Itchiku Bujutsu-kan เป็นแหล่งดูใบไม้เปลี่ยนสีที่สวยที่สุดในทะเลสาบคาวากูจิโกะ แต่ช่วงที่เราไปเป็นช่วงปลายเดือนพฤศจิกายน ใบไม้เริ่มร่วงไปเยอะแล้ว ช่วงที่สวยที่สุดน่าจะเป็นช่วงต้นเดือนพฤศจิกายน ใบไม้กำลังแดงสวย ภูเขาไฟฟูจิก็เริ่มจะมีหิมะปกคลุมยอดแล้ว

อากาศหนาวๆ แบบนี้นั่งตากแดดแล้วรู้สึกอบอุ่นสบาย ใบไม้เปลี่ยนสียังพอมีให้เห็นบ้าง

เห็นวิวภูเขาไฟฟูจิในมุมต่างๆ อดใจไม่ไหวต้องถ่ายรูปกลับมา แต่ละมุมก็สวยไม่เหมือนกัน ขึ้นกับว่าจะเห็นภูเขาไฟฟูจิคู่กับอะไร

จากป้าย 18 เราเดินไปเรื่อยๆ ไปหาป้าย 17 ระหว่างทางมีอะไรให้ชมเพลินๆ

อุโมงค์เมเปิ้ลที่ขึ้นชื่อว่าแดงสด งดงาม วันนี้ใบร่วงไปเกือบหมดแล้ว

เดินข้ามถนนไปยังฝั่งริมทะเลสาบ

ริมทะเลสาบจะเป็นแนวซากุระทั้งแนว ตอนนี้ทิ้งใบหมดแล้ว เดือนเมษายนคงจะออกดอกสวยงาม

คาวากูจิโกะเที่ยวได้ทั้งช่วงใบไม้เปลี่ยนสี และช่วงซากุระ สวยงามคนละแบบ

เต๊นท์ตรงนี้มีผัก ผลไม้มาขาย ราคาถูกกว่าในโตเกียว แนะนำให้ลองชิมส้มดูถุงละ 300 เยน น่าจะประมาณ 1.5 กิโลกรัม ส้มญี่ปุ่นจะเนื้อนิ่ม น้ำเยอะ หวาน อร่อย ไม่ค่อยมีกาก

แอปเปิ้ลถุงละ 600 เยน มีประมาณ 6 ลูก ส่วนมากแล้วผลไม้เค้าจะแพงกว่าบ้านเรา

เราเดินมาถึงป้ายที่ 17 เดี๋ยวจะรอรถที่ป้ายนี้ไปลงที่ป้ายหมายเลข 10 Yuransen Ropeway Iriguchi เป็นสถานีกระเช้า

ฝาท่อของเมืองนี้เป็นรูปภูเขาไฟฟูจิ paint สีทำลายสวยดีครับ

ระหว่างรอรถ Retro bus ด้วยความสงสัยในทิศว่าพระอาทิตย์อยู่ที่ทิศไหนกันแน่เลยดูเข็มทิศใน Iphone พบว่าพระอาทิตย์อยู่ที่ทิศใต้ครับ ทำเอางงเลย

ป้ายหมายเลข 10 Yuransen Ropeway Iriguchi กระเช้าไฟฟ้า Mt.Kachi Kachi Ropeway มองเห็นวิวทะเลสาบคาวากูจิโกะและภูเขาไฟฟูจิได้อย่างงดงาม สัญลักษณ์ของกระเช้านี้เป็นรูปกระต่าย

ใครมีสัมภาระเยอะฝากที่ Locker ได้

ข้อมูลท่องเที่ยว ภาษาญี่ปุ่นล้วนๆ

กระเช้าเปิดให้บริการเวลา 9.00-17.10 น. และออกทุกๆ 5-10 นาที ใช้เวลาขาละ 3 นาที แต่ถ้าเดินเท้าต้องใช้เวลาถึง 40 นาที

ค่าโดยสารไป-กลับ. ผู้ใหญ่ 700 เยน เด็ก 350 เยน

หน้าตากระเช้าเป็นแบบนี้ครับ รอบนึงจุได้หลายคน วิวที่ด้านบนมองเห็นวิวทะเลสาบคาวากูจิโกะ, ภูเขาไฟฟูจิ และสวนสนุก Fujikyu Highland

ที่ฝั่งตรงข้ามกระเช้ามีล่องเรือทะเลสาบคาวากูจิโกะ (Pleasure boat) แต่จะไม่เห็นวิวภูเขาไฟฟูจินะครับ มีภูเขามาบัง

ค่าลงเรือ. ผู้ใหญ่ 900 เยน เด็ก 450 เยน ใช้เวลาประมาณ 20 นาที

เรือถีบรูปหงส์อันนี้ไม่ทราบราคา

ริมถนนบริเวณป้ายหมายเลข 10 จะเต็มไปด้วยร้านขายของฝาก ทัวร์ชอบมาลงที่จุดนี้ มีรถบัสมาจอดเป็น 10 กว่าคันเลย ทัวร์คนญี่ปุ่นก็มากันเยอะ

ร้านอาหารบริเวณนี้จะมีแต่ร้านราคาแพงๆ หน่อย นั่งกินเป็นเรื่องเป็นราว พวกราเมงจานด่วน หรือร้านตู้กดไม่มีให้เห็น

สุดท้ายก็เข้า Lawson ที่พึ่งยามยากของเรา ซื้อข้าวกล่อง ไก่ทอดมานั่งกินกันแบบ ฟินๆ ในราคาเบาๆ ข้างทะเลสาบ

กินเสร็จก็มานั่งรอรถ Retro bus กลับไปยังสถานีรถไฟ Kawaguchiko

เมื่อมาถึงสถานีแล้วก็แวะร้านขายของฝากในสถานีรถไฟ Kawaguchiko มีโปสการ์ด, ขนมหลากหลายแบบ มีร้านอาหารในนี้ด้วย

ที่สถานีนี้มี KitKat รสพิเศษ Strawberry cheese cake น่าจะหาซื้อได้เฉพาะสถานีนี้เท่านั้น กล่องเป็นรูปภูเขาไฟ กล่องนึงมี 9 ชิ้น ราคากล่องละ 630 เยน เห็นหายากแบบนี้แต่ก็มีคนหิ้วมาขายที่ไทยด้วยครับกล่องละ 500-600 บาท อัพราคาไปเยอะเลย

จากนั้นเราก็นั่งรถไฟสาย Fujikyu Railway ไปลงสถานี JR Otsuki แล้วต่อรถไฟกลับเข้าโตเกียว รีวิวดูภูเขาไฟฟูจิ ที่ทะเลสาบ Kawaguchiko ขอจบเพียงเท่านี้ครับ 🙂

สรุปค่าเดินทางจากโตเกียวไปดูภูเขาไฟฟูจิ ที่ทะเลสาบ Kawaguchiko (คนละ)

ขาไป JR Shinjuku –> JR Otsuki = Fare 1,280 + Seat Fee 900 = 2,180 เยน (ใช้ JR Pass / JR TOKYO Wide Pass ได้)

Otsuki –> Kawaguchiko = 1,110 เยน (ใช้ JR Pass ไม่ได้ /JR TOKYO Wide Pass ได้)

ค่ารถ Retro Bus แบบ One day pass = 1,000 เยน

ขากลับ Kawaguchiko –> Otsuki = 1,110 เยน (ใช้ JR Pass ไม่ได้ /JR TOKYO Wide Pass ได้)

JR Otsuki –> JR Shinjuku = Fare 1,280 + Seat Fee 900 = 2,180 เยน (ใช้ JR Pass / JR TOKYO Wide Pass ได้)

: : รวมค่าเดินทางในกรณีที่ไม่มี JR Pass = 7,160 เยน

: : รวมค่าเดินทางในกรณีที่มี JR Pass = 3,220 เยน

: : รวมค่าเดินทางในกรณีที่มี JR TOKYO Wide Pass = 1,000 เยน

ที่พักใกล้ทะเลสาบ Kawaguchiko

ที่พักใกล้ทะเลสาบ Kawaguchiko จะอยู่บริเวณสถานีรถไฟ Kawaguchiko ไปจนถึงรอบทะเลสาบ Kawaguchiko โดยจะหนาแน่นบริเวณรอบทะเลสาบ ป้ายรถประจำทางหมายเลข 4-14 ที่พักเกือบทุกที่สามารถมองเห็นวิวภูเขาไฟฟูจิได้จากที่พัก

ที่พักยอดนิยม

Kawaguchiko Station Inn อยู่ตรงข้ามสถานีรถไฟ Kawaguchiko มองเห็นภูเขาไฟฟูจิได้จากที่พัก สะดวกในการเดินทาง คนไทยนิยมไปพัก เป็นห้องสไตล์ญี่ปุ่น มีออนเซน ห้องน้ำรวม ควรจองล่วงหน้านานๆ ค่าห้องเริ่มต้นที่ 4,200 เยน (ประมาณ 1,344 บาท)
Plaza Inn Kawaguchiko ที่พักแบบโรงแรม อยู่ตรงข้ามสถานีรถไฟ Kawaguchiko ใกล้ 7-eleven มองเห็นภูเขาไฟฟูจิได้จากที่พัก ค่าห้องเริ่มต้นที่ 1,600 บาท
Koe House ห้องพักแบบญี่ปุ่น อยู่ตรงข้ามสถานีรถไฟ Kawaguchiko ราคาประหยัด พนักงานเป็นกันเอง มีที่พักแบบนอนรวม และห้องส่วนตัว ค่าห้องเริ่มต้นที่ 690 บาท
การเดินทางจาก Kawaguchiko ไปยังที่ต่างๆ
  • ภูเขาไฟฟูจิชั้น 5 (Kawaguchiko 5th Station)

นั่งรถบัสหน้าสถานี Kawaguchiko station ค่ารถขาเดียว 1,500 เยน ใช้เวลา 50 นาที ตั๋วไป-กลับ ราคา 2,000 เยน มีรถวิ่งวันละ 11-16 รอบในช่วงเดือนกรกฎาคม – สิงหาคม และวันละ 5 รอบในช่วงกลางเดือนมีนาคม – ต้นเดือนธันวาคม ในช่วงที่มีหิมะตกหนัก ฝนตกหนักอาจไม่มีให้บริการ

  • Pagoda Chureito (เจดีย์แดง 5 ชั้นที่มีฉากหลังเป็นภูเขาไฟฟูจิ)

นั่งรถไฟสาย Fujikyu railway จากสถานี Kawakuchiko มา 2 สถานี ลงที่สถานี Shimoyoshida แล้วเดินต่ออีกประมาณ 20-30 นาที ค่าโดยสาร 290 เยน

  • Hakone

ขึ้นรถบัสจากสถานี Kawaguchiko station ไปสถานี Gotemba station ราคา 1,470 เยน เดินเข้าสถานีแล้วข้ามสะพานลอยไปฝั่งตรงข้าม รอรถไป Togendai ราคา 930 เยน ลงรถก็จะเจอกับทะเลสาปอาชิ รวมใช้เวลาประมาณ 1.45 – 2 ชั่วโมง

  • Osaka – Kyoto

มีรถ Night bus ของ บ. Fujikyu Expressway Bus ให้บริการ รถออกจากสถานีรถไฟ Kawaguchiko เวลา 20.52 น. ถึงเกียวโตเวลา 5.57 น. และโอซาก้า 6.53 น. ค่าโดยสารไปเกียวโต 6,700 เยน และ โอซาก้า 7,200 เยน ดูรายละเอียดเพิ่มเติม คลิก

อุณหภูมิเฉลี่ย 12 เดือน และเทศกาลในเดือนต่างๆ

อุณหภูมิรอบทะเลสาบ Kawaguchiko ค่อนข้างเย็นเกือบทั้งปี โดยจะเริ่มมีหิมะที่ยอดภูเขาไฟฟูจิตั้งแต่ปลายเดือนตุลาคมไปจนถึงกลางเดือนพฤษภาคม, ใบไม้เปลี่ยนสีจะเริ่มมีในช่วงต้นเดือนพฤศจิกายน และซากุระจะบานในช่วงกลางเดือนเมษายน

มกราคม -6 ถึง 5 องศา มีหิมะที่ยอดภูเขาไฟฟูจิ, หิมะปกคลุมที่พื้นรอบทะเลสาบ Kawaguchiko
กุมภาพันธ์ -5 ถึง 6 องศา มีหิมะที่ยอดภูเขาไฟฟูจิ, หิมะปกคลุมที่พื้นรอบทะเลสาบ Kawaguchiko, ในปีที่หิมะตกหนักมาก รถบัส รถไฟ อาจหยุดให้บริการ มาเที่ยวเดือนนี้ต้องตรวจเช็คสภาพอากาศตลอดเวลา
มีนาคม -2 ถึง 9 องศา มีหิมะที่ยอดภูเขาไฟฟูจิ อากาศเริ่มอุ่นขึ้น
เมษายน 3 ถึง 15 องศา มีหิมะที่ยอดภูเขาไฟฟูจิ, ซากุระบานรอบทะเลสาบ ช่วงกลางเดือนเมษายน หรือช่วงสงกรานต์
พฤษภาคม 8 ถึง 20 องศา มีหิมะที่ยอดภูเขาไฟฟูจิ และค่อยๆ น้อยลง ช่วงกลางเดือนพฤษภาคมของทุกปีจะเป็นช่วงที่ดอกพิงค์มอสออกดอกสีชมพูสวยงาม คนนิยมไปดูทุ่งพิงค์มอส หรือดอกชิบะซากุระ ในงานเทศกาล Fuji Shibazakura ที่ตั้งของงานจะอยู่ห่างจากทะเลสาบ Motosu ประมาณ 3 กิโลเมตร ไปทาง Fujinomiya ในเส้นทาง 139 มีรถบัสจากสถานี Kawaguchiko ไปงาน ใช้เวลาประมาณ 30 นาที
มิถุนายน 13 ถึง 22 องศา เข้าสู่หน้าร้อน หิมะที่ยอดภูเขาไฟฟูจิ และค่อยๆ น้อยลงจนเกือบหมด หรือ อาจจะหมดตอนสิ้นเดือน มีฝนตกเป็นบางวัน

มีดอก Lavender บานริมทะเลสาบ และมีงาน Kawaguchiko Herb Festival

กรกฎาคม 17 ถึง 26 องศา ถ้าโชคดีอาจได้เห็นหิมะที่หลงเหลืออยู่ที่ยอดภูเขาฟูจิ ช่วงต้นเดือน มีฝนตกเป็นบางวัน

เปิดเส้นทางปืนขึ้นภูเขาไฟฟูจิ ผู้ที่สนใจให้นั่งรถบัสไปที่ Kawaguchiko ชั้น 5 แล้วเดินเท้าจนถึงยอดฟูจิ

สิงหาคม 17 ถึง 27 องศา มีฝนตกเป็นบางวัน

มีเทศกาลจุดพลุรอบทะเลสาบทั้ง 5

กันยายน 14 ถึง 23 องศา มีฝนตกเป็นบางวัน อากาศเริ่มเย็นขึ้น
ตุลาคม 7 ถึง 17 องศา เริ่มมีหิมะที่ยอดภูเขาไฟฟูจิช่วงปลายเดือนตุลาคม และเริ่มมีใบไม้เปลี่ยนสีตั้งช่วงปลายเดือนตุลาคม
พฤศจิกายน 1 ถึง 13 องศา มีหิมะที่ยอดภูเขาไฟฟูจิ, ใบไม้เปลี่ยนสีสวยงามในช่วง 2 – 3 สัปดาห์แรกและจะค่อยๆ โรยลงหลังจากสัปดาห์ที่ 4
ธันวาคม -4 ถึง 8 องศา มีหิมะที่ยอดภูเขาไฟฟูจิ, และอาจมีหิมะตกในช่วงปลายเดือนธันวาคม เดือนนี้ฟ้าค่อนข้างใสมีโอกาสเห็นฟูจิได้มากกว่าเดือนอื่น

รีวิว Kawaguchiko ในหน้านี้ เป็นข้อมูลที่ไปมาในปี 2013 ราคาค่าโดยสาร ค่าเข้า และหมายเลขป้ายหยุดรถรอบทะเลสาบ อาจเปลี่ยนแปลงไปจากเดิม หากต้องการข้อมูลที่อัพเดท ให้ดูรายละเอียดในหน้านี้ ภูเขาไฟฟูจิ คาวากูจิโกะ

.รีวิวเที่ยวญี่ปุ่น 11 วัน .ข้อมูลเที่ยวญี่ปุ่นด้วยตัวเอง
วันที่ 1: เดินทางกรุงเทพฯ – โตเกียว A380 การบินไทย นอนโตเกียว วันที่ 2: นั่ง Shinkansen ไปโอซาก้า เที่ยวโอซาก้า นอนโอซาก้า
วันที่ 3: เที่ยวนารา เมืองแห่งกวาง ดูใบไม้เปลี่ยนสี นอนโอซาก้า วันที่ 4: เที่ยวเกียวโต ชมศาลเจ้า วัดเก่า ใบไม้เปลี่ยนสี นอนโอซาก้า
วันที่ 5: เที่ยวเกียวโต ชมศาลเจ้า วัดเก่า ใบไม้เปลี่ยนสี นอนโอซาก้า วันที่ 6: นั่ง Shinkansen กลับโตเกียว เที่ยวโอไดบะ โตเกียว นอนโตเกียว
วันที่ 7: เที่ยว Kawaguchiko ดูภูเขาไฟฟูจิ ใบไม้เปลี่ยนสี นอนโตเกียว วันที่ 8: เที่ยว Nikko เมืองแห่งมรดกโลก สุสานโชกุน นอนโตเกียว
วันที่ 9: เที่ยว Mitake ตามรอยละคร “ข้างหลังภาพ” นอนโตเกียว วันที่ 10: เที่ยวโตเกียว ฮาราจูกุ ศาลเจ้าเมจิ , ดูใบแปะก๊วยสีเหลือง Tokyo University (Todai) , วัดเซ็นโซจิ Asakusa นอนโตเกียว
วันที่ 11: เที่ยวโตเกียว ชิบูย่า ซื้อของฝากในสนามบิน บินกลับไทย สรุปค่าใช้จ่ายเที่ยวญี่ปุ่น 11 วัน

Post Views 61553

ชอบบทความนี้ กด +1 ให้กำลังใจเราด้วยครับ

admin

นักเขียนประจำ emagtravel.com

225 thoughts on “รีวิวนั่งรถไฟดูภูเขาไฟฟูจิ ที่ทะเลสาบ Kawaguchiko

  • October 10, 2016 at 3:18 pm
    Permalink

    – มี kawaguchigo pass 1 day ไหมคะ ถ้ามีซื้อได้ที่ไหนคะ
    – JR Tokyo wide pass สามารถซื้อล่วงหน้าหรือต้องซื้อวันที่จะใช้คะ
    รบกวนด้วยคะ

  • October 10, 2016 at 3:34 pm
    Permalink

    ตอบคุณ chocolate

    – มี kawaguchigo pass 1 day ไหมคะ ถ้ามีซื้อได้ที่ไหนคะ

    มีครับ อ่านในเนื้อหาดูนะครับ มีบอกไว้แล้ว

    – JR Tokyo wide pass สามารถซื้อล่วงหน้าหรือต้องซื้อวันที่จะใช้คะ

    ได้ทั้ง 2 กรณีเลยครับ

  • October 11, 2016 at 11:34 am
    Permalink

    จาก Tokyo ไป Kawaguchigo ไปช่วงเช้ากลับเย็น ของวันที่ 29 พ.ย. 59
    มีผม ภรรยา และลูก 4 ขวบ ควรเดินทางแบบไหนดีครับ
    เป้าหมาย : อยากขึ้นไปเจดีย์แดง-เดินชมใบไม่เปลี่ยนสีครับ
    รบกวนแนะนำด้วยครับ

  • October 11, 2016 at 2:08 pm
    Permalink

    ตอบคุณ Tulz

    แนะนำ Highway bus ครับ

  • October 19, 2016 at 12:05 am
    Permalink

    สวัสดีครับ อยากทราบว่า จาก Kawaguchiko จะไปเที่ยว Oshino Hakkai ไปอย่างไรดีครับ ขอคำแนะนำด้วยครับ

  • October 19, 2016 at 1:10 pm
    Permalink

    ตอบคุณ Nothing

    นั่งรถบัสจากสถานี Kawaguchiko ที่จะไป Gotemba แล้วก็ลงที่ Oshino-Hakkai ได้เลยครับ

    ตารางเวลา http://bus-en.fujikyu.co.jp/route/detail/id/1/

  • October 22, 2016 at 7:07 am
    Permalink

    ขอคำแนะนำหน่อยค่ะ ถ้าวันแรกไปฟูจิ ค้าง 1 คืน วันที่3 ไปนิกโก้ วันที่4-5 เที่ยวโตเกียว ควรใช้พาสแบบไหนดีคะ

  • October 22, 2016 at 11:45 am
    Permalink

    ตอบคุณ Aut

    Kawaguchiko : Highway bus
    Hakone : Hakone Free Pass
    Nikko : 2DAY NIKKO PASS (ถึงจะไปวันเดียวก็ตาม)
    Tokyo : Suica, Tokunai pass, Tokyo Subway Ticket เลือกตามความเหมาะสมขึ้นกับว่าพักที่ไหน และไปไหนบ้าง
    http://www.emagtravel.com/archive/tokyo-pass.html

  • October 22, 2016 at 1:07 pm
    Permalink

    ขอบคุณนะคะ

  • October 25, 2016 at 5:08 pm
    Permalink

    รบกวนสอบถามค่ะ ว่าทางจากโตเกียว ไป คาวากูจิโกะ แล้วพัก 1 คืน พอเช้าจะออกจากคาวาฯ ไปฮาโกเน่ ไม่ทราบว่าจะเดินทางยังไงดีค่ะ รบกวนขอคำแนะนำด้วยค่ะ // ขอบคุณค่ะ

  • October 28, 2016 at 2:02 am
    Permalink

    อยากสอบถามนิดนึงครับ
    ผมไปลงสนามบินนาริตะถึงเวลา 8:00 วันที่ 15/11/16 และจองที่พักไว้ที่ kawagujiko คืนนั้นเลย
    ผมจะเดินทางไปโดยใช้แบบ admin ได้เลยใช่มั้ยครับ

    และ check out วันที่ 16 ผมจะเดินทางไปโอซาก้า โดยใช้ jr pass 7 วัน สามารถไปด้วยวิธีไหนสะดวกและประหยัดค่าใช้จ่ายมากที่สุดครับผม

    ขอบคุณมากครับ

  • October 28, 2016 at 10:41 am
    Permalink

    ตอบคุณ ย้ง

    อยากสอบถามนิดนึงครับ
    ผมไปลงสนามบินนาริตะถึงเวลา 8:00 วันที่ 15/11/16 และจองที่พักไว้ที่ kawagujiko คืนนั้นเลย
    ผมจะเดินทางไปโดยใช้แบบ admin ได้เลยใช่มั้ยครับ

    ได้ครับ

    และ check out วันที่ 16 ผมจะเดินทางไปโอซาก้า โดยใช้ jr pass 7 วัน สามารถไปด้วยวิธีไหนสะดวกและประหยัดค่าใช้จ่ายมากที่สุดครับผม

    มี JR Pass ก็ต้องนั่ง Shinkansen ไปแหล่ะครับ ทีนี้จะมีปัญหาตรงที่ จาก Kawaguchiko ไปสถานี Shinkansen ลำบาก ต้องต่อรถไฟหลายต่อ ใช้เวลาใกล้เคียงกับการมาขึ้นที่โตเกียวเลยครับ

    จุดต่อ Shinkansen ที่ใกล้ที่สุดก็เป็นสถานี Shin-Yokohama ส่วนจะขึ้นขบวนไหนบ้าง ลอง search http://www.hyperdia.com/en ดูนะครับ ให้เอาติ๊กตรงนี้ออกด้วย NOZOMI / MIZUHO / HAYABUSA (SHINKANSEN)

  • October 29, 2016 at 2:22 am
    Permalink

    ขอบคุณครับสำหรับข้อมูล

    งั้นถ้าผมกลับไปขึ้นที่สถานีโตเกียวน่าจะสะดวกกว่าใช่มั้ยครับ เวลาน่าจะใกล้ๆกัน ไม่ต้องเปลี่ยนรถไฟหลายสาย

  • October 29, 2016 at 10:02 am
    Permalink

    ตอบคุณ ย้ง

    ได้ทั้ง 2 แบบ แล้วแต่สะดวกครับผม

  • November 26, 2016 at 2:21 pm
    Permalink

    ขอสอบถามหน่อยครับ ว่าจากสถานี Hakone-Yumoto จะมาที่ Kawaguchiko นั้นต้องนั่งรถบัสไปลงที่ gotemba ก่อนใช่ไหมครับ ใช้เวลาประมาณกี่นาทีครับ
    แล้วจาก gotemba นั่งรถบัสไปอีก กี่นาทีครับ

  • February 7, 2017 at 12:56 am
    Permalink

    สอบถามหน่อยนะคะ จะไปtokyoสงกรานต์นี้คะ
    นอน รร ที่ ueno ทุกวัน มีเด็กเล็ก 1.5 ขวบไปด้วยคะ
    Plan วันแรกถึง narita 7.00 น แล้วแวะ รร เก็บของ แล้วนั่งรถไฟไป ตลาดปลา+กลับมารร ที่ueno+บ่ายไป asakusa&tokyo skytree
    วันที่สองจะไป disney land ทั้งวัน
    วันที่สาม ไป hakkeijima yokohama sea paradise โดยขึ้น jr+metroไป
    วันที่4 อาจจะไปดูfiji ที่kawaguchikoตามที่รีวิว แล้วครึ่งบ่ายกลับมา โตเกียวแล้วไป odaiba
    วันที่5 เดินทางกลับ flight13.00

    คำถามคือ
    1.อยากไป odaiba ตอนเย็น ไปวันที่4 ทันไหมคะ หรือแน่นไป
    2. หรือถ้าเปลี่ยนไม่ไปดูภูเขาไฟฟูจิ แล้วไป พวก shinjuku หรือ shopping แล้วตอนเย็น ไปodaibaแทน
    3.วันที่5 ตอนเช้า ไปเที่ยวรอบๆ ueno park/zoo ไหวมั้ยคะ. และ
    4. ต้องซื้อตั๋วรถไฟแบบไหนคะ (ตอนนี้กำลังงงมากคะ)

  • February 7, 2017 at 4:30 pm
    Permalink

    ตอบคุณ Happy

    1.อยากไป odaiba ตอนเย็น ไปวันที่4 ทันไหมคะ หรือแน่นไป
    – ถ้าไปตามรีวิวกลับถึงโตเกียว 15.40 น. ครับ ขึ้นกับว่าคุณไหวหรือเปล่าครับ

    2. หรือถ้าเปลี่ยนไม่ไปดูภูเขาไฟฟูจิ แล้วไป พวก shinjuku หรือ shopping แล้วตอนเย็น ไปodaibaแทน
    – ไปญี่ปุ่นแล้วไม่ไปฟูจิ เหมือนขาดอะไรไปนะครับ แต่ก็ลองปรึกษาสมาชิกในทริปดูดีกว่าครับ

    3.วันที่5 ตอนเช้า ไปเที่ยวรอบๆ ueno park/zoo ไหวมั้ยคะ. และ
    – ueno park พอได้ แต่ zoo เวลาน้อยไป อย่างช้าที่สุด 9 โมงคุณต้องขึ้นรถไฟที่สถานี Keisei Ueno นะครับ

    4. ต้องซื้อตั๋วรถไฟแบบไหนคะ (ตอนนี้กำลังงงมากคะ)
    – Suica ใบเดียวเลยครับ

  • February 14, 2017 at 1:01 am
    Permalink

    รบกวนสอบถามค่ะ
    ถ้าไปดูฟูจิซัง มีบัตร jr pass แล้วควรจะซื้อ JR TOKYO Wide Pass อีกมั้ยคะ สับสนค่ะ พาสเยอะเหลือเกิน
    ขอบคุณมากค่ะ

  • February 14, 2017 at 7:16 am
    Permalink

    ตอบคุณ imeeko

    มี JR Pass แล้วไม่ต้องซื้อ JR TOKYO Wide pass มันจะซ้ำซ้อนกันครับ

  • February 15, 2017 at 11:52 am
    Permalink

    รบกวนสอบถามค่ะ
    พอดีจะนั่งรถบัสไป แต่สับสนตอนลงสถานีชินจูกุค่ะ ใน hypedia มีให้เลือกชินจูกุเต็มไปหมดเลยค่ะ ไม่รู้ว่าจะเลือกอันไหน รบกวนด้วยนะคะ
    ขอบคุณมากค่ะ

  • February 15, 2017 at 12:02 pm
    Permalink

    ตอบคุณ imeeko

    เลือก Shinjuku (JR) ก็ได้ครับ สุดท้ายแล้วก็ต้องออก South Exit ขึ้นรถที่ Shinjuku Expressway Bus Terminal

  • February 18, 2017 at 10:38 am
    Permalink

    ถ้า นอนที่ ueno คะ
    อยากไป ดูfuji ที่ kawaguchiko ควรไปยังไงคะ

    ถ้าขึ้นรถบัส ควรไปซื้อตั๋วตอนเช้าเลย หรือ ควรซื้อล่วงหน้าคะ & ซื้อที่ไหนคะ

  • February 18, 2017 at 1:01 pm
    Permalink

    ตอบคุณ Happy

    จากข้อมูลที่ให้มา ควรไปรถบัสครับ ขึ้นที่ Shinjuku และควรจองล่วงหน้า จองได้ทางเวบหรือที่ Shinjuku Expressway Bus Terminal

    ส่วนจองยังไง ไปยังไง ลอง search ดูนะครับ ใน Pantip มีคนมารีวิวได้เยอะเลย ผมยังไม่เคยไปทางบัส ไม่สามารถตอบได้ครับ

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *